เชียงราย - เดินเครื่องทำประชาคมแล้ว..กลุ่มทุนเจ้าโปรเจกต์ตั้งเสาธงไทยสูงสุดในโลกริมน้ำโขง อิงเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษเชียงแสน ดึงทุนเทศเช่าพื้นที่ปั้นโครงการแหล่งพำนักระยะยาวสามเหลี่ยมทองคำ
รายงานข่าวจากจังหวัดเชียงรายแจ้งว่า ขณะนี้บริษัทตฤณ อินโนเวชั่น กรุ๊ป จำกัด ที่เคยวางแผนดึงกลุ่มทุนจากต่างประเทศลงทุนพัฒนาพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำฝั่งไทย-สร้างเสาธงสูงที่สุดในโลก 189 เมตร บริเวณชายแดนไทย-ลาว อ.เชียงแสน จ.เชียงราย แต่ต้องหยุดชะงักมานานกว่า 2 ปี เริ่มพยายามเดินเครื่องโครงการอีกครั้ง
โดยชักชวนเอกชนทั้งในและต่างประเทศเข้าร่วมพัฒนาเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ จ.เชียงราย บนเนื้อที่ประมาณ 3,000 ไร่ เขตติดต่อระหว่าง ต.เวียง ต.ป่าสัก และ ต.โยนก อ.เชียงแสน ห่างจากเมืองประวัติศาสตร์เชียงแสนประมาณ 4 กิโลเมตร
การดำเนินการดังกล่าวสอดคล้องกับแนวทางพัฒนาเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษของผู้ว่าฯ เชียงราย ที่ผลักดันให้ภาคเอกชนเข้าไปจัดที่ดินเพื่อการลงทุนในเขตดังกล่าวเอง หลังจากรัฐพยายามจัดหาสถานที่ทั้ง 3 อำเภอ (แม่สาย, เชียงแสน และเชียงของ) แต่ประสบปัญหาทุกอำเภอมาแล้ว
แหล่งข่าวจากบริษัท ตฤณ อินโนเวชั่น กรุ๊ปฯ ระบุว่า โครงการพัฒนาเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ อ.เชียงแสน ระยะแรกจะจัดที่ดินประมาณ 800 ไร่ ในระยะ 3 ปี พัฒนาเป็นที่อยู่อาศัย พักผ่อน ดูแลสุขภาพ กลุ่มรีไทร์เมนต์ ผู้สูงวัยหรือผู้มีรายได้สูงจากต่างประเทศเป็นหลัก โดยมีที่พักเพื่อการดูแลสุขภาพหรือเมดิคัลรีสอร์ต ศูนย์สุขภาพหรือเฮลตี้ โรงแรมระดับ 6-7 ดาว สวนสุขภาพ แหล่งชอปปิ้ง ศูนย์กีฬา ฯลฯ คาดว่าจะเริ่มวางศิลาฤกษ์ได้ในช่วงเดือนมกราคม 62
บริษัทฯ จะชักชวนกลุ่มทุนจากประเทศต่างๆ ที่เล็งเห็นศักยภาพเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษของไทยเข้ามาเช่าพื้นที่เพื่อการลงทุน ซึ่งจะได้สิทธิประโยชน์จากบีโอไอ และได้สิทธิ์เช่าที่เพื่อลงทุนได้เต็ม 100% ต่างจากพื้นที่นอกเขตพัฒนาฯ ที่ต้องระบุอัตราการลงทุน 49:51 ฯลฯ
“ตอนนี้มีกลุ่มทุนหลายประเทศสนใจ เช่น สิงคโปร์ ฮ่องกง เกาหลี มาเลเซีย จีน ไต้หวัน ฯลฯ ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่ก็ให้การสนับสนุนไม่มีการคัดค้าน เพราะเราไม่ได้สร้างโรงงานหรือทำอุตสาหกรรม แต่พัฒนาเป็นแหล่งพำนักระยะยาวของคนมีฐานะดีจากทั่วโลก ทั้งอยู่ใกล้สนามบินแค่ประมาณ 30 นาที ทำให้ชาวบ้านจะได้รับประโยชน์จากโครงการ เช่น มีงานทำภายในโครงการ กิจกรรมทางเศรษฐกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่อง ฯลฯ ซึ่งจะเห็นได้จากการทำประชาคมเมื่อวันที่ 13 ธ.ค.ที่ผ่านมาพบว่าชาวบ้านเห็นด้วยโดยไม่คัดค้านเลย” แหล่งข่าวกล่าว


