xs
xsm
sm
md
lg

เจ้าของฟาร์มจระเข้ชื่อดังอ่างทองหันไปเลี้ยงกบรอจระเข้โต เพื่อเป็นรายได้เสริม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


อ่างทอง - เจ้าของฟาร์มจระเข้ชื่อดัง หันไปเลี้ยงกบเพื่อเพิ่มรายได้ ในช่วงรอจระเข้โต 2-3 ปี พร้อมลดต้นทุนโดยใช้เนื้อไก่ที่เหลือจากจระเข้เป็น นำมาเป็นอาหารกบ ทำให้กบแข็งแรงโตไว เดือนแรกจับขายตัวละ 1 บาท

นางฉวีวรรณ มีศรี อายุ 42 ปี เจ้าของทศชาติฟาร์ม บ้านเลขที่ 170 หมู่ 6 ตำบลวังน้ำเย็น อำเภอแสวงหา จังหวัดอ่างทอง เปิดเผยว่า ได้ทำการเลี้ยงกบในฟาร์มจระเข้ขายสร้างรายได้เสริมช่วงระหว่างรอจระเข้โตได้ขนาดก่อนจับขาย 2-3 ปี โดยใช้เนื้อไก่ที่เหลือจากจระเข้เป็นอาหารกบ ทำให้กบแข็งแรงโตไว ในช่วงหน้าฝนจะโตเร็วมาก ช่วงอายุประมาณ 1 เดือนเริ่มจับขายได้แล้วในราคาตัวละ 1 บาท ที่เหลือปล่อยไว้นาน 3- 4 เดือน ได้ขนาด 5-6 ตัวต่อกิโลกรัม ขายได้ในราคากิโลกรัม 50 บาท โดยเลี้ยงกบไว้ 10 บ่อ เป็นการสร้างรายได้อย่างงาม

โดยเริ่มจากการผสมพันธุ์ออกมาเป็นลูกอ๊อดได้ประมาณ 15 วัน พอเป็นตัวลูกกบแล้วได้แยกบ่อเลี้ยงคัดขนาดตัวเล็กตัวใหญ่แยกจากกัน แล้วเลี้ยงต่ออีกประมาณ 2 สัปดาห์ ก็จับขายได้แล้วในราคาตัวละ 1 บาท ซึ่งหน้าฝนกบจะโตเร็วมาก ส่วนอาหารนั้นจะใช้อาหารจากเนื้อไก่ที่เหลือจากเนื้อจระเข้ เป็นการลดต้นทุน และจะทำให้กบโตเร็วมาก เนื้อไก่มีโปรตีนสูง และประหยัดต้นทุนด้วย ส่วนกบที่เหลือเลี้ยงต่อที่บ่ออีก 3-4 เดือน ตัวกบมีขนาด 5-6 ตัวต่อกิโลกรัม ขายที่ราคากิโลละ 50 บาท เลี้ยงไว้ 10 บ่อ เป็นการสร้างรายได้อย่างงาม เดือนละ 30,000-50,000 บาท

ซึ่งตอนที่กบตัวเล็กๆ นั้นตัวลูกกบตัวไหนที่ตัวใหญ่กว่าจะขึ้นไปอยู่บนแพ ส่วนกบที่ตัวเล็กว่าจะอยู่ใต้แพแล้วคอยกัดขาของกบตัวที่อยู่บนแพ เรียกว่ากบตัวเล็กกินกบตัวใหญ่ เราต้องแยกขนาดกบตัวที่เท่ากันอยู่บ่อเดียวกันเพื่อป้องกันการเสียหาย ตอนแรกตัวเล็กจะกินตัวใหญ่ พอโตไปอีกหน่อยตัวใหญ่จะกินตัวเล็ก ที่ต้องเลี้ยงกบเสริมรายได้นั้น เนื่องมาจากการเลี้ยงจระเข้ในช่วงนี้ราคาตกต่ำ และการเลี้ยงจระเข้ ต้องใช้เวลานานถึง 2-3 ปีกว่าจะมีรายได้ จำต้องเลี้ยงกบเสริมรายในช่วงการรอจับจระเข้ขาย ซึ่งการเลี้ยงกบนั้น 3-4 เดือนก็มีรายได้แล้ว