เชียงใหม่ - เกษตรจังหวัดเชียงใหม่ชูสมาร์ทฟาร์มเมอร์สาวแม่ริม ต่อยอดแปลงไม้ดอกพ่อแม่ วางแผนผลิต-เลิกขายให้พ่อค้าคนกลาง ทำรายได้หลายล้านต่อปี-อัปราคาข้าวสาลีได้นับสิบเท่า แถมสร้างเครือข่ายได้อีกหลายอำเภอ
นายสมพล แสนคำ เกษตรจังหวัดเชียงใหม่ ได้เผยแพร่ข้อมูลระหว่างลงพื้นที่ติดตามงานโครงการส่งเสริมการเกษตรพื้นที่ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ซึ่งสามารถปลูกพืชเศรษฐกิจได้ทั้งข้าว ไม้ผล พืชผักเมืองหนาว รวมถึงเป็นแหล่งปลูกไม้ดอกที่สำคัญซึ่งมีพื้นที่ปลูกทั้งสิ้น 1,500 ไร่ เขต ต.โป่งแยง แม่แรม ริมใต้ สันโป่ง และ ต.เหมืองแก้ว ระหว่างนางสาวชฎารัตน์ เมฆเจริญ เกษตรอำเภอและนักวิชาการส่งเสริมการเกษตร ร่วมให้ข้อมูลการดำเนินงานทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ NBT เมื่อเร็วๆ นี้
นางสาวชฎารัตน์กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตรได้ส่งเสริมให้เกษตรกรผลิตไม้ดอกคุณภาพตามระบบการส่งเสริมการเกษตรแปลงใหญ่ไม้ดอก โดยมีศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรที่ตำบลโป่งแยง มีฐานการเรียนรู้การผลิตไม้ดอกที่ปลอดภัยตามระบบ GAP และขยายผลสู่ตำบลใกล้เคียงคือ ตำบลเหมืองแก้ว ที่เป็นแหล่งผลิตไม้ตัดดอกนานาพรรณ เช่น ดอกพีค็อกขาว/ม่วง(คัตเตอร์) ดอกหงอนไก่ เบญจมาศดอกเดี่ยว เบญจมาศดอกช่อ
เกษตรกรต้นแบบ Young Smart Farmer คือ นางสาวณวิสาร์ มูลทา อายุ 32 ปี ที่ต่อยอดทางอาชีพเกษตรจากรุ่นพ่อ-แม่ที่ปลูกดอกขาย อาศัยความรู้ที่เรียนมาด้านการบริหารจัดการ ใช้การตลาดนำการผลิต จากเดิมที่เคยขายให้กับพ่อค้าคนกลางที่มารับซื้อ ก็เปลี่ยนเป็นขายให้แก่ผู้รับจ้างจัดงาน (ออร์แกไนเซอร์) โดยมีการวางแผนการผลิตร่วมกับผู้รับซื้อตลอดปี รวมถึงทดสอบขยายพันธุ์ไม้ดอกแปลกใหม่เพื่อสร้างสีสันให้วงการไม้ดอก
หรือแม้แต่การทำตลาดในข้าวสาลีที่เดิมเกษตรกรเคยขายได้กิโลกรัมละ 30 บาท จนขายได้ในราคากิโลกรัมละ 300 บาท รวมถึงปัจจุบันสามารถจำหน่ายให้แก่กลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติที่เดินทางท่องเที่ยวในประเทศ เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์ อินเดีย อีกด้วย
ขณะที่ดอกพีค็อก ก็สามารถจำหน่ายได้ในราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 25-50 บาท สร้างรายได้ต่อไร่ 100,000-300,000 บาท รวมหลายล้านบาทต่อปี จนกระทั่งขยายเครือข่ายผู้ผลิตสู่อำเภอแม่วาง อำเภอแม่แจ่ม อำเภอสะเมิง ให้แก่เกษตรกรกว่า 100 ครัวเรือน


