xs
xsm
sm
md
lg

อ่วมจริง! แม่น้ำตากแห้งขอดตลอดสายน้ำ 150 กม.ยัน อช.แม่วงก์ “สะแกกรัง” ต่ำกว่าตลิ่งร่วม 5 เมตร

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


อุทัยธานี - ภัยแล้งลุกลามรุนแรงไม่หยุด..พบแม่น้ำตากแดด แห้งขอดตลอดทั้งสายน้ำระยะทาง 150 กม. ยัน อช.แม่วงก์ นาข้าวทั้งใน-นอกเขตชลประทานแห้งตาย-พื้นที่เสี่ยงภัยอีกกว่า 2 แสนไร่ ขณะที่ “สะแกกรัง” ต่ำกว่าตลิ่งเกือบ 5 เมตรแล้ว

วันนี้ (29 ก.ค.) นายฐกร กาญน์จิรเดช ผู้อำนวยการโครงการชลประทานอุทัยธานี ได้เปิดเผยถึงสถานการณ์ภัยแล้ง ภายหลังจากนำเจ้าหน้าที่ฝ่ายวิศวกรรม และฝ่ายจัดสรรน้ำ ลงตรวจพื้นที่-วางแนวทางแก้ไขการกักเก็บน้ำของเขื่อนวังร่มเกล้า ว่าล่าสุดปริมาณน้ำในแม่น้ำตากแดด เหนือเขื่อนวังร่มเกล้า แห้งขอดลงอย่างสิ้นเชิงตลอดทั้งสายน้ำ ระยะทาง 150 กิโลเมตร ไปจนถึงต้นน้ำในอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ทำให้เกษตรกรที่เคยอาศัยแม่น้ำตากแดดได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก ไม่มีแหล่งน้ำที่จะตั้งเครื่องสูบน้ำไปหล่อเลี้ยงต้นข้าวหลายหมื่นไร่ ที่ขณะนี้มีทั้งยืนต้นตายเสียหายอย่างสิ้นเชิง และรอวันยืนต้นตายอีกจำนวนมาก หากยังคงไม่มีฝนตกลงมาช่วยในระยะนี้จะส่งผลให้นาข้าวนั้นเสียหายไปทั้งหมดอย่างแน่นอน


นายฐกรกล่าวว่า พื้นที่ทั้งในเขตชลประทาน 1 แสนไร่เศษ นอกเขตชลประทานอีก 1 แสนไร่ รวมประมาณ 2.2 แสนไร่ ประสบปัญหาภัยแล้งมาแล้วช่วงหนึ่งเพราะฝนทิ้งช่วง น้ำในพื้นแก้มลิงแนวเขื่อนที่มีอยู่ร้อยละ 35 เหลืออยู่เพียงร้อยละ 7 เท่านั้น จึงทำให้ไม่สามารถที่จะส่งน้ำสนับสนุนได้อย่างเต็มกำลัง

ขณะที่แหล่งน้ำหลักๆ ของอุทัยธานี ไม่ว่าจะเป็นอ่างทับเสลา ที่ปัจจุบันมีน้ำแค่เพียงร้อยละ 14 มีน้ำเหลือที่เป็นน้ำใช้การได้อยู่แค่เพียงร้อยละ 6 เท่านั้น นั่นหมายถึงว่าพื้นที่ของทับเสลา 1.4 แสนไร่เศษ ซึ่งเป็นพื้นที่รับประโยชน์ก็ประสบปัญหาภัยแล้งเช่นเดียวกัน

ส่วนสถานการณ์น้ำในแม่น้ำสะแกกรัง ยังคงประสบกับสภาวะภัยแล้งยาวนาน ปริมาณน้ำในแม่น้ำลดลงจนทำให้เรือนแพที่อยู่อาศัย-กระชังปลา ต้องลากจูงแพไว้ร่องกลางแม่น้ำ ไม่ให้เรือนแพและกระชังปลาได้รับความเสียหาย รวมไปถึงการประชาสัมพันธ์ การเฝ้าระวังระดับน้ำ และมาตรการในการให้ความช่วยเหลือทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

นายฐากรระบุว่า ปกติน้ำสะแกกรังจะลดลงช่วงเดือนมกราคม-เมษายน ซึ่งจะเป็นผลกระทบจากแม่น้ำเจ้าพระยา แต่ปีนี้เดือนกรกฎาคม เรายังเจอปัญหานั้นอยู่ซึ่งเป็นผลมาจากภัยแล้ง ปริมาณน้ำต้นทุนที่มาจากเขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติ์มีน้อยมาก การระบายน้ำจากทั้ง 2 เขื่อนขนาดใหญ่ก็อยู่ในเกณฑ์น้อยทำให้ระดับน้ำสะแกกรังลดลง ซึ่งปกติแล้วกรมชลประทานจะพยายามรักษาระดับน้ำไว้ไม่ให้ต่ำกว่า +15 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง แต่ช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ระดับน้ำจะต่ำกว่าตลิ่งหน้าศาลากลาง ประมาณ 4.60 เมตร กระทบต่อแพที่อยู่อาศัย กระชังปลา รวมทั้งวิถีชีวิตของชาวบ้านที่อยู่อาศัยน้ำในแม่น้ำสะแกกรังทั้งสองฝั่ง

มาตรการที่เราดำเนินการไปแล้วก็คือ การประชาสัมพันธ์แจ้งให้ทราบถึงสถานการณ์น้ำ รวมทั้งประชาบอกกล่าวกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวัง เพราะระดับน้ำที่ลดลงอย่างรวดเร็วนั้นทำให้แพบางแพปล่อยเชือกให้ขึ้นลงไม่ได้ ซึ่งจะทำให้แพเอียง เป็นต้น
กำลังโหลดความคิดเห็น