xs
xsm
sm
md
lg

เปิดคำพิพากษาศาล "คดีเสือดำ" ฉบับเต็ม

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


กาญจนบุรี - เปิดคำพิพากษาฉบับเต็ม "คดีเสือดำ" กรณี "เปรมชัย" พร้อมพวกรวมจำเลย 4 คน

หลังจากศาลจังหวัดทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี นัดอ่านคำพิพากษาตัดสินคดีลักลอบล่าเสือดำ ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร โดยมี นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) เป็นจำเลยที่ 1 นายยงค์ โดดเครือ คนขับรถ จำเลยที่ 2 นางนที เรียมแสน แม่ครัว จำเลยที่ 3 และนายธานี ทุมมาศ นายพราน จำเลยที่ 4 โดยรายละเอียดของคำพิพากษา มีดังนี้

ศาลจังหวัดทองผาภูมิ อ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.219/2561 ที่อัยการจังหวัดทองผาภูมิ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) จำเลยที่ 1 นายยงค์ โดดเครือ จำเลยที่ 2 นางนที เรียมแสน จำเลยที่ 3 และนายธานี ทุมมาศ จำเลยที่ 4 รวม 6 ข้อหา ประกอบด้วย

1.ฐานร่วมกันพกพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต 2.ฐานร่วมกันล่าสัตว์ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต 3.ฐานร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 4.ฐานร่วมกันมีไว้ครอบครองซึ่งซากสัตว์ป่าคุ้มครองโดยที่ไม่ได้รับอนุญาต 5.ฐานร่วมกันช่วยซ่อนเร้นช่วยพาเอาไปเสียหรือรับไว้ซึ่งซากสัตว์ป่าอันได้มาโดยกระทำความผิดกฎหมาย และ 6.ฐานร่วมกันเก็บหาของป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต

กรณีเมื่อวันก่อน 3 ก.พ.2561 เจ้าหน้าป่าไม้เข้าจับกุมนายเปรมชัย กรรณสูต กับพวกรวม 4 คน พร้อมซากเสือดำ และซากสัตว์ป่าคุ้มครอง ถูกชำแหละไม่ไกลจากจุดที่ นายเปรมชัย และพวกตั้งแคมป์อยู่ประมาณ 300 เมตร ในบริเวณลำห้วยปะชิ พื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ฝั่งตะวันตก จ.กาญจนบุรี ซึ่งจำเลยให้การปฏิเสธ

โดยในวันนี้จำเลยทั้ง 4 มาฟังคำพิพากษา

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานที่โจทก์และจำเลยนำสืบแล้ว พิพากษาว่าจำเลยทั้งสี่มีความผิดตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 มาตรา 19 วรรคหนึ่ง 47, 55 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 จำเลยที่ 1, 2 และ 4 มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 8 ทวิวรรคหนึ่ง 72 ทวิวรรคสองประมวลกฎหมายอาญามาตรา 371 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83

จำเลยที่ 2 และ 4 มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 72 วรรคสามประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 จำเลยที่ 4 มีความผิดตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 มาตรา 16, 36, 47, 53 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 80 ความผิดตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 14, 31 วรรคหนึ่ง จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 มาตรา 16, 36, 47, 53 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 86

การกระทำของจำเลยที่ 1, 2 และ 4 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 ฐานล่าสัตว์ป่าคุ้มครองกับฐานล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เป็นกรรมเดียวเป็นผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 จำคุกจำเลยที่ 4 มีกำหนด 1 ปี ฐานเป็นผู้สนับสนุนให้ผู้อื่นล่าสัตว์ป่าคุ้มครองกับฐานเป็นผู้สนับสนุนให้ผู้อื่นล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษฐานเป็นผู้สนับสนุนให้ผู้อื่นล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 8 เดือน

ฐานเก็บหาของป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติ จำคุกจำเลยที่ 4 มีกำหนด 1 ปี ฐานพยายามล่าสัตว์ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า จำคุกจำเลยที่ 4 มีกำหนด 4 เดือน ฐานร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและโดยไม่มีเหตุอันสมควรกับฐานร่วมกันพาอาวุธมีดไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควรเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษฐานร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 จำคุกจำเลยที่ 1, 2 และ 4 คนละ 5 เดือน

ฐานร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตกับฐานร่วมกันรับไว้โดยประการใดซึ่งซากของสัตว์ป่าอันได้มาโดยการกระทำความผิดเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษฐานร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 2 เดือน จำคุกจำเลยที่ 2-4 คนละ 4 เดือน และปรับจำเลยที่ 3 เป็นเงิน 10,000 บาท ฐานร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุกจำเลยที่ 2 และ 4 คนละ 6 เดือน จำเลยที่ 2 และ 4 ให้การรับสารภาพข้อหาร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต เป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78

ฐานร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต คงจำคุกจำเลยที่ 2 และ 4 มีกำหนดคนละ 3 เดือน รวมจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 16 เดือน จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 13 เดือน จำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 4 เดือน และปรับ 10,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 4 มีกำหนด 2 ปี 17 เดือน จำเลยที่ 3 ไม่ได้ร่วมล่าสัตว์ป่าคุ้มครองทั้งโทษจำคุกที่จำเลยที่ 3 ได้รับเป็นโทษระยะสั้นไม่มีประโยชน์ในการแก้ไขฟื้นฟู ประกอบกับไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 3 เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน เพื่อให้โอกาสจำเลยที่ 3 กลับตัวเป็นพลเมืองดีสักครั้ง โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 56 หากจำเลยที่ 3 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29, 30 ริบอาวุธปืน กล้องเล็ง ซองบรรจุกระสุนปืน ปลอกกระสุนปืน ลูกกระสุน เบ็ดธง สวิง คันเบ็ดตกปลา กล่องพร้อมอุปกรณ์ตกปลา นกหวีด ไฟฉายสปอตไลต์ มีดเหน็บ มีดโต้ มีดพับ มีดทำครัว ซากเสือดำ และซากไก่ฟ้าหลังเทา ของกลาง ให้คืนเกลือป่น ถุงเกลือป่น (ถุงเปล่า) ถุงดำ และรถยนต์แบบทั้งสองตอนท้ายบรรทุกยี่ห้อโตโยต้า หมายเลขทะเบียน 7 กค 2192 กทม.ให้คืนแก่เจ้าของ

ส่วนที่โจทก์ขอให้นับโทษจำเลยที่ 1 และ 2 ต่อจากโทษคดีอื่นนั้น เนื่องจากคดีที่ขอให้นับโทษต่อศาลยังไม่มีคำพิพากษาจึงไม่อาจนับโทษต่อได้จึงให้ยกคำขอส่วนนี้ ให้จำเลยที่ 1 และ 4 ร่วมกันชำระค่าเสียหาย จำนวน 2,000,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันที่ 4 ก.พ.2561 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่ผู้ร้อง สำหรับคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก