อุบลราชธานี - พ่อเมืองอุบลสั่งกำชับนายอำเภอและหน่วยงานปกครองท้องถิ่นตามแนวชายแดนเข้มงวดดูหลักสิทธิต่างๆ ให้ถูกต้อง ก่อนนำคนมาขึ้นทะเบียน ขอทำบัตรประชาชน ไม่ให้ซ้ำรอยอดีตนายอำเภอโขงเจียมที่ศาลฎีกาสั่งจำคุก 7 ปีเมื่อวานนี้
นายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวหลังศาลฎีกาตัดสินจำคุกนายศักดิ์ศร หรือชื่อปัจจุบันคือ นายศิริชัย อิทธิวงศ์ศุภกิจ นายอำเภอโขงเจียม จ.อุบลราชธานี เป็นเวลา 7 ปี ฐานความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการสมัยดำรงตำแหน่งเป็นปลัดอำเภอ เจ้าพนักงานปกครอง 6 อ.บ่อไร่ จ.ตราด ด้วยการนำตัวบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียนราษฎร หรือบุคคลต่างด้าว สวมชื่อคนไทย ด้วยการออกบัตรประจำตัวประชาชน 7 ครั้ง รวม 8 ราย เหตุเกิดระหว่างวันที่ 16 ส.ค. 2542 ถึงวันที่ 19 เม.ย. 2543
ภายหลังนายศักดิ์ศร หรือนายศิริชัย อิทธิวงศ์ศุภกิจ อดีตนายอำเภอโขงเจียม ต้องคำพิพากษาและถูกควบคุมตัวเข้าเรือนจำจังหวัดตราด ได้สั่งการให้ปลัดอาวุโสอำเภอโขงเจียมปฏิบัติหน้าที่แทนในตำแหน่งนายอำเภอไปก่อน จากนั้นจะมีการหมุนเวียนตั้งปลัดที่จบโรงเรียนนายอำเภอเข้ามารักษา เพราะตำแหน่งนายอำเภอเป็นผู้บริหารระดับสูง จนกว่ากระทรวงมหาดไทยจะมีคำสั่งให้มีนายอำเภอคนใหม่มาทำหน้าที่แทน ซึ่งต้องเป็นหลังการเลือกตั้งทั่วไปแล้ว
สำหรับอำเภอโขงเจียม และอีกหลายอำเภอของจังหวัดที่เป็นอำเภอชายแดนก็มีความเป็นห่วงจะเกิดเหตุการณ์เหมือนกรณีของนายศิริชัย ในส่วนของจังหวัดอุบลราชธานีมีคณะกรรมการด้านความมั่นคงของจังหวัดคอยดูแลอยู่
ส่วนการจะนำคนมาขึ้นทะเบียนหรือทำบัตรประจำตัวประชาชนก็มีหลักการพิสูจน์สิทธิ ทั้งเรื่องของหลักของสายเลือด หลักดินแดน แต่ได้กำชับให้ทั้งทางอำเภอ หน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ต้องเพิ่มความเข้มงวดระมัดระวัง หากจะไปทำการรับรองใครมาขึ้นทะเบียนต้องดูเรื่องของหลักต่างๆ เหล่านี้
ซึ่งก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะเรื่องที่นายศิริชัยถูกตัดสินก็เป็นเรื่องเก่านานกว่า 10 ปีแล้ว
สำหรับนายศิริชัย หลังตกเป็นผู้ต้องหาเมื่อกว่า 10 ปีก่อน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ได้สั่งให้ออกจากราชการ แต่เมื่อศาลชั้นต้นได้พิพากษายกฟ้อง นายศิริชัยได้ทำเรื่องขอกลับเข้ารับราชการ และโยกย้ายไปดำรงตำแหน่งในพื้นที่ต่างๆ ล่าสุดย้ายมาเป็นนายอำเภอโขงเจียมเมื่อปลายปี 2559 จนถึงปัจจุบัน และยังเหลืออายุราชการอีก 5 ปี แต่ก็มาถูกศาลสั่งจำคุกด้วยความผิดในอดีตดังกล่าว


