xs
xsm
sm
md
lg

หมดมนต์เสน่ห์! วิถีชาวแพ “สะแกกรัง” ภัยแล้งหน้าฝนทำแพนับร้อยเกยตื้นต้องจับปลาขายหนีโคลน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


อุทัยธานี - ภัยแล้งฤดูฝนยังทวีความรุนแรง แม่น้ำสะแกกรังแห้งหนัก กระทบวิถีชุมชนชาวแพสองฝั่งแม่น้ำ เรือนแพนับร้อยหลังเกยตื้น เร่งลากกระชังปลาลงร่องน้ำลึกป้องกันเสียหายเพิ่ม


วันนี้ (26 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานถึงสถานการณ์ภัยแล้งในขณะนี้ว่า ปีนี้ภัยแล้งยังคงทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดปริมาณน้ำในแม่น้ำสะแกกรังที่ไหลผ่านตัวเมืองอุทัยธานีระดับน้ำลดลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะตั้งแต่ช่วงบ้านน้ำตก และตลาดริมน้ำสะแกกรัง ไปยังวัดอุโปสถาราม หรือวัดโบสถ์ จนถึงบริเวณพญาไม้รีสอร์ท พบว่าน้ำนั้นลดแห้งลงจนเห็นเนินดินเป็นบริเวณกว้าง

โดยระดับน้ำลดลงจากตลิ่งกว่า 2 เมตร ซึ่งนับว่าปริมาณน้ำที่ลดลงในครั้งนี้ไม่เคยเป็นมาก่อนในฤดูฝน ส่งผลให้ชุมชนชาวแพทั้งสองฝั่งริมแม่น้ำสะแกกรังตั้งตัวไม่ทัน ทำให้ได้รับความเดือดร้อน เรือนแพอาศัยเกยตื้น ทำให้ชุมชนชาวเรือนแพหวั่นว่าลูกบวบไม้ไผ่ทุ่นลอยน้ำของเรือนแพอาศัยจะได้รับความเสียหาย หากสถานการณ์น้ำยังคงแห้งและเสี่ยงที่จะคงสภาพเช่นนี้ไปยาวนาน

นอกจากนี้ กระชังปลาของเกษตรกรชาวเรือนแพที่มีมากกว่า 200 กระชัง ต้องพยายามชักลากลงน้ำลึกให้มากที่สุดป้องกันความเสียหาย และปลาในกระชังเริ่มทยอยตายลงทุกวัน ทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาในกระชังต้องยอมจับปลาที่เลี้ยงไว้ขายก่อนกำหนด โดยปลาที่ยังโตไม่เต็มวัยนั้นจะขายในราคาถูกลง จากปกติที่เคยขายได้กิโลกรัมละ 100-120 บาท จะเหลือเพียงกิโลกรัมละ 60-80 บาทเท่านั้น ซึ่งต้องยอมขายเพราะดีกว่าที่จะได้รับความเสียหายไปทั้งหมด

จากระดับน้ำที่ลดลงอย่างรวดเร็วดังกล่าวยาวนานกว่า 2 เดือนนั้น โดยเฉพาะแหล่งต้นน้ำแม่น้ำสะแกกรัง จากอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ที่ไหลผ่านเขื่อนวังร่มเกล้า ต.ทุ่งใหญ่ อ.เมือง จ.อุทัยธานี ก่อนที่จะไหลลงสู่แม่น้ำสะแกกรัง ไม่มีฝนตกและไม่มีน้ำไหลลงมาเติมในแม่น้ำสะแกกรังจากสภาวะความแห้งแล้ง

หากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้จะส่งผลกระทบต่อชาวบ้านชุมชนชาวแพกว่า 200 ครอบครัว การสัญจรทางเรือ ค้าขาย และการเลี้ยงปลากระชัง ซึ่งเป็นอาชีพหลักทำรายได้ของชุมชนชาวแพจะได้รับความเสียหายหนักต่อไปด้วย

กำลังโหลดความคิดเห็น