xs
xsm
sm
md
lg

ซีล ทร.ลา “จ่าแซม-ถ้ำหลวง” หลังเก็บกู้อุปกรณ์ช่วย 13 หมูป่าฯ เสร็จ ปภ.นัดพลเรือนรับช่วงต่อ 26 มีนาฯ นี้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เชียงราย - ซีล ทร.อำลา “จ่าแซม-ถ้ำหลวง” หลังเก็บกู้อุปกรณ์ช่วย 13 หมูป่าฯ รอบแรกเสร็จ เหลือถังออกซิเจนจมใต้ทราย 40 ถัง เครื่องสูบน้ำ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่ ปภ.นัดทีมพลเรือน-เจ้าของเครื่องมือกู้ภัยปฏิบัติการรอบ 2 ตั้งแต่ 26-29 มีนาฯ



วันนี้ (20 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าปฏิบัติการเก็บกู้อุปกรณ์กู้ภ้ยที่คงค้างอยู่ภายในถ้ำหลวง อุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน (เตรียมการ) จากปฏิบัติการช่วยเหลือ 13 หมูป่าอะคาเดมีติดถ้ำตั้งแต่กลางปี 2561 ที่ผ่านมา ซึ่งกองอำนวยการ ปภ.เชียงราย และหน่วยซีล กองทัพเรือ ร่วมดำเนินการช่วงแรกระหว่าง 18-20 มี.ค.นี้

หลังมีการระดมกำลังหน่วยซีล, มณฑลทหารบกที่ 37, เจ้าหน้าที่ ปภ., เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ฯลฯ เข้าขนอุปกรณ์หลักๆ ส่วนใหญ่เป็นอุปกรณ์สื่อสาร หลอดไฟฟ้า สายไฟฟ้า ถังออกซิเจน เชือก ฯลฯ จากถ้ำส่วนลึกที่สุดประมาณ 2.30 กิโลเมตร ตั้งแต่ก่อนถึงหาดพัทยาหรือพัทยาบีช สามแยก โถงที่ 1-3 ที่ส่วนใหญ่น้ำแห้งแล้ว ยกเว้นบริเวณสามแยกในถ้ำที่ยังมีน้ำท่วมอยู่บางส่วน และพื้นที่ตอนในบริเวณหาดพัทยาหรือพัทยาบีช ที่ยังมีน้ำท่วมขังลึกประมาณ 2.15 และมีตะกอนทรายอุดตันอยู่

ล่าสุด นายไพฑูรย์ นาคแท้ ผู้อำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เขต 15 ในฐานะผู้อำนวยการปฏิบัติการในครั้งนี้ พร้อมด้วยนายกมลไชย คชชา ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ 15 เชียงราย, นายกวี ประสมพล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวงฯ, น.อ.สุริยัน สำราญใจ ผบ.กรมรบพิเศษที่ 1 หน่วยซีล ได้ร่วมกันแถลงปิดปฏิบัติการในช่วงแรกนี้แล้ว

นายไพฑูรย์กล่าวว่า ปฏิบัติการระหว่างวันที่ 18-20 มี.ค.นี้มีหน่วยซีลนำร่องเข้าไป เพราะแม้จะมีการสำรวจจุดที่อุปกรณ์คงค้างตั้งแต่ 17 ม.ค.ที่ผ่านมา แต่เมื่อระยะเวลาเปลี่ยน สภาพภายในถ้ำก็ยังคงอันตราย โดยบางจุดมีทรายทับถม แต่ก็สามารถเข้าไปได้ และนำอุปกรณ์ออกมาตามเป้าหมาย

หัวใจสำคัญของปฏิบัติการ คือ อุปกรณ์การสื่อสาร ซึ่งแบ่งเป็น 3 ส่วน ประกอบด้วย วิทยุสื่อสาร 3 ชนิดที่มีการใช้การเชื่อมต่อด้วยอุปกรณ์อินเตอร์คอม ทำให้สามารถเชื่อมความถี่ถึงกันได้ทุกอุปกรณ์-ทุกหน่วย ส่งผลให้ตลอดระยะเวลาปฏิบัติการช่วยเหลือ และการเก็บกู้อุปกรณ์ครั้งนี้ สามารถสื่อสารกันได้ตั้งแต่ภายนอกถ้ำ-สามแยกภายในถ้ำ นอกจากนี้ยังมีเสาอากาศชนิดสะท้อนเสียง 45 องศา ที่มีความอ่อนตัวตามแนวโค้งในถ้ำได้

นายไพฑูรย์กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์มหัศจรรย์ คือ หลอดไฟส่องสว่างด้วยถ่านไฟฉายขนาดเล็ก ซึ่งใช้ห้อยตามผนังถ้ำได้นาน 5 วัน ที่แก้ปัญหาน้ำท่วมภายในถ้ำจนไม่สามารถต่อสายไฟฟ้าปกติเข้าไปได้ โดยหลอดไฟเล็กดังกล่าวใช้ห้อยโยงกันเป็นแถว ทำให้เจ้าหน้าที่เข้าไปปฏิบัติงานได้โดยไม่เกิดอันตราย ที่เหลือเป็นถังออกซิเจน สายไฟ เชือก และอื่นๆ

สำหรับภารกิจช่วงที่ 2 ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 26-29 มี.ค.นี้ จะเป็นหน้าที่ของหน่วยงานพลเรือนเป็นหลัก จะเป็นการเข้าไปเอาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องสูบน้ำ ฯลฯ ซึ่งต้องใช้เจ้าของทรัพย์ที่เสียสละมอบให้ช่วยปฏิบัติการเข้าไปด้วย เพราะต้องใช้เทคนิคเฉพาะในการเปิด-ปิด

"อุปกรณ์ที่เหลือมีทั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ น้ำหนัก 110 กิโลฯ 6 ตัว หนัก 80 กิโลฯ 5 ตัว และหนัก 50 กิโลฯ อีกกว่า 20 ตัว ซึ่งเครื่องขนาดใหญ่ต้องใช้กำลังคนนับ 10 คน ไม่รวมท่อน้ำ สายไฟฟ้า ฯลฯ เรื่องกำลังพลนั้นไม่มีปัญหาเพราะสามารถระดมกันได้อยู่แล้ว แต่ปัญหาคือด้านเทคนิคและความปลอดภัย ซึ่งผมก็ยังไม่แน่ใจว่าระยะเวลา 4 วันที่กำหนดไว้จะแล้วเสร็จหรือไม่ด้วย"

นายไพฑูรย์กล่าวด้วยว่า ส่วนอีกภารกิจที่เหลือ คือสำรวจพื้นที่ตอนใน ตั้งแต่พัทยาบีชที่เจ้าหน้าที่เดินหน้าต่อไปอีก 50-80 เมตรก็จะถึงเนินนมสาวที่เด็กๆ ทีมหมูป่าฯ เคยติดอยู่ เพราะจากการเข้าไปครั้งนี้พบว่ามีเนินทรายทับถมอยู่ ทำให้มีอุปกรณ์ เช่น ถังน้ำ คงค้างอยู่ประมาณ 40 ถัง ฯลฯ ซึ่งการสำรวจคงจะค่อยเป็นค่อยไปและเน้นความปลอดภัยเป็นหลัก

ด้าน น.อ.สุริยัน สำราญใจ ผบ.กรมรบพิเศษที่ 1 หน่วยซีล กล่าวว่า สำหรับถังออกซิเจนที่คงค้างอยู่ภายในถ้ำมีทั้งหมดเกือบ 400 ถัง ซึ่งในครั้งนี้สามารถนำเอาออกมาได้ 337 ถัง ยังคงค้างอยู่ภายในประมาณ 40 ถัง เนื่องจากไม่สามารถนำออกมาได้เพราะถูกทรายทับถม

รายงานข่าวแจ้งว่า ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้นำหลอดไฟอัจฉริยะที่ใช้พลังงานจากถ่านไฟฉาย แต่อยู่ได้นาน 5 วัน ติดตั้งจากโถงที่ 1 ไปจนถึงสามแยกภายในถ้ำ เพื่อใช้นำทางสำหรับปฏิบัติการช่วงที่ 2 ที่จะไม่มีหน่วยซีลคอยนำร่อง หรือนำทางเหมือนเดิมอีก ซึ่งเมื่อถึงเวลาปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่ก็จะนำถ่านไฟฉายเข้าไปเปลี่ยน เพื่อให้เกิดแสงสว่างภายในถ้ำ จนสามารถปฏิบัติการขนย้ายอุปกรณ์ที่เหลือได้

ในโอกาสเดียวกันนี้ นายไพฑูรย์ได้เป็นตัวแทนของจังหวัดเชียงรายมอบอุปกรณ์อินเตอร์คอมที่ใช้สื่อสารภายในถ้ำหลวงตลอดระยะเวลาปฏิบัติการที่ผ่านมาให้แก่หน่วยซีล 2 ชุด และมอบหลอดไฟส่องสว่างภายในถ้ำให้ด้วยจำนวน 40 ชุด เพื่อนำไปใช้ในกิจกรรมของกองทัพเรือด้วย

ในวันเดียวกันนี้ พล.ร.ต.อาภากร อยู่คงแก้ว ผู้บัญชาการหน่วยซีล ได้มอบหมายให้ น.อ.สุริยัน สำราญใจ ผบ.กรมรบพิเศษที่ 1 หน่วยซีล นำเจ้าหน้าที่ทหารเรือที่ร่วมปฏิบัติภารกิจครั้งนี้กลับหน่วยในวันเดียวกันนี้ ซึ่งถือเป็นการอำลาปฏิบัติการขนย้ายที่ถ้ำหลวง เนื่องจากปฏิบัติระยะที่ 2 ที่จะดำเนินการระหว่างวันที่ 26-29 มี.ค.นี้จะใช้กำลังจากหน่วยพลเรือนเป็นหลัก ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารเรือหลายนายพากันไปอำลาอนุสาวรีย์ของนาวาตรี สมาน กุนัน หรือจ่าแซม ผู้เสียสละชีวิตจากปฏิบัติการช่วยเหลือทีมหมูป่าอะคาเดมี ซึ่งตั้งอยู่บริเวณหน้าถ้ำก่อนเดินทางกลับด้วย

อนึ่ง สำหรับอุปกรณ์กู้ภัยที่มีการนำออกมาจากถ้ำหลวงได้แล้วนั้น ได้มีการจำแนก-ลำเลียงขึ้นพาหนะของทหารนำส่งต้นสังกัดเป็นบางส่วน และบางส่วนก็จะพิจารณานำมาจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์หน้าถ้ำ หรือคงค้างไว้ภายในถ้ำต่อไป แต่เบื้องต้นนี้สิ่งที่จะไม่เก็บออกมาจากถ้ำคือ ท่อน้ำสีเหลืองยาว ที่อยู่ลึกจากปากถ้ำเข้าไปประมาณ 200 เมตร โดยจะปล่อยทิ้งไว้เป็นประวัติศาสตร์ เพราะใช้สำหรับระบายน้ำออกจากถ้ำเพื่อให้คนเข้าไปได้เห็น

Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...