xs
xsm
sm
md
lg

ปลื้มโครงการต้นแบบเกษตรอินทรีย์ยุค4.0สำเร็จ เกษตรกรมีตลาดรองรับทั้งรายได้สูงขึ้น

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

เวที สัมมนาตามโครงการชุมชนต้นแบบสินค้าเกษตรอินทรีย์ยุค 4.0
ศูนย์ข่าวขอนแก่น-ศูนย์บ่มเพาะธุรกิจและสังคม มข. จัดอบรมโครงการชุมชนต้นแบบสินค้าเกษตรอินทรีย์ยุค 4.0 มุ่งถ่ายทอดความรู้ตั้งแต่การผลิต แปรรูป และการตลาด ด้านเกษตรกรรับหลังร่วมโครงการพบมีอาชีพมั่นคง มีตลาดแน่นอนและรายได้สูงขึ้น

วันนี้ (10ก.ย.62) ที่ห้องภูพาน โรงแรมขอนแก่นโฮเต็ล อ.เมือง จ.ขอนแก่น คณะบริหารธุรกิจและการบัญชี มหาวิทยาลัยขอนแก่น จัดสัมมนาตามโครงการชุมชนต้นแบบสินค้าเกษตรอินทรีย์ยุค 4.0 ภายใต้แผนงานบูรณการพัฒนาพื้นที่ระดับภาค เพื่อสร้างมูลค่าสินค้าเกษตรอินทรีย์ให้กับเกษตรกร และเพิ่มผลผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ พื้นที่ 5 จังหวัด คือมหาสารคาม กาฬสินธุ์ อุดรธานี หนองบัวลาภู และสกลนคร มีรศ.ดร.เพ็ญศรี เจริญวานิช คณบดีคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี มข. เป็นประธานเปิด มีส่วนราชการ เกษตรกรร่วมกิจกรรมกว่า 500 คน

รศ.ดร.เพ็ญศรี เจริญวานิช คณบดีคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่าการจัดสัมมนาสรุปผลโครงการชุมชนต้นแบบสินค้าเกษตรอินทรีย์ยุค 4.0 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 5 จังหวัด 12 ชุมชน โดยศูนย์บ่มเพาะธุรกิจและสังคม คณะบริหารธุรกิจและการบัญชี ม.ขอนแก่น เล็งเห็นความสำคัญของเกษตรกรภาคอีสาน ที่ปัจจุบันเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตเข้าสู่ยุค 4.0 นำเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น เกษตรกรจะได้รับความรู้ตั้งแต่กระบวนการผลิต การแปรรูป และการตลาด มีทีมงานเป็นพี่เลี้ยงให้เกษตรกรสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์และสร้างรายได้สูงขึ้น


กิจกรรมถ่ายทอดองค์ความรู้ระบบการจัดการผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ รวมถึงการแปรรูปผลผลิตจากพื้นที่เป้าหมาย คาดว่าจะเกิดความร่วมมือระหว่างหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน มีส่วนผลักดันยกระดับขีดความสามารถการพัฒนาเกษตรกร ผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรอินทรีย์ สร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ สามารถพัฒนาและต่อยอดไปสู่พื้นที่ชุมชนอื่นในอนาคต

ด้านนายมงคล บึกสันเที๊ย อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 23 หมู่ 10 ต.เลิงใต้ อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม กล่าวว่าตนอยู่ในกลุ่มศูนย์กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านน้อย ทำเกษตรอินทรีย์แบบทำสัญญาเพื่อปลูกข้าวส่งโรงพยาบาลในรูปของข้าวสาร/ข้าวกล้อง สำหรับโครงการนี้เป็นโครงการต่อยอดให้เกษตรกรมีสินค้าที่มีคุณภาพ ทำให้เกษตรกรมีรายได้และอาชีพที่มั่นคง


การทำเกษตรอินทรีย์ปลูกข้าวส่งโรงพยาบาลนั้น ณ ปัจจุบันกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านน้อย มีตลาดจัดส่งข้าวกล้องไปยังโรงพยาบาลมหาสารคาม ส่วนผักอินทรีย์ มีสัญญาคู่ค้ากับโรงพยาบาลตลอดทั้งปี มีรายได้เข้ากลุ่มเฉลี่ยเดือนละกว่าแสนบาท ผลจากการเข้าร่วมโครงการ 4.0 นั้น ทำให้เกษตรกรมีรายได้จริง มีความเป็นอยู่ดีขึ้น อนาคตข้างหน้าลูกหลานไม่ต้องไปทำงานไกลบ้าน มีอาชีพเกษตรมั่นคง ผลผลิตการเกษตรกลายเป็นรายได้สูงและมั่นคง


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...