xs
xsm
sm
md
lg

อัยการสั่งฟ้อง “เสน่ห์” อดีตนายกเล็กบ้านทุ่ม คดีลักลอบขุดดินขาย

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ศูนย์ข่าวขอนแก่น-อัยการ สำนักงานคดีปราบปรามทุจริต สั่งฟ้องแล้ว “เสน่ห์” อดีตนายกเทศมนตรีเมืองบ้านทุ่ม จ.ขอนแก่น พร้อมผอ.กองช่าง หลังถูกร้องเรียนใช้อำนาจ ให้เอกชนเข้าไปขุดดินที่สาธารณะประโยชน์ขาย ทั้งมีคำสั่งห้ามเดินทางออกนอกประเทศ
นางชนิดา ทัพซ้าย ชาวบ้านบ้านเหล่าเกวียนหัก ต.บ้านทุ่ม อ.เมืองขอนแก่น ในฐานะผู้ร้องเรียน
วันนี้ (8มี.ค.62) ที่สำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 4 ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น(หลังเก่า) นางชนิดา ทัพซ้าย อายุ 52 อาชีพเกษตรกร บ้านเลขที่ 53 ม.5 บ้านเหล่าเกวียนหัก ต.บ้านทุ่ม อ.เมือง จ.ขอนแก่น ในฐานะผู้ร้องฯ ได้เดินทางมาสอบถามความคืบหน้าคดี กับนายดิเรก อิ้งจะนิล อัยการพิเศษฝ่าย สำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต 1 ภาค 4 ที่พนักงานสอบสวน สภ.บ้านเป็ด สั่งฟ้องคดีนายเสน่ห์ เสนะไพวรรณ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองบ้านทุ่ม และนายพลาธิป ไวยเวทย์ ผอ.กองช่างเทศบาลเมืองบ้านทุ่ม

ข้อหาร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหน้าที่ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต หลังป.ป.ช.ชี้มูลร่วมกันกระทำโดยไม่มีอำนาจอนุญาตให้เอกชนเข้าลักลอบขุดดินสระน้ำสาธารณประโยชน์บ้านเหล่าเกวียนหัก โดยไม่มีอำนาจอนุญาตให้เอกชนลักลอบขุดสระ แล้วนำเอาดินออกไปขาย เพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพย์สินส่วนของตนและพวกพ้อง

นางชนิดา กล่าวว่าภายหลังเข้าพบนายดิเรก อิ้งจะนิล อัยการพิเศษฝ่าย สำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต 1 ภาค 4 เกี่ยวกับความคืบหน้าคดี ที่พนักงานสอบสวน สภ.บ้านเป็ด สั่งฟ้องคดีนายเสน่ห์ เสนะไพวรรณ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองบ้านทุ่ม และนายพลาธิป ไวยเวทย์ ผอ.กองช่างเทศบาลเมืองบ้านทุ่ม ว่าคดีคืบหน้าถึงใหนแล้วนั้น ได้รับการชี้แจงว่า สำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต ภาค 4 ได้สั่งฟ้องนายเสน่ห์ เสนะไพวรรณ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองบ้านทุ่ม และนายพลาธิป ไวยเวทย์ ผอ. กองช่างเทศบาลเมืองบ้านทุ่ม แล้ว

เชื่อว่ามีความผิดตามที่พนักงานสอบสวนส่งสำนวนการสอบสวนคดีมาให้พนักงานอัยการพิจารณา ซึ่งขั้นตอนต่อไปได้ให้พนักงานสอบสวนส่งหมายเรียกให้ทั้งคู่มารับทราบคำสั่งฟ้อง แล้วจำนวน 2 ครั้ง แต่ผู้ถูกร้อง ได้ขอเลื่อนฟังคำสั่งฟ้อง ด้วยเหตุผลที่ว่ารอให้การเลือกตั้ง ส.ส.ในวันที่ 24 มี.ค.62 แล้วเสร็จ ไปก่อน ซึ่งก็อนุญาตตามคำร้องดังกล่าว แต่ว่าผู้ถูกร้องมาขอเลื่อนรับคำสั่งฟ้อง เป็นครั้งที่ 3 ก็จะไม่อนุญาต และหากไม่มารับคำสั่งฟ้องคดีดังกล่าว ก็จะให้พนักงานสอบสวนออกหมายจับ

แต่คาดว่าคดีนี้ภายในเดือนเมษายน 2562 เรื่องคงจบเรียบร้อย แต่หากผู้ร้องมารับคำสั่งฟ้อง สำนักงานคดีปราบปรามทุจริตภาค 4 ก็จะนำผู้ถูกร้อง ส่งฟ้องทางศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 4 ดำเนินการต่อไป โดยช่วงนี้ได้มีคำสั่งห้ามทั้งนายเสน่ห์ และนายพลาธิป เดินทางออกนอกประเทศ

นางชนิดา กล่าวต่อว่าเมื่อวันที่ 15 พ.ย. 60 ตนได้เดินทางมาที่ ห้องพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรบ้านเป็ด เพื่อขอเข้าพบ พ.ต.ท.ประเสริฐ ตุ้มฉิม รอง ผกก.(สอบสวน)สภ.บ้านเป็ด เจ้าของคดี ซึ่งได้แจ้งว่า เรื่องที่ผู้กล่าวหาได้ร้องเรียนเรื่องที่นายเสน่ห์ และนายพลาธิป ไวยเวทย์ ร่วมกันกระทำโดยไม่มีอำนาจ อนุญาตให้เอกชนเข้าลักลอบขุดดินสระน้ำสาธารณประโยชน์ บ้านเหล่าเกวียนหัก หมู่ 5 ต.บ้านทุ่ม อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น และเอาดินออกไปขาย เพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพย์สินส่วนตนและพวกพ้อง ไปยังสำนักงาน ป.ป.ช.นั้น ทาง ป.ป.ช.ได้มีการรับเรื่องและตรวจสอบ ได้ชี้มูลว่าผู้ถูกกล่าวหากระทำความผิดจริงตามเรื่องที่ร้องเรียนจริง

โดยพ.ต.ท.ประเสริฐ บอกว่าหลังจากที่ ป.ป.ช.ได้ชี้มูลความผิด ส่งเรื่องมายัง สภ.บ้านเป็ด ซึ่งเป็นท้องที่ที่เกิดเหตุกระทำความผิด เพื่อจะดำเนินการสอบสวนต่อไป ทางพนักงานสอบสวน มีความเห็นควรสั่งฟ้องคดีของผู้ถูกกล่าวหา และส่งสำนวนไปยังอัยการคดีพิเศษ ปราบปรามการทุจริต 1 ภาค 4 สำนวนคดีได้ส่งแล้วเมื่อวันที่ 14 ก.ค. 2560 ซึ่งอยู่ในขั้นตอนของอัยการพิจารณาคดี ในข้อหาร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต


มีผู้ต้องหา 2 คนคือ นายเสน่ห์ และนายพลาธิป ซึ่งต่อมาทางอัยการคดีพิเศษ ปราบปรามการทุจริต 1 ภาค 4 ได้สั่งฟ้องทั้งนายเสน่ห์ และนายพลาธิป ตามหนังสือของ สนง.ป.ป.ช.ประจำจ.ขอนแก่น แจ้งผลการพิจารณาของคณะกรรมการ ปชช. ที่ ปช.0034(ขก.)0477 ลงวันที่ 28 มิ.ย.2559 ดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาต่อไป ตาม ม.89/2 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 ประกอบระเบียบคณะกรรมการปชช. ว่าด้วยการแสวงหาข้อเท็จจริง และรวบรวมพยานหลักฐาน พ.ศ.2554 ข้อ 1 วรรคสาม ส่งฟ้องต่อทางศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 4 ดำเนินการต่อไป