หนองคาย - เกษตรกร อ.สังคม ปลูกทุเรียนหมอนทองได้ผลผลิตดี รสชาติไม่แพ้ทุเรียนภาคตะวันออก แต่ดีกว่าเนื้อไม่อมน้ำ-กลิ่นไม่ฉุนมาก แห่จองกันถึงสวนจนไม่พอขาย ด้านเกษตรจังหวัดหนุนเต็มที่เป็นไม้ผลเศรษฐกิจตัวใหม่ ปัจจุบันปลูกกันกว่า 300 ไร่
นายบุญมา ชื่นตา อายุ 69 ปี และนางชมชื่น ชื่นตา อายุ 63 ปี สองสามีภรรยาเกษตรกรชาวสวนทุเรียน บ้านไทยพัฒนา ต.ผาตั้ง อ.สังคม จ.หนองคาย เล่าถึงความเป็นมาในการปลูกทุเรียนว่า ก่อนหน้านี้ตนได้ไปทำงานทางภาคใต้ จึงฝันอยากจะมีสวนทุเรียน สวนเงาะเป็นของตนเอง ต่อมาได้ไปเห็นว่ามีคนปลูกทุเรียนได้ในพื้นที่ ต.บ้านม่วง อ.สังคม ที่อยู่ใกล้กัน จึงมั่นใจว่าทุเรียนสามารถปลูกได้ในจังหวัดหนองคาย จึงได้ไปซื้อต้นพันธุ์ทุเรียนหมอนทองมาจาก จ.ชุมพร จำนวน 100 ต้น แต่ชาวบ้านในหมู่บ้านได้ขอแบ่งไปปลูก ตนจึงเหลือปลูกเพียง 20 ต้น
อย่างไรก็ตาม พื้นที่ปลูกเป็นไร่มันสำปะหลังมาก่อน ต้นทุเรียนที่ปลูกรอดตายแค่ 15 ต้น ปลูกได้ 4 ปีก็เริ่มออกดอกแต่ไม่ติด พอปีที่ 5 ก็เริ่มให้ผลผลิตจำนวน 4 ต้น ในปีต่อๆ มาก็มีจำนวนต้นทุเรียนที่ปลูกให้ผลผลิตเพิ่มมากขึ้นทุกปี ปีนี้เป็นปีที่ 8 มีต้นทุเรียนให้ผลผลิตจำนวน 13 ต้น ทุเรียนสมบูรณ์ดี น้ำหนักเฉลี่ยมากกว่า 2 กิโลกรัม
ส่วนต้นที่ไม่ดกมากจะให้ผลทุเรียนน้ำหนักตั้งแต่ 3 กิโลกรัมขึ้นไป น้ำหนักมากสุดถึง 13 กิโลกรัม ส่วนตลาดขายเฉพาะในสวนก็ไม่พอขาย เริ่มจากชาวบ้านในหมู่บ้านมาซื้อไปรับประทานแล้วติดใจในรสชาติที่อร่อย เนื้อไม่อมน้ำ กลิ่นไม่แรงเกินไป และรับประทานแล้วไม่มีอาการร้อนใน แล้วได้มีการบอกต่อๆ กันไป ทำให้มีหลายคนมาจองไว้ล่วงหน้าเพื่อไปรับประทานเอง ไปฝากญาติพี่น้องและฝากคนรู้จัก
ขณะนี้มีการปลูกเพิ่มแล้วกว่า 100 ต้น นอกจากนี้ภายในสวนของตนที่มีประมาณ 40 ไร่ ก็ได้มีการปลูกไม้ผลอื่นๆ อีกหลายชนิด ทั้งเงาะ ลองกอง ละมุด และขนุน เป็นต้น
ด้านนายเวียน ธรรมสอน นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ/หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร สำนักงานเกษตรจังหวัดหนองคาย เปิดเผยว่า สำนักงานเกษตรจังหวัดหนองคายได้เริ่มส่งเสริมให้เกษตรกรได้ปลูกพืชเศรษฐกิจหลากหลายชนิดเพิ่มมากขึ้น ในส่วนของทุเรียนและเงาะได้มีเกษตรกรบางส่วนได้ปลูกไปก่อนแล้ว ช่วงนี้เป็นช่วงที่มีการขยายพื้นที่ของการปลูกทุเรียน โดยปัจจุบันทั้งจังหวัดหนองคายมีพื้นที่ปลูกทุเรียนที่ทางสำนักงานเกษตรจังหวัดหนองคายสนับสนุนและส่งเสริมอยู่กว่า 300 ไร่
สวนทุเรียนส่วนใหญ่ในเขตอำเภอสังคม โดยเฉพาะสวนทุเรียนแห่งนี้เป็นจุดที่ค่อนข้างเหมาะในการปลูกทุเรียน อยู่ในทิศทางลมที่เหมาะสมที่จะช่วยในการผสมพันธุ์ในเวลากลางคืนได้ดี สังเกตได้จากผลทะเรียนที่ค่อนข้างดกในแต่ละต้นเกิน 30 ลูกสำหรับทุเรียนอายุ 8 ปี
ในส่วนของรสชาตินั้น จังหวัดหนองคายถือเป็นพื้นที่ที่อยู่ในโซนทางตอนเหนือ ถ้าเทียบกับพื้นที่จังหวัดระยอง และจันทบุรี กลิ่นของทุเรียนหนองคายจะมีน้อยกว่า แต่ความหวานและความมันนั้นปกติ ถือเป็นจุดดีและเป็นจุดขายจุดหนึ่งสำหรับคนที่ไม่ชอบทุเรียนที่มีกลิ่นฉุนหรือกลิ่นแรง จึงเป็นโอกาสที่ดีที่ชาวสวนทุเรียนหนองคายจะทำตลาดได้ง่าย
ส่วนในการให้ผลผลิตนั้น จ.หนองคาย ถูกควบคุมด้วยอุณหภูมิ ปีไหนที่อุณหภูมิหนาวจัดก็จะให้ผลผลิตน้อย ปีนี้อากาศไม่หนาวทำให้มีผลผลิตออกต่อเนื่องกันถึง 4-5 รุ่น เป็นผลดีต่อเกษตรกรที่จะมีผลผลิตทุเรียนออกให้ขายอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนพฤษภาคมไปจนถึงปลายเดือนมิถุนายนได้ ราคาที่ขายก็จะยึดราคาขายทั่วไปเป็นหลัก ประกอบกับปริมาณทุเรียนที่ออกในจังหวัดหนองคายยังไม่มาก
“เกษตรกรก็จะขายที่สวนเป็นหลักยังไม่มีการส่งออกไปขายที่ตามตลาดอื่น แต่ถ้าหากผลผลิตทุเรียนออกมามากตลาดใหญ่ที่สุดที่ได้มองไว้คือตลาด สปป.ลาว ซึ่งหนองคายได้เปรียบจังหวัดอื่นๆ เนื่องจากระยะทางใกล้กว่าทำให้ได้ผลผลิตที่ส่งไปสดกว่า” นายเวียนกล่าว และว่า
สำหรับทุเรียนที่เหมาะต่อการปลูกในพื้นที่จังหวัดหนองคาย คือ พันธุ์หมอนทอง ดูได้จากที่เกษตรกรได้มีการนำมาปลูกจนให้ผลผลิตแล้ว ส่วนพันธุ์อื่นๆ ทั้งชะนี ก้านยาว กระดุม และหลงหลิน ก็มีเกษตรกรนำมาปลูกแต่ไม่มากนัก สังเกตได้ว่าทุเรียนพันธุ์ก้านยาวอายุการปลูกเท่ากันกับพันธุ์หมอนทอง ติดดอกแต่ไม่จับลูก ก็จะดูในปีต่อไปอีกว่า หากไม่จับลูกอีกก็แสดงว่าทุเรียนพันธุ์ก้านยาวไม่เหมาะที่จะปลูกในพื้นที่จังหวัดหนองคาย
ส่วนพันธุ์หมอนทองนั้นติดทุกต้น เนื้อของทุเรียนหมอนทองที่ปลูกในหนองคายก็ไม่อมน้ำ เนื่องจากพื้นที่หนองคายเป็นพื้นที่แห้งกว่าทางภาคตะวันออกและภาคใต้ ทำให้คุณภาพเนื้อทุเรียนดีกว่า กลิ่นน้อยกว่า คนที่ไม่ชอบกลิ่นทุเรียนที่แรงก็จะติดใจทุเรียนหนองคาย
ส่วนโรคทุเรียนนั้นก็เหมือนกับพื้นที่อื่นๆ คือ หนอนเจาะต้น เกษตรกรต้องดูแลอย่างใกล้ชิด เกษตรกรในจังหวัดหนองคาย ยังไม่มีการใช้สารเคมี ใช้เพียงน้ำส้มควันไม้ และเจาะตัวออกมากำจัด เนื่องจากปริมาณยังไม่มาก


