xs
xsm
sm
md
lg

ก.เกษตรฯ ร่วมเอกชน-นักวิชาการ เปิดตัวห้องเย็นชุมชน ยืดอายุผลไม้เมืองจันท์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


 
จันทบุรี - ก.เกษตรและสหกรณ์ จับมือภาคเอกชน นักวิชาการ เปิดตัว “ห้องเย็นชุมชน” โชว์เทคโนโลยียืดอายุผลไม้ส่งออก นำร่องที่ลำไยเมืองจันท์ที่มีมากกว่า 1 ล้านตันต่อปี พบเก็บรักษาได้นานถึง 21 วัน เชื่อแก้ปัญหาผลผลิตล้นตลาดทำราคาต่ำได้

วันนี้ (25 ก.พ.) องค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมวิชาการเกษตร บริษัท ซีเทค สิ่งแวดล้อม จำกัด และมหาวิทยาลัยบูรพา วิทยาเขตจันทบุรี จัดให้มีการสัมมนาเรื่องการศึกษาการยืดอายุผลไม้ด้วยห้องเย็นชุมชน พร้อมเปิดตัวโครงการห้องเย็นชุมชน ซึ่งใช้เทคโนโลยีทันสมัยในการช่วยยืดอายุผลผลิตทางการเกษตรให้ยาวนานโดยปราศจากสารเคมี โดยมี นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดการสัมมนา และปล่อยขบวนรถห้องเย็นส่งออกลำไยตามข้อตกลงความร่วมมือภายใต้ผลการศึกษาการยืดอายุผลไม้ด้วยห้องเย็นชุมชน

โดยมี นายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี นำข้าราชการ ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตัวแทนเกษตรสหกรณ์ชาวสวนลำไยและภาคเอกชน เข้าร่วม

นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ผลไม้ไทยได้รับการยอมรับว่าเป็นสินค้าดี มีคุณภาพระดับพรีเมียม โดยเฉพาะภาคตะวันออก ที่ถือเป็นแหล่งผลิตผลไม้ที่สำคัญทางเศรษฐกิจหลายชนิด โดยได้มีการจัดตั้งระเบียงผลไม้ภาคตะวันออก (Eastern Fruit Corridor EFC) เพื่อให้ภาคตะวันออกเป็นตลาดกลางประมูลผลไม้คุณภาพสูง ทั้งยังจะผลักดันประเทศไทยให้เป็นมหานครผลไม้เมืองร้อนของโลก โดยมีจุดเริ่มต้นที่ จ.จันทบุรี ควบคู่ไปกับการจัดทำแผนยุทธศาสตร์การค้าผลไม้ครบวงจรอีกด้วย

“ผลไม้ เป็นพืชเศรษฐกิจที่ทำรายได้เข้าประเทศปีละหลายพันล้านบาท แต่ปัจจุบันกลับพบปัญหาเรื่องการเน่าเสีย เนื่องจากการส่งออกผลไม้จากไทยไปต่างประเทศ ต้องใช้ระยะเวลาในการขนส่งมากกว่าอายุของผักและผลไม้ จนต้องมีการนำสารเคมีเข้ามาช่วยยืดอายุผลผลิต เช่น การอบกำมะถันในลำไยก่อนการส่งออก ทำให้มีสารเคมีตกค้างและกลายเป็นอุปสรรคในการยกระดับคุณภาพสินค้า รวมทั้งการขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ นอกจากนี้ ในช่วงที่ผลไม้ออกสู่ตลาดพร้อมๆ กันยังทำให้เกิดภาวะผลผลิตล้นตลาด จนเกษตรกรต้องถูกพ่อค้าคนกลางกดราคาอย่างมาก”

แต่ในวันนี้สมาคมชาวสวนลำไย จ.จันทบุรี ได้จับมือภาควิชาการ ร่วมกันวิจัยและคิดค้น ห้องเย็นชุมชน ด้วยการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการยืดอายุผลไม้ให้ยาวนานยิ่งขึ้นโดยไม่มีสารเคมีตกค้าง ซึ่งจะช่วยพยุงราคาพืชผลทางการเกษตรไม่ให้ตกต่ำ และแก้ไขปัญหาผลผลิตล้นตลาดซ้ำซากในแต่ละปีได้อีกทางหนึ่ง

ทั้งนี้ ในระยะแรกจะใช้เทคโนโลยีดังกล่าว นำร่องกับผลผลิตลำไยเนื่องจาก จ.จันทบุรี มีผลผลิตต่อปีสูงกว่า 1 ล้านตัน และส่งออกมากกว่า 7 แสนต้น แต่การส่งออกยังต้องอาศัยสารเคมีซัลเฟอร์ ซึ่งในปี 2562 ทุกประเทศคู่ค้าหลักจะให้ยกเลิกการใช้สารซัลเฟอร์ ซึ่งจะทำให้การส่งออกประสบปัญหาอย่างรุนแรง

ดังนั้น ห้องเย็นชุมชน จะสามารถแก้ปัญหาดังกล่าวได้เป็นอย่างดี และยังจะทำให้สามารถขยายตลาดส่งออกได้มากขึ้น หลังการทดสอบพบว่าสามารถยืดอายุการเก็บลำไยได้ไม่ต่ำกว่า 21 วัน จากเดิมที่เก็บได้เพียง 5-7 วันเท่านั้น ซึ่งจะช่วยให้ประหยัดต้นทุนในการเก็บรักษาได้มากกว่า 3 พันบาทต่อตัน

ภายในการสัมมนายังมีทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยบูรพา วิทยาเขตจันทบุรี และนักวิจัยจากบริษัท ซีเทค สิ่งแวดล้อม จำกัด ร่วมกันทดสอบการยืดอายุลำไย ด้วยห้องเย็นชุมชน และรายงานผลการตรวจสอบหาสารเคมีตกค้างที่อาจเป็นพิษต่อผู้บริโภค ตลอดจนการเปิดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและความพึงพอใจการศึกษาการยืดอายุผลไม้ด้วยห้องเย็นชุมชนด้วย