พิจิตร - ตามดูเหมืองทองอัคราฯ หลังถูก ม.44 สั่งปิดมานานกว่า 2 ปีเศษ วันนี้ทั่วขุมเหมืองเหลือคนงานเฝ้าแค่ 20 คนจากที่เคยมีมากกว่าพันคน แต่เครื่องจักรกลยักษ์นับร้อยคันยังจอดนิ่งรอวันเดินเครื่อง ขณะที่ จนท.จ่อตรวจเลือดชาวบ้านซ้ำ DSI ควานหาข้อมูลเพิ่ม
หลังมีการหยิบยกเรื่องเหมืองแร่ทองคำ อัครา รีซอร์สเซส หรือเหมืองทองชาตรี ต.เขาเจ็ดลูก อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร ซึ่งมีพื้นที่การทำสัมปทานในการขุดหาแร่ทองคำครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัด คือ พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ ที่ขุดหาแร่ทองคำมาตั้งแต่ปี 2544 กระทั่งรัฐบาลใช้อำนาจตาม ม.44 สั่งปิดตั้งแต่ 31 ธ.ค. 59 หรือ 2 ปีเศษที่ผ่านมา เนื่องจากชาวบ้านรอบเหมืองทองฯ ร้องเรียนถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม-สุขภาพ มาเป็นประเด็นทางการเมือง
เนื่องจากบริษัท คิงส์เกตฯ ได้ยื่นต่อคณะอนุญาโตตุลาการเรียกร้องค่าเสียหายจากรัฐบาลไทยเป็นเงิน 4 หมื่นล้านบาท และมีกำหนดพิจารณาในขั้นต้นปลายปีนี้
ล่าสุดมีรายงานว่า ขณะนี้ทีมเจ้าหน้าที่ DSI ได้ลงพื้นที่พบผู้บริหารและตัวแทนของบริษัท อัคราฯ เพื่อขอข้อมูลเอกสารต่างๆ เพิ่มเติม นอกจากนี้ ในช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2562 สนง.สาธารณสุขจังหวัดพิจิตร-เพชรบูรณ์จะร่วมกันเข้าไปเจาะเลือด ตรวจปัสสาวะ ชาวบ้านที่อยู่รอบๆ เหมืองทอง เพื่อตรวจหาสารปนเปื้อน วัดค่าสารหนู สารไซยาไนด์ ฯลฯ อีกด้วย
ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สังเกตการณ์บรรยากาศที่เหมืองทองดังกล่าวที่เคยมีพนักงานเข้า-ออกมากกว่า 1 พันคน พบว่าบริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด ได้ปิดประตูห้ามบุคคลภายนอกเข้า-ออก มีเพียง รปภ.นั่งเฝ้าอยู่คนเดียว ขณะที่ตู้เอทีเอ็ม ซึ่งธนาคารกสิกรไทยเคยนำมาตั้งไว้ให้บริการพนักงาน-ประชาชน ก็ถูกยกเก็บไปแล้ว โดยทางธนาคารฯ แจ้งว่ามีผู้ใช้ประโยชน์ไม่คุ้มค่ากับการลงทุน เพราะเหมืองถูกสั่งปิดก็ไม่มีการจ่ายเงินเดือนให้แก่พนักงาน
ส่วนเครื่องจักรกลขนาดใหญ่ของบริษัท โลตัส ฮอลล์ ซึ่งเป็นผู้รับจ้างขุดเจาะ-ขนส่งแร่ทองคำเข้าสู่โรงงาน ซึ่งแต่ละคันมีราคาตั้งแต่ 10-75 ล้านบาท ก็จอดเรียงรายอยู่นับร้อยคัน โดยมีนายอำนาจ จันทรโสม พนักงานฝ่ายซ่อมบำรุงบริษัทโลตัสฯ และเพื่อนๆ อีก 3-4 คนเฝ้าดูแลอยู่เท่านั้น
นายอำนาจเล่าว่า ช่วงที่เหมืองทองอัคราเปิดดำเนินกิจการ พนักงาน 2 บริษัท คือ บริษัท อัครา รีซอร์สเซส กับบริษัท โลตัส ฮอลล์ รวมแล้วมีมากกว่า 1 พันคน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนในพื้นที่ เมื่อเหมืองทองอัคราถูกสั่งปิด ต่างคนต่างแยกย้ายไปคนละทิศละทาง ไปหางานทำในกรุงเทพฯ สระบุรี อยุธยา และอีกหลายจังหวัด จากพนักงานพันกว่าคน ขณะนี้มีเหลืออยู่แค่เพียง 20 คนที่ทำหน้าที่คอยดูแลทำนุบำรุงเครื่องจักรเครื่องกลให้มีสภาพพร้อมที่จะเดินเครื่องได้
พนักงานคนอื่นๆ ต่างบอกว่า อยากให้เหมืองทอง อัคราฯ เปิดดำเนินกิจการอีกครั้ง เนื่องจากในช่วงที่เปิดก็ไม่ได้ส่งผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม หรือสุขอนามัยที่เป็นอันตรายต่อชาวบ้านหรือชุมชน กลุ่มพวกตนเป็นพนักงานที่อยู่ในจุดที่หลายคนมองว่าเป็นจุดเสี่ยง ทำงานอยู่จุดนั้นนานนับสิบปี จนถึงทุกวันนี้สุขภาพร่างกายก็ปกติดี จึงขอเป็นอีกเสียงหนึ่งที่ยืนยันว่าอุตสาหกรรมกับชุมชนอยู่ร่วมกันได้


