ฉะเชิงเทรา -ยกเค้า"ตั้มแปดริ้ว" เซียนพระชื่อดังระดับประเทศ ทายาทนักธุรกิจตระกูลดัง อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา สูญพระเครื่องเนื้อพิเศษและเนื้อทองคำค่าเกือบ 10 ล้านบาท เงินสด และเงินในบัญชี รวมเสียหาย 16.3 ล้าน เผยฝีมือภรรยา-แม่ยาย
วันนี้ ( 7 มิ.ย.)นายกิตติ พจนานุภาพ อายุ 38 ปี ทายาทเจ้าของกิจการปั้มน้ำมันชื่อดัง (ชวาลกิต) และธุรกิจขนส่งสินค้ารายใหญ่ในเขต อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา และยังเป็นนายกสมาคมจิตรางค์คนางค์อนุรักษ์พระเครื่องไทย ได้เผยกัยผู้สื่อข่าวว่าถูกอดีตภรรยาคือ น.ส.ฐิติรัชช ศรีมหาพรหม อายุ 42 ปี พร้อมด้วย นางอารี เกาะดี อายุ 66 ปี ซึ่งเป็นแม่ยายร่วมกันลักพระเครื่องเนื้อพิเศษและเนื้อทองคำจำนวนกว่า 300 องค์ มูลค่าเบื้องต้นไม่ต่ำกว่า 5-10 ล้านบาท รวมทั้งเงินสด 3 แสนบาท ที่เก็บไว้ตู้เซฟบนห้องนอนชั้น 2 ของบ้านเลขที่ 847 ม.1 ต.พนมสารคาม อ.พนมสารคาม
นอกจากนั้นยังแอบใช้บัตรเอทีเอ็ม ทยอยกดเงินสดออกจากบัญชีธนาคารที่โอนมาไว้เพื่อใช้จ่ายในการปลูกสร้างบ้านรวม 4 ธนาคารเป็นเงิน 11 ล้านบาท ก่อให้เกิดความเสียหายรวมเบื้องต้น 16.3 ล้านบาท เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 27 พ.ค. ที่ผ่านมา ก่อนที่ตนเองจะทราบว่าทรัพย์สินสูญหายในวันที่ 28 พ.ค.2562
"จากนั้นได้พยายามติดต่อกับอดีตภรรยาแต่เขาไม่ยินยอมพูดคุยด้วย และไม่รับโทรศัพท์จึงต้องเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.พนมสารคาม เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ เพื่อขอให้ทำการออกหมายเรียกทั้งภรรยาและแม่ยายมาทำการสอบสวน เพื่อให้ดำเนินคดีในข้อกล่าวหา "ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน"ไว้แล้ว"
นายกิตติ ยังเผยอีกว่าอดีตภรรยาของตนเองเดิมเป็นพนักงานล้างรถอยู่ภายในปั้มน้ำมันที่เป็นกิจการของครอบครัวเมื่อกว่า 20 ปีก่อน และได้ชอบพอกับตนเองจนถึงขั้นอยู่กินด้วยกันมานานถึงเกือบ 20 ปี แต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสและมีบุตรชายวัย 11 ปีด้วยกัน 1 คน โดยตลอดระยะเวลาที่อยู่ด้วยกันตนเองไม่เคยตบตีหรือมีปากเสียงทะเลาะวิวาทกัน กระทั่งภรรยาลักทรัพย์สินจากภายในตู้เซฟจำนวน 2 ใบ จากที่มีทั้งหมด 3 ใบ
นานกิตติ ยังเผยอีกว่าสาเหตุที่ตนเองนำทรัพย์สินมาไว้ยังที่บ้านเกิดใน อ.พนมสารคาม เพราะตนเองเริ่มเบื่อหน่ายต่อการใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ และเตรียมที่จะสร้างบ้านหลังใหม่ใน อ.พนมสารคาม จำนวน 2 หลังบนที่ดินของมารดา โดยได้โอนเงินเข้าบัญชีของภรรยา เพื่อให้ไว้ใช้จ่ายเป็นค่าก่อสร้างบ้านรวม 4 บัญชี โดยไม่คิดว่าจะถูกเชิดเงินและทรัพย์สินหลบหนีไป
ด้าน ร.ต.อ.สุริยันต์ แก้วพิฑูลย์ รองสารวัตรเวรสอบสวน สภ.พนมสารคาม พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี กล่าวว่าในวันนี้ น.ส.ฐิติรัชช ได้ให้ทนายความติดต่อนัดหมายเพื่อที่จะเข้ามาให้ปากคำตามหมายเรียกแล้ว แต่เมื่อถึงเวลานัดหมายกลับไม่เดินทางมาพบและเมื่อติดต่อไปยังทางทนายความของทาง น.ส.ฐิติรัชช ก็ได้รับคำตอบว่ามีการขอเปลี่ยนตัวทนายความแล้ว จึงยังไม่ได้เดินทางมาตามนัดหมาย
"ในคดีนี้ผู้เสียหายได้แจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีภรรยาและแม่ยาย ในข้อกล่าวหา "ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะในการหลบหนี" และจะมีการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมต่อทางน้องชายของผู้ถูกกล่าวหาในข้อหา "ร่วมกันลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะในการหลบหนี" หลังผู้เสียหายหาอ้างว่าน้องชายเป็นผู้มีส่วนร่วมในการนำพาเอาทรัพย์สินไปด้วย " ร.ต.อ.สุริยันต์ กล่าว


