xs
xsm
sm
md
lg

ไม่จบง่าย! ผอ.โรงเรียนกมลาไสยรับเป็นหนี้จริง 15 ล้าน แต่จ่ายรับเหมาได้แค่ปีละล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

นายเอกรัฐ สารปัง ผอ.โรงเรียนกมลาไสย คนปัจจุบัน
กาฬสินธุ์-ผอ.โรงเรียนกมลาไสยรับเป็นหนี้ผู้รับเหมาและร้านวัสดุไม่ต่ำกว่า 20 แห่งสูงถึง 15 ล้านบาทจริง แต่จ่ายคืนได้แค่ปีละ 1 ล้านบาท ต้องหารเฉลี่ยกันทุกราย ด้านรับเหมาหญิงวอนอดีตกับ ผอ.คนปัจจุบัน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาทางออก



จากกรณีนางวิจิตรา บุญรัตน์ หรือยายแก้ว อายุ 51 ปี ผู้รับเหมาหญิงชาว ต.ห้วยโพธิ์ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ นำป้ายไวนีลขนาดใหญ่ ซึ่งมีข้อความคล้ายกับเป็นการทวงหนี้ระบุว่า “ผอ.สั่งทำงาน งานเสร็จ ไม่มีเงินจ่าย ใครจะรับผิดชอบ” และ “ผอ.เห็นพวกเราเป็นคนมั้ย สงสารพวกเราบ้างหรือเปล่า” มาติดไว้บนสะพานลอย ซึ่งอยู่ใจกลางเมืองกาฬสินธุ์ เนื่องจากต้องการขอความเป็นธรรมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาที่ 24 หลังก่อสร้างปรับปรุงโรงเรียนจนแล้วเสร็จหลายโครงการ เวลาผ่านมานานกว่า 3 ปีแล้ว แต่ทางโรงเรียนกลับไม่ยอมจ่ายเงินจำนวน 5,200,000 บาท จนทำให้ครอบครัวเป็นหนี้สินที่นาถูกยึดไม่มีเงินจ่ายค่าแรงคนงาน


นางวิจิตรา บุญรัตน์ หรือยายแก้ว ผู้รับเหมาหญิง
ล่าสุดวันนี้ (28 ก.พ.) นายเอกรัฐ สารปัง ผอ.โรงเรียนกมลาไสย อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ปัญหาหนี้สะสมที่มียอดสูงของโรงเรียนกมลาไสยเกิดขึ้นในช่วงปี 2558-2559 โดยมียอดหนี้ทั้งหมด 15,173,603 บาท ซึ่งเป็นหนี้ผู้รับเหมารวมทั้งบริษัทห้างร้านต่างๆ ไม่ต่ำกว่า 20 ราย แยกเป็น ค่าเช่าคอมพิวเตอร์ จำนวน 4,721,410 บาท และหนี้การจัดซื้อจัดจ้าง 10,452,193 บาท ซึ่งทางโรงเรียนได้ใช้หนี้ไปแล้วส่วนหนึ่ง โดยเป็นการใช้หนี้ค่าเช่าคอมพิวเตอร์ 3,964,653 บาท ปัจจุบันหนี้ค่าเช่าคอมพ์เหลืออยู่ประมาณ 750,000 บาท ซึ่งหลังจากที่ตนมารับตำแหน่งในช่วงเดือน พ.ย. 59 ก็ได้ชำระหนี้การจัดซื้อจัดจ้าง ตั้งแต่ปี 2559-2561 รวมประมาณ 2,400,000 บาท เฉลี่ยประมาณปีละ 1,000,000 บาท

โดยวิธีการจ่ายจัดสัดส่วนแบ่งเงินใช้หนี้ให้กับผู้รับเหมาและห้างร้านต่างๆ เท่ากัน ทำให้ทางโรงเรียนเหลือหนี้อยู่รวมทั้งหมดจำนวน 8,764,295 บาท และในปี 2562 นี้ทางโรงเรียนจะนำเรื่องดังกล่าวเข้าหารือกับคณะกรรมการสถานศึกษาเพื่อที่จะใช้เงินใช้หนี้จากปีละ 1 ล้านบาท เป็น 1.5 ล้านบาท ซึ่งวิธีการก็จะแบ่งเฉลี่ยจัดสัดส่วนเท่ากันเช่นเดิม

นายเอกรัฐกล่าวต่อว่า ปัจจุบันโรงเรียนกมลาไสยได้รับการจัดสรรงบประมาณปีละ 8,000,000 บาท ซึ่งงบประมาณดังกล่าวทางโรงเรียนจะต้องนำไปพัฒนาการเรียนการสอนให้สูงขึ้นอย่างเต็มศักยภาพเป็นหลัก รวมทั้งการจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ซึ่งหากเงินเหลือจึงจะสามารถนำมาใช้หนี้ที่เหลือค้างอยู่ได้ เพื่อไม่ให้กระทบการเรียนการสอนและการพัฒนาเด็กนักเรียนที่มีอยู่ปัจจุบันกว่า 2,200 คน

นายเอกรัฐกล่าวอีกว่า สำหรับกรณีนางวิจิตรา หรือยายแก้วผู้รับเหมาที่ทางโรงเรียนเป็นหนี้อยู่นั้น ทางยายแก้วถือเป็นผู้รับเหมาที่ทำงานก่อสร้างให้กับโรงเรียนกมลาไสยมาหลายปี โดยมีหนี้ในช่วงปี 2558-2559 ก่อนที่ตนมารับตำแหน่งจำนวน 38 รายการ เป็นเงินทั้งหมด 5,616,625 บาท ปัจจุบันทางโรงเรียนได้ใช้หนี้ให้กับยายแก้วไปแล้วประมาณ 3 แสนกว่าบาท รวมทั้งได้ดำเนินการเยียวยาโดยให้ยายแก้วเข้ามาทำงานรับเหมาซ่อมแซมและก่อสร้างในปี 2561 ที่ผ่านมา งบประมาณ 576,705 บาท ซึ่งรวมกับการที่โรงเรียนใช้หนี้เป็น 917,705 บาท ทำให้ขณะนี้ทางโรงเรียนเป็นหนี้กับยายแก้วเหลือ 4,698,920 บาท

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมายายแก้วได้เข้ามาพบตนและติดตามเรื่องหลายครั้ง มีบางครั้งนั่งร้องไห้ ซึ่งตนก็รู้สึกเห็นใจ ดังนั้นทางโรงเรียนเตรียมที่จะขอความอนุเคราะห์ไปทางศูนย์ดำรงธรรม จ.กาฬสินธุ์ สพม.24 เจ้าหน้าที่ทหาร คณะกรรมการสถานศึกษา และฝ่ายปกครอง เพื่อเป็นตัวกลางที่จะเชิญผู้รับเหมาและห้างร้านต่างๆ รวมถึงตัวยายแก้วเข้ามาเจรจาหาทางออกร่วมกันในเร็วๆ นี้

ด้านนางวิจิตรา บุญรัตน์ หรือยายแก้ว กล่าวว่า ยืนยันว่าทางโรงเรียนเป็นหนี้ค่าก่อสร้างตนในช่วงปี 2558-2559 ในช่วง ผอ.เก่า คือนายสุรปรีชา ไม่ต่ำกว่า 5.2 ล้านบาท และจนถึงปัจจุบันเวลาล่วงเลยผ่านมานานกว่า 3 ปีแล้วตนได้รับเงินใช้หนี้มาเพียง 3 แสนกว่าบาท จากยอดหนี้ 5 ล้านกว่าบาท ซึ่งการใช้หนี้ที่ทางผอ.โรงเรียนสามารถจัดสรรจำนวน 1 ล้านบาทต่อปีนั้นก็ต้องหารเฉลี่ยกันของผู้รับเหมาและห้างร้านทั้งหมดที่มีอยู่กว่า 10 ราย ทั้งนี้ หากทางนายเอกรัฐ ผอ.คนปัจจุบันบอกว่าโรงเรียนเหลือหนี้อยู่ประมาณ 8 ล้านบาท จากทั้งหมดที่เคยเป็นหนี้ 15 ล้านบาทนั้น ก็เท่ากับว่าครึ่งหนึ่งของยอดหนี้ทั้งหมดเป็นเงินของตนที่โรงเรียนค้างอยู่ เพราะปัจจุบันทางโรงเรียนเป็นหนี้ตนอยู่ 4,698,920 บาท

ดังนั้นจึงอยากให้ ผอ.ทั้งสองคน ซึ่งคนหนึ่งเป็นคนว่าจ้างให้ทำงานขณะที่เป็นผู้บริหาร และอีกคนหนึ่งในฐานะ ผอ.ปัจจุบันที่มีอำนาจในการจ่ายเงิน มาหันหน้านั่งคุยปรึกษาหารือร่วมกับผู้รับเหมาทุกคนเพื่อหาทางออกในเรื่องนี้ เพราะช่วงนี้สิ้นเดือนแล้วตนต้องนำเงินไปจ่ายดอกเบี้ยที่นำบ้านที่นาไปจำนองรวมทั้งค่าวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ซึ่งตอนนี้ไม่มีเงินไปจ่ายเขา อยากขอความเห็นใจจาก ผอ.ทั้งสองคนรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้น และให้มีความเป็นธรรมในการจ่ายหนี้เพื่อให้พอที่จะมีเงินไปใช้หนี้และหมุนเวียนซื้อของ เพราะไม่ใช่ความเดือดร้อนเพียงตนคนเดียว ยังรวมถึงคนงาน และบริษัทห้างร้านอื่นๆ ด้วย


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...