xs
xsm
sm
md
lg

ดร.ไข่มุก เหล่าพิพัฒนา “สตรีไทยดีเด่น” รางวัลแห่งเกียรติยศและความภาคภูมิใจ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


สืบเนื่องจากพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานให้วันที่ 1 สิงหาคมของทุกปีเป็น “วันสตรีไทย” ทำให้คณะกรรมการอำนวยการสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ กำหนดจัดงานวันสตรีไทย เพื่อให้สตรีทั้งปวงได้ตระหนักถึงความสำคัญในบทบาท หน้าที่และคุณค่าของตนเอง พร้อมจัดกิจกรรมเพื่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ รวมทั้งกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ



โดยความพิเศษของงาน “วันสตรีไทย” ประจำปี 2562 นอกจากจะอยู่ที่การได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี เสด็จฯเปิดงานแล้วหนึ่งในกิจกรรมที่สำคัญก็คือการพระราชทานรางวัล “สตรีไทยดีเด่น ”ประจำปี 2562 และ “เยาวสตรีไทยดีเด่น”ประจำปี 2562 ซึ่งผู้ที่เข้ารับพระราชทานรางวัลล้วนแล้วแต่ผ่านการคัดสรรทั้งในระดับจังหวัดและองค์กรสมาชิก รวม 150 คน เยาวชนไทยดีเด่นอีก 25 คน



ดร.ไข่มุก เหล่าพิพัฒนา คือสตรีในฐานะตัวแทนจังหวัดชลบุรี ที่ได้รับการคัดสรรหลังได้ทุ่มเททั้งแรงกาย แรงใจในการทำงานเพื่อชุมชน สังคม ศาสนาและประเทศชาติ เห็นได้จากการได้รับรางวัลทั้งในระดับจังหวัดและระดับประเทศมากมาย อาทิ รางวัลคนดีศรีเมืองชล สาขาสงเคราะห์ประชาชนและชุมชน ,รางวัลพระราชทานเสาเสมาธรรมจักร บุคคลผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพุทธศาสนา



รางวัลเข็มเชิดชูเกียรติและประกาศเกียรติคุณผู้ทำต่อประเทศชาติ สังคม และพุทธศาสนา จากสภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย , รางวัล Be All to All ศิษย์คอนแวนต์ผู้ทำคุณประโยชน์ดีเด่น ,รางวัลบุคคลดีเด่นด้านการพัฒนาครอบครัว จ.ชลบุรี, รางวัลบุคคลต้นแบบด้านการพัฒนาเด็กและเยาวชน จ.ชลบุรี ฯลฯ



บทบาทของสตรีไทยในความหมายของรางวัลฯ มี 4 ประการคือ 1.สตรีไทยพึงทำหน้าที่ของ “แม่”ให้สมบูรณ์ ,2.พึงทำหน้าที่ของ “แม่บ้าน”ให้สมบูรณ์ 3.รักษาเอกลักษณ์ของความเป็นสตรีไทย และ 4.พึงฝึกฝนพัฒนาตนเองตนเองให้มีความรู้ ความสามารถเพื่อพัฒนาสังคมชุมชนและประเทศชาติอย่างยั่งยืน”



ขณะที่บรรยากาศในวันเข้ารับพระราชทานรางวัล ดร.ไข่มุก บอกว่านอกจากจะประทับใจกับการเตรียมงานที่ดีมากของสภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ ทั้งเรื่องคำแนะนำในการแต่งกายไม่ว่าจะ สี ชุดและสิ่งที่จะต้องทำเนื่องจากเป็นการปฏิบัติพระราชกรณียกิจแรกของสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ สตรีที่เข้ารับรางวัลยังได้รับพระราชทานรางวัลจากพระหัตถ์ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ตื่นเต้นสำหรับทุกคน



“การทำงานในฐานะสตรีดีเด่น นับจากนี้นอกจากจะต้องทำกิจกรรมร่วมกับสภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ ในวันสำคัญต่างๆ แล้ว งานในด้านการเป็นอาจารย์ถวายความรู้ให้กับมหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย,มหาวิทยาลัยมหามงกุฎราชวิทยาลัย และอาจารย์สอนหนังสือให้กับนิสิตของมหาวิทยาบูรพาและมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ก็ยังคงเป็นไปเช่นเดิม ”



ดร.ไข่มุก บอกว่าส่วนตัวแล้วการได้รับรางวัลที่ว่าเป็นเรื่องยากแล้วการรักษาความดีในฐานะสตรีดีเด่นนั้นน่าจะยากกว่า และยังเชื่อว่ารางวัลต่างๆ ที่เคยได้รับในช่วงที่ผ่านๆ มาล้วนเป็นแรงผลักดันที่ทำให้ได้รับรางวัลสูงสุดในชีวิตอีก 1 รางวัล ซึ่งทุกรางวัลล้วนเกิดจากแรงกระตุ้นของการทำงานเพื่อสังคม ชุมชนและเยาวชน ที่เริ่มจากการเป็นอาจารย์ แต่อีกงานคืองานจิตอาสา ที่น่าจะเป็นบุญสัมพันธ์ที่ทำให้ชีวิตของตนเองคลื่อนไปในทางที่ดี



โดยการทำงานในทุกภาคส่วนไม่มุ่งเน้นแต่เฉพาะงานด้านวิชาการ แต่การได้สัมผัสชีวิตของมนุษย์ถือเป็นเรื่องมหัศจรรย์เพราะชีวิตแต่ละชีวิตมีความแตกต่างกันไป ทำให้ได้มีโอกาสช่วยแก้ไขปัญหาให้กับคนในหลายรูปแบบ ยกตัวอย่างเช่น การได้มีโอกาสไปบรรยายเรื่องการตั้งครรภ์ไม่พร้อมที่ทำให้ได้เจอกับ ด.ญ.อายุเพียง 11 ปีที่ต้องประสบปัญหาดังกล่าวจนกลายเป็นความผูกพันฉันแม่ลูก และดูแลกันมากว่า 8 ปี ถือเป็นความสัมพันธ์ที่งดงาม



หรือแม้แต่กรณีของการบรรยายให้กับผู้สูงวัยที่โรงเรียนผู้สูงอายุ ที่ในวันหนึ่งด้เจอกับลูกที่พาคุณพ่อนั่งวิลแชร์มาโรงเรียนและบอกว่าคุณพ่อไม่ทำอะไรเลย ซ้ำยังป่วยด้วยโรคซึมเศร้าและอยากให้ตนเองช่วยสร้างพละกำลังให้พ่อได้กลับมามีชีวิตที่สดใสอีกครั้ง และเมื่อผู้เป็นพ่อได้นำข้อคิดจากการบรรยายไปปรับใช้ ในวันนี้ได้เริ่มกลับมามีพลัง เริ่มยิ้มและหันมาปั่นจักรยานที่สำคัญคือโรคซึมเศร้า หายไป



“เหล่านี้ล้วนเป็นกำไรชีวิตเพราะตัวเราเองก็ชอบที่จะชื่นชมและมีความสุขจากพลังชีวิตของเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน และในวันที่ได้รู้ว่าตัวเองได้รับเสนอชื่อให้เข้ารับพระราชาทานรางวัลสตรีไทยดีเด่น จำได้ว่าวันนั้นถามตัวเองว่าเราเด็กเกินไปหรือไม่ เพราะคำว่าสตรีไทยดีเด่น มีความยิ่งใหญ่และเต็มไปด้วยเกียรติยศ ที่สำคัญเป็นรางวัลที่สูงส่งและน่าจะมีคนที่เหมาะสมกว่าอีกเยอะ แต่เมื่อคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอีกมุมหนึ่งของชีวิตก็รู้สึกได้ถึงความภูมิใจในตัวเอง ดีใจกับคุณพ่อ คุณแม่ และครอบครัว ”



ดร.ไข่มุก มีคติพจน์ในการใช้ชีวิตท่ำสำคัญคือ “เราจะมีความสุขอย่างแท้จริง เมื่อทำให้ผู้อื่นมีความสุข ” เพราะในชีวิตจริงทุกชีวิตในสังคมล้วนสัมพันธ์กัน ดังนั้นสังคมจะสุขได้ ทุกคนจะต้องยิ้มเพียงแต่จะยิ้มน้อย หรือยิ้มมากเท่านั้น



“โลกมันเปลี่ยนไปแล้ว วันนี้ในสังคมล้วนเต็มได้ด้วยสิ่งเร้าและสิ่งปรุงแต่งมากมาย เราจึงต้องมีแหล่งยึดเหนี่ยวจิตใจ คือมีพาวเวอร์แบงก์ในการเติมพลังให้จิตวิญญาณซึ่งทุกท่านก็มีแตกต่างกันไป อย่างตัวเรา เราก็ใช้วิธีปฏิบัติธรรมเพื่อทำจิตใจให้บริสุทธิ์ โดยจะไปกับคุณแม่ ซึ่งก็ได้ประโยชน์ 2 ด้านคือ 1.ได้อยู่กับแม่ และ 2 .ได้ทำจิตใจที่วุ่นวายจากการพบเจอผู้คนมากมายให้ผ่องใส สะอาดขึ้นและมีพลังในการทำงานต่อไป” ดร.ไข่มุก กล่าว


และนี้คืออีกหนึ่งผลสำเร็จจากการทำงานเพื่อชุมชน สังคม และประเทศชาติ ภายใต้แนวคิด “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” ของสตรีไทย ซึ่งเป็นตัวแทนของ จ.ชลบุรี










Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...