xs
xsm
sm
md
lg

ชาวกาฬสินธุ์โวย รง.แป้งมันปล่อยน้ำเสียทำน้ำเน่า-ชาวบ้านป่วย-ปลาตายเกลื่อน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


กาฬสินธุ์ - ชาวบ้านในอำเภอห้วยผึ้งโวยโรงงานแป้งมันปล่อยน้ำเสียลงลำห้วย ทำน้ำเน่าเสีย ปลา-ต้นข้าวตายเกลื่อน ซ้ำยังทำชาวบ้านเป็นโรคผิวหนังและทางเดินหายใจ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบโรงงานต่อท่อปล่อยน้ำเสียลงแหล่งน้ำสาธารณะจริง



เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุมเทศบาลตำบลคำบง อ.ห้วยผึ้ง จ.กาฬสินธุ์ พ.อ.มานพ ไขขุนทด รอง ผอ.รมน.กาฬสินธุ์ นายไพโรจน์ จิตจักร์ นอภ.ห้วยผึ้ง นายมาวิน ยศรุ่งเรืองวัฒนา ผอ.ศูนย์ดำรงธรรม จ.กาฬสินธุ์ นายประดิษฐ สุดชาดา ผอ.ส่วนสิ่งแวดล้อม สนง.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.กาฬสินธุ์ นายศักดิ์สิทธิ์ สิงห์สุนิตย์ อุตสาหกรรม จ.กาฬสินธุ์ นายสงวนศักดิ์ โคตรพัฒน์ นายก ทต.คำบง พร้อมเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรม จ.กาฬสินธุ์ และ กอ.รมน.กาฬสินธุ์ ลงพื้นที่เข้ารับฟังปัญหาข้อร้องเรียนของชาวบ้านโคกศรี ต.คำบง อ.ห้วยผึ้ง กรณีโรงงานแป้งมันแห่งหนึ่งในพื้นที่ปล่อยน้ำเสียลงสู่ห้วยกุดแข้-หนองบึงใหญ่ ซึ่งเป็นแหล่งน้ำสาธารณะธรรมชาติและเป็นลำน้ำสาขาของลำน้ำยัง

ส่งผลให้น้ำระบบนิเวศเน่าเสีย ส่งกลิ่นเหม็นเป็นระยะทางหลายกิโลเมตร ซ้ำยังทำให้ปลาและสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในน้ำตายเป็นจำนวนมาก ปัญหาดังกล่าวถูกปล่อยเรื้อรังมาหลายปีแล้ว ทำให้ปัจจุบันส่งผลไปถึงการใช้ชีวิตของประชาชน มีชาวบ้านล้มป่วย เป็นโรคทางเดินหายใจ และผิวหนังหลายราย เนื่องจากสัมผัสกับน้ำในลำห้วยที่เน่าเสีย ได้รับกลิ่นแป้งจากโรงงาน

ทั้งนี้ ในการประชุมมีตัวแทนชาวบ้านเข้ารับฟัง และมีนายสมพงษ์ ชนะศึก ผู้จัดการโรงงานแป้งมันกาฬสินธุ์ พร้อมเจ้าหน้าที่โรงงานชี้แจง โดยยืนยันว่าโรงงานไม่ได้ปล่อยน้ำเสีย และบำบัดน้ำเสียตามขั้นตอน 100 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตามทางฝ่ายโรงงานไม่ให้สัมภาษณ์หรือให้ข้อมูลใดๆ เพิ่มเติมแก่ผู้สื่อข่าว

จากนั้น พ.อ.มานพ พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ได้สุ่มลงพื้นที่ตรวจสอบบ่อบำบัดน้ำเสียบริเวณหลังโรงงานดังกล่าว ซึ่งมีอยู่กว่า 15 บ่อหลังจากชาวบ้านแจ้งว่าเป็นจุดปล่อยน้ำเสีย จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าบ่อบำบัดน้ำเสียบ่อที่ 2 และบ่อที่ 3 ที่มีสภาพน้ำเน่าเหม็นมีสีขุ่น และอยู่ติดคลองน้ำริมถนนสาธารณะ มีการต่อท่อพีวีซีขนาดใหญ่จากบ่อบำบัดน้ำเสียออกมาสู่คลองน้ำริมถนน 2 จุด ซึ่งจุดแรกมีการนำฝาท่อมาปิดไว้ หลังชาวบ้านร้องเรียนและก่อนที่เจ้าหน้าที่มาตรวจเพียงไม่กี่วันเนื่องจากพบคราบกาวติดใหม่

ส่วนจุดที่ 2 พบมีการติดตั้งวาล์วปิด-เปิด พร้อมใช้งานปล่อยน้ำตลอดเวลา ซึ่งชาวบ้านยืนยันว่าทั้งสองจุดนี้เป็นจุดที่มีการปล่อยน้ำเสียและไหลไปสู่ลำห้วยกุดแข้

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบน้ำในลำห้วยกุดแข้ บริเวณบ้านโคกศรี ม.2 ต.คำบง อ.ห้วยผึ้ง พบว่า สภาพน้ำมีสีน้ำตาลอมดำ มีคราบมัน ส่งกลิ่นเหม็นเป็นระยะทางหลายกิโลเมตร ซึ่งผิดธรรมชาติ ในน้ำพบว่ามีปลา และสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในน้ำตายเกลื่อน ชาวบ้านในละแวกนี้ไม่กล้าลงน้ำเกรงได้รับอันตรายและสารพิษ นอกจากนี้ยังพบต้นข้าวของเกษตรกรที่อยู่บริเวณโดยรอบลำห้วยกุดแข้ล้มตาย และไม่ออกรวงอีกจำนวนมากเช่นกัน ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบความเสียหาย

จากการสอบถามนายอนุชา แสงโคตร อายุ 43 ปี ชาวบ้านโคกศรี ต.คำบง ตัวแทนชาวบ้าน บอกว่า ขณะนี้ชาวบ้านโคกศรี และชาวบ้านใน ต.คำบง อ.ห้วยผึ้ง รวมไปถึง ต.สงเปือย อ.นามน เดือดร้อนกันอย่างหนัก เนื่องจากสภาพน้ำในลำห้วยกุดแข้ แหล่งน้ำธรรมชาติของลำน้ำยังระยะทางหลายกิโลเมตรเน่าเสีย ส่งกลิ่นเหม็น คาดว่าเกิดจากโรงงานแป้งมันปล่อยน้ำเสียไหลลงมาในลำห้วย ชาวบ้านจึงรวมตัวกันร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าว


ด้านนางรัตนสุดา ชอบดี ชาวบ้านโคกศรี เล่าอีกว่า ทุกวันนี้ชาวบ้านไม่กล้าที่จะลงไปในลำห้วยและสัมผัสน้ำ รวมถึงใช้ประโยชน์จากน้ำในลำห้วยแห่งนี้แล้ว กลัวกันว่าจะได้รับอันตรายจากน้ำเน่าเสียและมีสารพิษ เพราะมีปลาตายจำนวนมาก มีชาวบ้านล้มป่วยเป็นโรคผิวหนัง มีผื่น และตุ่มแดงขึ้นตามตัวเมื่อสัมผัสน้ำ นอกจากนี้ยังมีชาวบ้านล้มป่วยเป็นโรคทางเดินหายใจ โรคภูมิแพ้ โดยเฉพาะเด็ก และผู้สูงอายุ

เพราะนอกจากจะสัมผัสน้ำที่เน่าเสียแล้ว ยังต้องสูดดมกลิ่นเหม็นและฝุ่นของโรงงานแป้งมันแห่งนี้มาหลายสิบปี จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือ

ขณะที่ พ.อ.มานพ ไขขุนทด รอง ผอ.รมน.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า หลังจากได้รับร้องทุกข์จากประชาชนจึงลงพื้นที่เข้าตรวจสอบบ่อบำบัดน้ำเสีย ซึ่งพบว่าโรงงานได้ลักลอบต่อท่อพีวีซีขนาด 6-8 นิ้วเพื่อระบายน้ำลงสู่ลำห้วย ทำให้น้ำเสียไหลลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ ส่งผลให้ปลา และต้นข้าวของพี่น้องประชาชนล้มตายจำนวนมาก ซึ่งสาเหตุน่าจะเกิดจากน้ำเสียของโรงงานแห่งนี้

อย่างไรก็ตาม จะได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบคุณภาพน้ำ รวมทั้งโรงงาน พร้อมทั้งการวางแนวทางในการเร่งแก้ไขปัญหาต่อไป