xs
xsm
sm
md
lg

ตร.หมายหัวนายทุนเงินกู้ขาใหญ่พิษณุโลกอีก 4-5 ราย ชี้ “เจ๊ อ.นครสวรรค์” ถือทรัพย์ในมือนับพันล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


พิษณุโลก - ลูกหนี้เงินกู้เสี่ยอะลูมิเนียมพิษณุโลก ทยอยให้ปากคำ พงส. พบ 1 ใน 60 ลูกหนี้กู้ 2 รอบดอกเบี้ย 15% ต่อปีจริง แต่รับเงินสดน้อยกว่ายอดจำนองรอบละแสน แถมไม่รู้โฉนดถูกเปลี่ยนชื่อไปแล้ว ตร.เผยยังมีนายทุนใหญ่อีก 4-5 ราย แต่เจ๊ อ.ใหญ่สุด ถือหลักทรัพย์เป็นพันล้าน

หลังจาก พล.ต.ต.ถาวร แสงฤทธิ์ ผบก.ภ.พิษณุโลก ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งดำเนินคดีกรณีเสี่ยเอสทีอลูมิเนียม ปล่อยกู้คิดอัตราดอกเบี้ยเกินกว่ากฎหมายกำหนด หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าจับกุม-อายัดทรัพย์เพื่อตรวจสอบ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก ทยอยเรียกลูกหนี้เงินกู้เข้าให้ปากคำอย่างละเอียดทั้ง 60 รายเพื่อเร่งช่วยเหลือ เนื่องจากลักษณะการจำนองของลูกหนี้แต่ละรายไม่เหมือนกัน

โดยล่าสุด พ.ต.ท.มนู หรศาสตร์ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมือง พิษณุโลก กำลังสอบปากคำนายสมคิด สนศิริ อายุ 64 ปี อยู่บ้านเลขที่ 13/2 หมู่ 11 ต.วัดพริก อ.เมืองพิษณุโลก 1 ใน 60 ลูกหนี้เงินกู้ของเสี่ยเอสทีอลูมิเนียม เบื้องต้นพบว่าหลังจากนำโฉนดที่ดินไปจำนองแล้วเงินที่ได้รับกับยอดหนี้ไม่ตรงกัน และโฉนดถูกเปลี่ยนมือไปแล้ว

นายสมคิด สนศิริ อายุ 64 ปี เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตนไปกู้เงินโดยที่ไม่ให้ลูกสาวตนรู้เพราะอยากได้เงินด่วน จึงไปขอกู้กับเสมียนร้านฯ ครั้งแรกเมื่อกรกฎาคม ปี 2558 ทำหนังสือสัญญาจำนอง โดยนำโฉนดเลขที่ดิน 1150 ต.วัดพริก อ.เมือง พิษณุโลก ทำขายฝากที่สำนักที่ดินจังหวัดพิษณุโลก กับผู้รับจำนองตามยอดเงิน 250,000 บาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี นำส่งดอกเบี้ยเดือนละครั้ง สัญญาข้อ 6 ยังระบุว่า ผู้จำนองได้รับเงินครบถ้วนแล้ว ข้อ 7 มีกำหนด 1 ปี ซึ่งสัญญามี 3 ฉบับ (ผู้จำนอง, ผู้รับจำนอง และสำนักงานที่ดินฯ) มีข้อความตรงกัน

“แต่ลุงได้รับเงินจริงๆ 150,000 บาท ผ่อนเดือนละ 7 พันกว่าบาท ตามการ์ดหรือตั๋วระบุไว้ 3 ปี ก็ขาดชำระ บางเดือนก็จ่ายเกิน”

นายสมคิดบอกอีกว่า ครั้งที่ 2 กู้เมื่อสิงหาคม ปี 58 ทำสัญญาโดยมีโฉนดที่ดิน (มีกำหนดหนึ่งปี) 191141, 191142 เลขที่ 1148, 1149 ต.วัดพริก พิษณุโลก ทำขายฝากที่สำนักที่ดินจังหวัดพิษณุโลก กับเจ้าหนี้รายเดิม ข้อความเหมือนกัน ระบุ 270,000 บาท แต่ลุงได้รับเงินจริงๆ 170,000 บาท โดยผ่อนอัตราเดือนละ 8 พันกว่าบาท บางเดือนก็ผิดนัดชำระ

“ล่าสุดหลังจากที่พนักงานสอบสวนเรียกตนและเจ้าหนี้ (บริษัท เอสทีอลูมิเนียม ซึ่งมาพร้อมกับทนายและญาติ) มาคุยกัน เขายินยอมคิดอัตราดอกเบี้ย 15% ต่อปี แต่ปัญหาเวลานี้ คือโฉนดถูกโอนเป็นชื่อเขาหมดแล้ว ทั้งที่ช่วง 1-2 ปีมานี้ เขาไม่ได้แจ้งกับเราว่าโฉนดถูกเปลี่ยนชื่อตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำให้ผมผ่อนจ่ายเป็นรายเดือนมาเรื่อยๆ ซึ่งระบุไว้ในการ์ดว่าผ่อนเดือนละ 7 และ 8 พันบาทตามลำดับในระยะ 3 ปี”

ถามว่าได้ไปเซ็นกระดาษเปล่าไปหรือไม่ นายสมคิดบอกว่า ตนไม่ทราบ แต่ล่าสุดพนักงานสอบสวนดำเนินการเรียกตนและเจ้าหนี้เพื่อไกล่เกลี่ยจนได้ข้อยุติ คือ ผู้ให้กู้ยอมไถ่ถอนเปลี่ยนชื่อหลังโฉนดกลับคืนหากนำเงินส่วนที่เหลือมาชำระเงินกู้

“ที่ผ่านมายอมรับว่ากู้เงิน ไม่มีสัญญากู้เงิน แต่ทั้งสองฝ่ายยึดสัญญาจำนอง กับสำนักงานที่ดินจังหวัดพิษณุโลก หากนำเงินมาปิดบัญชี เขาก็จะยอม และต้องขอบคุณตำรวจ หากไม่ช่วยเจรจาไกล่เกลี่ย เขาคงไม่มาเคลียร์แน่”

แหล่งข่าวตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า นายทุนเงินกู้นอกระบบในพิษณุโลกนั้น รายใหญ่มีอยู่ 4-5 ราย แต่รายสำคัญถือว่าใหญ่สุด เป็นนายทุนขาใหญ่รายหนึ่งจาก จ.นครสวรรค์ ชื่อย่อ “นาง อ.” หรือ “เจ๊ อ.” นามสกุล ม. มีสามีเป็นอดีตข้าราชการกรมราชทัณฑ์ ปัจจุบันประกอบธุรกิจปล่อยสินเชื่อ ถือว่ามียอดทรัพย์สินที่ถูกมาวางค้ำเกินพันล้าน ปล่อยเงินกู้ลูกหนี้บางรายระดับร้อยล้านบาทก็มี ขณะนี้มีลูกหนี้นายทุนเงินกู้รายนี้ได้รับความเดือดร้อนทั้ง อ.นครไทย อ.บางระกำ อ.เมืองฯ เข้าร้องทุกข์แล้ว 64 ราย และมาให้ปากคำต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ บางรายกำลังไกล่เกลี่ย ล่าสุดกำลังทำเรื่องอายัดทรัพย์สิน-ธุรกรรมการเงินต่อธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

แหล่งข่าวจากทหารกองทัพภาคที่ 3 เปิดเผยว่า คดีนายทุนปล่อยเงินกู้นอกระบบ เมื่อถูกจับได้ นายทุนก็ยินยอมไกล่เกลี่ย หากไม่มีนโยบายปราบปราบนายทุนเงินกู้นอกระบบของรัฐบาล “ลุงสมคิด” ก็ยังผ่อนลมไปเรื่อยๆ โดยยังไม่รู้ว่าโฉนดของตนนั้นถูกโอนเป็นชื่อของนายทุนเรียบร้อยแล้ว ปัญหาคือ เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือเหยื่อไปหนึ่งราย หากอนาคตยังมีลูกหนี้รายใหม่ที่หวังพึ่งพาเงินนอกระบบเหล่านี้ ใครจะเป็นผู้มีหน้าที่ไกล่เกลี่ยอีก ทั้งๆ ที่บริษัทเหล่านี้ ไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการเยี่ยงธนาคาร จำเป็นต้องมีมาตรกรควบคุมดูแลระยะยาว ก่อนที่นายทุนปล่อยเงินกู้รายอื่นๆ ดำเนินธุรกรรม (ณ สำนักที่ดิน) ลักษณะนี้ต่อไป

รายงานข่าวแจ้งว่า ในวันที่ 16 พ.ค.นี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะเดินทางมาเป็นประธานในพิธี “คืนความสุขให้ประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำของสังคม” มอบคืนโฉนดที่ดินให้ลูกหนี้เงินกู้ ครั้งที่ 11 ณ หอประชุมศรีวชิรโชติ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม อ.เมืองพิษณุโลก

Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...