xs
xsm
sm
md
lg

แม่โพสต์โวยตำรวจไร้มนุษยธรรม ลูกหนีด่านรถล้มกะโหลกร้าวยังจับขังคุกจนเกือบตาย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


อุบลราชธานี - แม่เด็กวัย 16 โวยตำรวจโรงพักเมืองอุบลปฏิบัติงานขาดหลักมนุษยธรรม ขังลูกชายหนีด่านรถล้มจนกะโหลกร้าวแทนที่จะส่งไปให้แพทย์รักษาจนเกือบทำให้ลูกชายเสียชีวิต แถมเรียกเก็บเงินค่าปล่อยรถอีก 8,000 บาท





วันนี้ (26 ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวจังหวัดอุบลราชธานีเข้าพบกับนางหนูเจน ส่งสุข อายุ 39 ปี ประกอบกิจการโรงงานเฟอร์นิเจอร์ ตั้งอยู่ริมถนนเทศบาล 26 ต.วารินชำราบ อ.วารินชำราบ ซึ่งได้โพสต์เฟซบุ๊กขอความเป็นธรรมกรณีนายสุรสิทธิ์ สุขทอง อายุ 16 ปี บุตรชายที่ขับขี่รถจักรยานยนต์หนีด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วประสบอุบัติเหตุรถล้มจนกะโหลกศีรษะร้าว มีเลือดคั่งในสมอง

แต่ยังนำตัวบุตรชายไปคุมขังแทนการส่งให้แพทย์รักษาตามหลักปฏิบัติที่เมื่อผู้ต้องหามีอาการเจ็บป่วยต้องส่งตัวให้แพทย์ทำการรักษาก่อนนำตัวไปดำเนินคดี

นางหนูเจนเล่าเหตุการณ์ที่เกิดกับลูกชายว่า เมื่อช่วงหัวค่ำของวันที่ 22 ธ.ค.ที่ผ่านมาลูกชายได้ขี่รถจักรยานยนต์ 3 คันไปกินเนื้อย่างกับเพื่อนวัยเดียวกันรวม 4 คน ที่ร้านเนื้อย่างแถวห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี สาขาอำเภอเมืองอุบลราชธานี

จนเวลาประมาณ 00.30 น. วันที่ 23 ธ.ค. ขณะกำลังพากันขี่รถกลับบ้านมาตามถนนเลี่ยงเมือง ก็มาพบกับด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ชุดสายตรวจปราบปราม สภ.เมืองอุบลราชธานี ซึ่งตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับห้างสรรพสินค้าแม็คโคร จึงได้พากันวกรถกลับเลี้ยวหนีเข้าไปในซอยที่อยู่ด้านข้าง เพราะรถของลูกชายเป็นรถใหม่ ยังไม่มีป้ายทะเบียน ประกอบกับดื่มเบียร์กับกลุ่มเพื่อนมาด้วยเกรงจะถูกจับกุม



แต่ด้วยที่ไม่เคยมาในเขตอำเภอเมืองทำให้ไม่รู้เส้นทางได้ขี่รถวกไปวนมาจนมาเจอด่านตรวจหน้าบริษัทเกียรติสุรนนท์ ก่อนถึงสำนักงานขนส่งจังหวัด ถนนเลี่ยงเมือง ลูกชายและเพื่อนอีกคนได้ขี่ยูเทิร์นกลับรถหนีด่านอีก ทำให้เจ้าหน้าที่ประจำด่านขว้างกระบองถูกหลังเพื่อนลูกชาย และขี่รถจักรยานยนต์ไล่ตามมาห่างๆ

ส่วนเพื่อนอีกคันที่มาด้วยกันสองคนไม่เห็นด่านได้ขี่เข้าไป และถูกจับตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์พบมีปริมาณไม่เกินกฎหมายกำหนด

หลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจไล่ติดตามก็ได้ขี่รถหลบหนีมาไกลประมาณ 2 กิโลเมตร ลูกชายก็เสียหลักรถล้มลงข้างถนนชยางกูร บริเวณหน้าโรงพยาบาลราชเวช ศีรษะฟาดกับพื้นอย่างแรงจนมีอาการมึนงง ตามแขนขามีรอยถลอกจากรถล้ม ระหว่างนั้นมีเจ้าหน้าที่พยาบาลของโรงพยาบาลเห็นเหตุการณ์ได้เข้ามาช่วยเหลือตรวจวัดความดันร่างกาย และบอกให้ลูกชายติดต่อผู้ปกครอง แต่ลูกชายเริ่มไม่รู้เรื่องจำอะไรไม่ได้

จึงถูกเจ้าหน้าที่นำตัวพร้อมรถไปควบคุมไว้ในห้องขัง สภ.เมืองอุบลราชธานี กระทั่งเกือบรุ่งเช้าเจ้าหน้าที่ได้โทรศัพท์มาแจ้งให้ไปดูลูกชายที่ถูกควบคุมตัวและอาเจียนเป็นเลือดหลายครั้ง เมื่อไปถึงได้พูดคุยกับบุตรชายก็ยังอาเจียนเป็นเลือด มีอาการง่วงซึมอยากจะนอนอย่างเดียว จึงขออนุญาตนำตัวลูกชายไปพบแพทย์ให้ตรวจดูอาการ แต่เจ้าหน้าที่ไม่ยอม อ้างว่าต้องรีบนำตัวส่งไปศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัด

จนกระทั่งเวลา 10.00 น.วันเดียวกัน ลูกชายมีอาการไม่ดีขึ้น จึงได้ไปอ้อนวอนขอนำตัวลูกชายไปให้แพทย์โรงพยาบาลเอกชนตรวจก่อนนำตัวไปส่งให้ศาล และเมื่อศาลเห็นอาการของลูกชายได้สั่งอนุญาตให้ประกันตัว พร้อมส่งตัวกลับไปพบแพทย์ตรวจดูอาการ ซึ่งได้รับแจ้งว่าลูกชายกะโหลกศีรษะร้าวและมีเลือดคั่งในสมองจากรถล้ม ต้องผ่าตัดในคืนวันเดียวกันไม่เช่นนั้นอาจเสียชีวิตได้ ซึ่งวันนี้ลูกชายรู้สึกตัวแล้ว แต่ยังคงต้องนอนพักรักษาตัวในห้องผู้ป่วยหนัก

ที่ออกมาเรียกร้องในวันนี้ไม่ต้องการให้ช่วยเหลือเรื่องคดีอะไร เพราะเข้าใจถ้าลูกชายทำผิดก็ให้ดำเนินคดีไปตามกฎหมาย แต่ต้องการให้เจ้าหน้าที่มีหลักมนุษยธรรม เมื่อผู้ต้องหามีอาการป่วยต้องรีบได้รับการรักษา เพราะแพทย์ที่ทำการรักษาบอกว่าโชคดีที่ลูกชายของตนอาเจียนเอาเลือดที่คั่งในสมองออกจากร่างกายเอง เพราะผู้ป่วยที่มีอาการทางสมองส่วนใหญ่ เมื่อมีเลือดออกในสมองจะมีอาการง่วงนอน เมื่อถูกคุมขังก็จะนอนหลับและทำให้เสียชีวิตไปเลยก็ได้

นอกจากนี้ยังสงสัยกับสำนวนการสอบสวน เพราะลูกชายไม่ได้ให้ปากคำใดๆ แต่มีการพิมพ์สำนวนแล้วแจ้งข้อกล่าวหาขับรถในขณะเมาสุรา และขับรถไม่คำนึงถึงความปลอดภัยและความเดือดร้อนของผู้อื่นให้ทันที

ซึ่งระหว่างขอนำรถที่เกิดอุบัติเหตุกลับบ้าน ก็มีผู้อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่มาขอเงินจำนวน 10,000 บาท แลกกับการปล่อยรถ และได้ต่อรองเหลือ 8,000 บาท จึงได้รถกลับมา ด้วยความสงสัยจึงได้ออกมาโพสต์เล่าเรื่องราวให้สังคมรับทราบถึงการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ซึ่งควรมีดุลพินิจมากกว่านี้ ไม่เช่นนั้นลูกชายของตนก็อาจเสียชีวิตไปแล้วก็ได้

ด้าน พ.ต.ท.ปราโมทย์ ชื่นตา รองผู้กำกับการสืบสวน สภ.เมืองอุบลราชธานี กล่าวถึงข้อสงสัยของแม่ผู้ต้องหาว่า เมื่อพนักงานสอบสวนได้รับตัวผู้ต้องหาก็เห็นยังสามารถพูดคุยได้ พร้อมทราบว่าได้รับการตรวจอาการจากเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเอกชนในจุดที่รถล้มแล้วยังไม่พบอาการป่วยใด

ส่วนการอาเจียนก็คิดว่าเกิดจากอาการเมาสุรา เพราะนายสุรสิทธิ์ดื่มเบียร์มาก่อนถูกจับ จึงไม่สงสัยเกิดจากอาการบาดเจ็บกะโหลกศีรษะร้าวจากรถล้ม สำหรับเงินจำนวน 8,000 บาทที่ได้เรียกเก็บจากนางหนูเจน แม่ของผู้ต้องหาเป็นเงินค่าประกันของกลางแทนการยึดเอารถที่ใช้ก่อเหตุไว้

ซึ่งหลังจากนี้จะได้มีการพูดคุยทำความเข้าใจกับพ่อแม่ของนายสุรสิทธิ์ให้เกิดความเข้าใจในเรื่องของคดี และถ้าพ่อแม่ของผู้ต้องหายังมีข้อสงสัยก็ยินดีตั้งกรรมการขึ้นมาสอบสวนขั้นตอนการทำงาน เพราะผู้บังคับบัญชาให้ความสำคัญต่อสวัสดิภาพของผู้ต้องหาที่อยู่ในการควบคุมเช่นเดียวกัน


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...