xs
xsm
sm
md
lg

อาณาจักรทุนไทยริมฝั่งโขงป่วน แจ้งจับเกาหลีอ้างสิทธิ์สัมปทาน-ลาวส่ง จนท.คุม“นาคราชนคร”ข้ามปี

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เชียงราย – อาณาจักร “นาคราชนคร” โครงการพัฒนาที่ดินขนาดใหญ่ต้นทางสายยุทธศาสตร์ R3a ของทุนไทยป่วน ทั้งแจ้งจับ ผจก.หนุ่มเกาหลี อ้างสิทธิ์เหนือสัมปทาน พร้อมขอลาวส่งตัวดำเนินคดีในไทย ขณะที่ สปป.ลาว ส่งทหารคุมข้ามปี

นายอรรถสิทธิ์ คุณูปถัมภ์ ตัวแทนบริษัทเอเอซี กรีนซิตี้ ลาว จำกัด เจ้าของสัมปทานโครงการพัฒนาที่ดิน “นาคราชนคร” เชิงสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 ต้นทางยุทธศาสตร์ R3a และพระชาวเกาหลีใต้ชื่อ "แด ซอง" ในนามตัวแทนนักลงทุนชาวเกาหลีใต้ พร้อมคณะได้เข้าพบ ร.ต.อ.ศรีเดช สุวรรณ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองเชียงราย เมื่อเร็วๆนี้

เพื่อสอบถามความคืบหน้ากรณีทางการไทยได้ประสานไปยังทางการ สปป.ลาว ขอรับตัวนายวี คีบ๊อค อายุ 47 ปี นักธุรกิจชาวเกาหลีใต้ ที่ถูกบริษัทแจ้งความดำเนินคดีที่ สภ.เมืองเชียงราย ฐานยักยอกทรัพย์-หมิ่นประมาท เหตุเกิดเมื่อ 28 ส.ค.60 ต่อเนื่องกันมาอีกหลายครั้ง เนื่องจากทราบว่าทางการ สปป.ลาว ได้จับกุมตัวนายวี คีบ๊อค ได้แล้ว

นายอรรถสิทธิ์ กล่าวว่าที่ผ่านมาบริษัทได้รับสัมปทานจากทางการ สปป.ลาว ให้เข้าไปพัฒนาโครงการนาคราชนคร ฝั่งเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ตรงข้าม อ.เชียงของ จ.เชียงราย เป็นระยะเวลา 40 ปี บนเนื้อที่ประมาณ 1,200 ไร่ และได้ลงทุนไปแล้วกว่า 500 ล้านบาท สร้างอาคารสิ่งปลูกสร้างต่างๆ มากมาย จากเดิมเป็นที่รกร้าง-ป่าละเมาะริมฝั่งโขง กลายเป็นโครงการใหญ่บนเส้นทางยุทธศาสตร์ R3a ส่วนหนึ่งของเส้นทางคุนมั่ง-กงลู่ (คุนหมิง-กรุงเทพฯ)

แต่ปรากฎว่าเมื่อปลายปี 2560 ผู้ที่บริษัทเคยไว้ใจให้รับผิดชอบเป็นตัวแทน หรือผู้จัดการโครงการ ได้อ้างสิทธิ์เหนือพื้นที่โครงการฯ กับเจ้าหน้าที่ สปป.ลาว และมีการส่งกำลังเจ้าหน้าที่ลาว บุกยึดโครงการ โดยอ้างว่าเพื่อคุ้มครองตัวเอง ทำให้นักลงทุนไทย-ผู้ร่วมทุน ไม่ได้รับอนุญาตให้อยู่ภายในโครงการและต้องกลับมาฝั่งไทยทั้งหมด ส่วนนักลงทุนต่างประเทศก็กลับประเทศของตัวเองไป

นายอรรถสิทธิ์ กล่าวอีกว่าหลังเกิดเหตุทางบริษัทพยายามทวงสิทธิ์คืน เข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองเชียงราย ดำเนินคดีกับนายวี คีบ๊อค ชาวเกาหลีใต้ ที่เคยได้รับความไว้วางใจจากบริษัทดูแลโครงการฯดังกล่าวมานาน เนื่องจากบริษัทเสียโอกาสเข้าไปพัฒนาโครงการ ทรัพย์สินต่างๆ เช่น อาคาร อุปกรณ์ ฯลฯ และเสียทรัพย์จากการลงทุน รวมทั้งยังถูกข่มขู่ทางข้อความ นอกจากนี้ยังแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ สปป.ลาว ให้ทราบด้วย

ต่อมาศาลของไทย ได้อนุมัติหมายจับ และบริษัทได้แจ้งตำรวจสากลทั้งไทย-สปป.ลาว ให้ช่วยติดตามจับกุมนายวี คีบ๊อค ล่าสุดทราบว่าทางการ สปป.ลาว จับกุมตัวได้แล้วเมื่อวันที่ 26 เม.ย.ที่ผ่านมา ที่นครเวียงจันทน์ และขณะนี้ก็ยังถูกควบคุมตัวอยู่ ดังนั้นจึงขอให้ตำรวจไทย ประสานขอให้ทางการ สปป.ลาว ส่งตัวนายวี คีบ๊อค มาดำเนินคดีในไทย จากนั้นบริษัทก็จะได้รวบรวมข้อมูลหลักฐานต่างๆ ให้กับทางการ สปป.ลาว เพื่อขอกลับเข้าไปพัฒนาโครงการฯในแขวงบ่อแก้ว ต่อไป

ตัวแทนบริษัทเอเอซี กรีนซิตี้ ลาว จำกัด กล่าวด้วยว่าที่ผ่านมาถือว่าโครงการเสียโอกาสและพนักงานที่เคยมีอยู่กว่า 40-50 คน ก็ต้องข้ามมาอยู่ที่โรงแรมของบริษัทฯฝั่ง อ.เชียงของ จ.เชียงราย ชั่วคราว ขณะที่นักลงทุนชาวต่างประเทศที่อยู่ในช่วงเกิดเหตุ ก็พากันเดินทางกลับประเทศกันหมด

“เหตุการณ์เหล่านี้เราไม่กล่าวโทษใคร รวมถึงเจ้าหน้าที่ สปป.ลาว แต่กลับจะขอบคุณที่ช่วยติดตามจับกุมตัวนายวี คีบ๊อค มาได้ เพราะผู้ที่เรากล่าวโทษมีเพียงคนเดียว ส่วนสาเหตุที่กระทำการเช่นนี้เชื่อว่ามีการร่วมกับผู้มีอิทธิพลและชาวต่างชาติเพื่อจะเข้ายึดครองกิจการโครงการทั้งหมด อย่างไรก็ตามเนื่องจากบริษัทเอเอซี กรีนซิตี้ ลาว จำกัด ได้ถือสัญญาสัมปทานกับรัฐบาล สปป.ลาว มาตั้งแต่ต้น และไม่ได้มอบกรรมสิทธิ์ให้ใคร ดังนั้นหากได้มีโอกาสกลับเข้าไปในลงทุน ก็จะหารือกับผู้ร่วมทุนเพื่อสานต่อโครงการฯต่อไป”

ด้านพระแด ซอง ชาวเกาหลีใต้ ที่เดินทางไปด้วย ระบุว่าก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ลาวเข้ายึด ได้เข้าไปดูโครงการฯพร้อมด้วยลูกศิษย์ที่เป็นนักลงทุนชาวเกาหลีใต้ 9 ราย เพื่อจะร่วมลงทุนมูลค่าประมาณ 100 ล้านบาท แต่ขณะพักอยู่ที่อาคารภายในโครงการฯ ก็มีเจ้าหน้าที่ลาวบุกยึด ทำให้ต้องหลบหนีข้ามมายังฝั่ง อ.เชียงของ ของไทย ส่วนคนอื่นๆ ถูกควบคุมตัวก่อนจะปล่อยกลับมายังฝั่งไทยภายหลัง ซึ่งปัจจุบันทั้งหมดเดินทางกลับประเทศเกาหลีใต้หมดแล้ว แต่ถ้าสถานการณ์คลี่คลายทั้งหมดก็พร้อมจะกลับมาลงทุนเหมือนเดิม

สำหรับโครงการนาคราชนคร เป็นโครงการพัฒนาที่ดินขนาดใหญ่ นำโดยกลุ่มทุนไทย ที่เข้าไปลงทุนในฝั่ง สปป.ลาว ห่างจากสะพานข้ามแม่น้ำโขงไทย-สปป.ลาว แห่งที่ 4 เชียงของ-เมืองห้วยทราย เพียงประมาณ 300 เมตร ที่ผ่านมามีการสร้างโรงแรม รีสอร์ต พื้นที่ทางการเกษตร อาคารพาณิชย์ เขตปลอดภาษี สถานีเติมน้ำมันเชื้อเพลิง ศูนย์ขนส่งหรือโลจิสติกส์ ฯลฯ ทำให้กลายเป็นชุมทางสำคัญบนถนน R3a ที่เชื่อมระหว่างมณฑลยูนนาน ประเทศจีน-แขวงหลวงน้ำทา-แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว-อ.เชียงของ จ.เชียงราย-กรุงเทพฯ

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเชียงราย ได้แจ้งกับผู้แทนบริษัทเอเอซี กรีนซิตี้ ลาว จำกัด ว่าเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างดำเนินการประสานงานและเมื่อทราบผลจะรีบแจ้งความคืบหน้าต่อไป
Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...