xs
xsm
sm
md
lg

คณะแพทย์ มช.ออกคลิปเตือนภัยมลพิษอากาศ PM 2.5 ย้ำกระทบสุขภาพ-ก่อมะเร็งปอด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ศูนย์ข่าวเชียงใหม่ - เชียงใหม่หมอกควันยังคลุมทั่ว ฝุ่น PM 2.5 พุ่งสูงเกินมาตรฐาน ขณะที่คณะแพทยศาสตร์ มช.ออกคลิปวิดีโอแจ้งเตือนพิษภัยและการดูแลป้องกันตัวเอง ชี้กระทบสุขภาพทั้งระยะสั้นระยะยาว ทำเสียชีวิตเฉียบพลัน ก่อมะเร็งปอด



วันนี้ (13 ก.พ. 62) สภาพตัวเมืองเชียงใหม่ยังคงถูกปกคลุมด้วยหมอกควันหนาทึบตลอดทั้งวัน โดยผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศจากสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศของกรมควบคุมมลพิษ ในตำบลช้างเผือก, ตำบลศรีภูมิ และตำบลสุเทพ อำเภอเมืองฯ จังหวัดเชียงใหม่ พบค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เฉลี่ยในรอบ 24 ชั่วโมง ณ เวลา 09.00 น.อยู่ที่ 93 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร, 91 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร และ 85 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ตามลำดับ โดยเกินมาตรฐานที่กำหนดไว้ไม่เกิน 50 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร จนอยู่ระดับที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ

ขณะที่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) จัดทำคลิปวิดีโอเพื่อแจ้งเตือนภัยมลพิษทางอากาศและการป้องกันตัวเองจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 โดยศาสตราจารย์นายแพทย์ชายชาญ โพธิรัตน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางการหายใจ คณะแพทยศาสตร์ มช. และคณะทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาหมอกควัน มช. ระบุว่า ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในอากาศนั้น เมื่อสูดหายใจเข้าไปในปอดแล้วสามารถกระจายไปตามเส้นเลือดและเม็ดเลือดได้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพทั้งระยะสั้นและระยะยาว


โดยระยะสั้นนั้น หากอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีปัญหามลพิษอากาศและฝุ่นละอองขนาดเล็กPM2.5ต่อเนื่องเป็นวัน จะทำให้ระบบต่างๆ ในร่างกายเกิดการอักเสบ ผู้ป่วยโรคเรื้อรังต่างๆ เกิดอาการกำเริบ ส่วนผู้ที่ร่างกายปกติเกิดอาการเจ็บป่วยได้ รวมทั้งอาจเสียชีวิตอย่างเฉียบพลันได้จากอาการกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด, เส้นเลือดตีบ, ความดันโลหิตสูง หรือเกิดติดเชื้อทางเดินหายใจ

ส่วนผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาวนั้น หากต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีปัญหามลพิษอากาศและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ตลอดทั้งปี จะทำให้มีความเสี่ยงอย่างสูงที่เกิดการเจ็บป่วยเป็นโรคถุงลมโป่งพอง, โรคความดันโลหิตสูง, โรคหลอดเลือดหัวใจตีบหรือผนังหลอดเลือดเสื่อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการป่วยเป็นโรคมะเร็งปอด ซึ่งมีข้อมูลและหลักฐานทางวิชาการจากทั่วโลกที่ยืนยันในเรื่องนี้



สำหรับการสังเกตความรุนแรงของสถานการณ์นั้น ศาสตราจารย์นายแพทย์ชายชาญ ระบุว่า สามารถสังเกตได้อย่างง่ายด้วยการมองระยะไกลหากไม่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนตามปกติหรือขุ่นมัว ให้พึงตระหนักว่าน่าจะกำลังมีปัญหามลพิษอากาศ หรือตรวจสอบรายงานผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศจากแหล่งข้อมูลต่างๆ เช่น www.cmaqhi.org ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยเชียงใหม่กับจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเป็นเครื่องมือแจ้งเตือนคนเชียงใหม่ เป็นต้น



ส่วนการป้องกันดูแลตัวเองนั้น เบื้องต้นต้องเริ่มจากตัวเองที่จะต้องไม่เป็นผู้ก่อหรือต้นเหตุของปัญหา โดยหากเกิดสถานการณ์ปัญหาขึ้น สามารถป้องกันตัวเองได้ด้วยการเลี่ยงออกทำกิจกรรมนอกตัวอาคาร หากจำเป็นให้สวมใส่หน้ากากชนิดที่ป้องกันฝุ่น PM 2.5 ได้และต้องสวมใส่อย่างถูกวิธีด้วย ขณะที่หากอยู่บ้านช่วงที่มีปัญหามลพิษอากาศ ถ้าเป็นไปได้ควรติดตั้งเครื่องฟอกอากาศไว้ด้วย เพราะจากการทดสอบพบว่าฝุ่นละอองในอากาศในอาคารและนอกอาคารแทบจะไม่แตกต่างกัน โดยเครื่องปรับอากาศไม่สามารถกรองฝุ่นขนาดเล็กได้ด้วย