xs
xsm
sm
md
lg

วิบากกรรม!! หลังเส้นทางการตายเสือดำ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ภาคกลาง - เส้นทางเสือดำถูกฆ่า ที่ยังไม่มีใครยอมรับ ทั้งที่ศาลพิพากษาแล้ว ล่าสุด ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 พิพากษา เปรมชัย คุก 1 ปี ไม่รอลงอาญา ฐาน ติดสินบนเจ้าหน้าที่คดีล่าเสือดำ.

ผ่านมานานกว่า 1 ปีแล้ว สำหรับคดี ฆ่าเสือ ดำ นับเป็นคดีที่สังคมให้ความสนใจจนนำมาซึ่งการเคลื่อนไหวของกลุ่มนักอนุรักษ์ ตัวแทนของสัตว์ป่าออกมาส่งเสียงเรียกร้องถึงกระบวนการยุติธรรมทางกฎหมาย

วันที่ 4 ก.พ. 61 นาย เปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) กับพวกรวม 4 คน ถูกเจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ป่ามหาราช เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก ตรวจสอบพบว่าลักลอบตั้งแคมป์และลักลอบล่าสัตว์ป่า หลังนายเปรมชัยกับพวกได้เข้าไปท่องเที่ยวในพื้นที่ดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 3 ก.พ.61

การจับกุมในครั้งนี้เจ้าหน้าที่ตรวจพบซากสัตว์ป่าคุ้มครอง คือ ไก่ฟ้าหลังเทา และเก้ง นอกจากนี้ยังตรวจพบอาวุธปืนลูกกรดติดลำกล้อง 1 กระบอก ปืนไรเฟิลติดลำกล้อง 1 กระบอก และปืนลูกซองแฝด 1 กระบอก จึงควบคุมตัวนายเปรมชัย และพวกไปที่สำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก

5 ก.พ. 2561 พบซากเสือดำ พร้อมด้วยเครื่องกระสุนปืนอีกจำนวนมากที่ถูกซุกซ่อนไว้ใกล้กับแคมป์พัก จากการเข้าไปตรวจสอบตรวจสอบพื้นที่เพิ่มเติมอีกครั้งใน นายเปรมชัยกับพวกจึงถูกควบคุมตัวดำเนินคดีที่ สภ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ก่อนที่ในช่วงบ่ายศาลจังหวัดทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี จะอนุญาตให้ประกันตัวทั้งหมด ด้วยวงเงินประกันคนละ 150,000 บาท

7 กุมภาพันธ์ 2561 พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเข้าค้นบ้าน นายเปรมชัย ย่านห้วยขวาง กรุงเทพฯ พบปืนไรเฟิล ปืนยาว และปืนสั้น รวม 43 กระบอก แต่ไม่พบตัวนายเปรมชัย

พลตำรวจเอก ศรีวราห์ ลงพื้นเอง รวบรวมพยานหลักฐานและสรุปสำนวนคดีส่งต่ออัยการจังหวัดทองผาภูมิ เพื่อฟ้องนายเปรมชัย จำนวน 10 ข้อหา และพนักงานอัยการสั่งฟ้อง 6 ข้อหา ประกอบด้วย ร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต , ร่วมกันล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า , ร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครอง , ร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งซากสัตว์ป่าคุ้มครอง , ร่วมกันช่วยซ่อนเร้นซึ่งซากสัตว์ป่าอันได้มาโดยการกระทำผิดกฎหมาย และร่วมกันเก็บหาของป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติ พร้อมให้ชดเชยค่าเสียหายให้กรมอุทยานฯ จากการก่อคดีจำนวน 462,000 บาท ซึ่งหนึ่งในข้อหาที่อัยการสั่งฟ้อง มีโทษจำคุกสูงสุดถึง 10 ปี

ส่วนข้อหาที่ไม่สั่งฟ้องคือ ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง , ร่วมกันเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า , ร่วมกันมีเครื่องมือสำหรับการล่าสัตว์ป่า , ร่วมกันพยายามล่าสัตว์ป่า และร่วมกันกระทำการทารุณกรรมสัตว์โดยไม่มีเหตุอันควร

19 มี.ค. ศาลจังหวัดทองผาภูมิ พิพากษาจำคุกนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานกรรมการ บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ เป็นเวลา 16 เดือน ใน 3 ข้อหา ฐานเป็นผู้สนับสนุนให้ผู้อื่นล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครอง (ไก่ฟ้าหลังเทา) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะ โดยหลุดข้อหาครอบครองซากเสือดำ ส่วนพวกอีก 3 คน ถูกลงโทษข้อหาครอบครองซากเสือดำด้วย

นอกจากนี้ ศาลยังยกฟ้องนายเปรมชัย ในข้อหาร่วมกันเก็บหาของป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติ และข้อหาร่วมกันมีซากเสือดำ สัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

ส่วนจำเลยที่ 2-4 ได้แก่ นายยงค์ โดดเครือ คนขับรถ นางนที เรียมแสน แม่บ้าน และนายธานี ทุมมาศ นายพรานของนายเปรมชัย ถูกจำคุกรวมกัน ตั้งแต่ 4 เดือน ถึง 2 ปี 17 เดือน โดยทั้ง 3 คน ต่างถูกลงโทษข้อหาครอบครองซากเสือดำทั้งสิ้น

ล่าสุดวันนี้ (11 มิ.ย.) ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 นัดฟังคำพิพากษากรณีพนักงานอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 7 ยื่นฟ้อง นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและกรรมการ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล็อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) จำเลยที่ 1 และนายยงค์ โดดเครือ จำเลยที่ 2 ข้อหาร่วมกันให้ ขอให้หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดแก่เจ้าพนักงานเพื่อจูงใจให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือประวิงการกระทำอันมิชอบด้วยหน้าที่ฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 144 ประกอบมาตรา 83 (เสนอให้สินบนเจ้าพนักงาน)

ซึ่งระหว่างที่ถูกควบคุมตัว นายเปรมชัย และนายยงค์ โดดเครือ ได้ร่วมกันเสนอว่าจะให้รับสินบนแก่เจ้าพนักงานผู้จับกุม เพื่อแลกกับการปล่อยตัวไม่ดำเนินคดี ซึ่งคดีดังกล่าว ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 ดำเนินกระบวนการสืบพยานโจทก์ และจำเลยเสร็จสิ้นแล้ว

ศาลพิจารณาหลักฐาน แล้วเห็นว่า นายเปรมชัยมีความผิดตามฟ้อง สั่งจำคุก 1 ปี ไม่รอลงอาญา โดยให้รอรับโทษต่อจากคดีในศาลจังหวัดทองผาภูมิ ที่พิพากษาในคดีล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์ ในคดีดังกล่าวมีโทษ จำคุก 1 ปี 16 เดือน ซึ่งอยู่ระหว่างการอุทธรณ์

สำหรับพฤติกรรมของนายเปรมชัย พยานฝ่ายโจทก์เบิกความไปในทิศทางเดียวกันว่า นายเปรมชัยได้พูด ว่า “มีหนทางช่วยอะไรไหม หรือเงื่อนไขอะไร หากปล่อยตัวผมอยากได้อะไรจะหามาให้” ส่อเจตนาติดสินบน ซึ่งมีน้ำหนักเพียงพอที่จะทำให้เชื่อว่าตั้งใจติดสินบนแม้จะไม่ได้ระว่าสินบนที่จะให้คืออะไรก็ตาม

ส่วนจำเลยที่ 2 นายยงค์ คนขับรถนายเปรมชัย ศาลพิพากษายกฟ้อง แม้ว้าจะมีหลักฐานเป็นคลิปเสียงสนทนาความยาว 20 นาที ไม่มีความเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมของนายเปรมชัย เนื่องจากว่าเป็นการพูดคุยคนละช่วงเวลา และเป็นลักษณะพูดคุยทั่วไป เสนอแนะทั่วไปแม้ว่ามีการบันทึกเสียงแต่ไม่ปรากฏว่ารู้เห็นกับนายเปรมชัยจำเลยที่ 1