xs
xsm
sm
md
lg

สาวใหญ่โพสต์ลงโซเชียล ถูกทำร้ายปางตายจนร่างกายทุพพลภาพ แจ้งตำรวจคดีไม่คืบ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


พระนครศรีอยุธยา - สาวใหญ่โพสต์ลงโซเชียล ถูกทำร้ายปางตายจนร่างกายทุพพลภาพ แจ้งตำรวจคดีไม่คืบ ชีวิตต้องอยู่อย่างหวาดผวา ไม่กล้าเข้าบ้านกลัวคนร้ายกลับมาอีก เชื่อเป็นสาวทอมที่เคยคบเป็นคนลงมือ

วันนี้ (24 ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านเลขที่ 76 หมู่ 2 ตำบลลุมพลี อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อไปตรวจสอบกรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊กโพสต์ ชื่อ นายสมชาย มะลิซ้อน โพสต์เรื่องราว ข้อความ อยากร้องขอความเป็นธรรมและความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ว่า “ดิฉันนางบุญช่วย ศรีโชติ ถูกทำร้ายร่างกายอาการสาหัส ตั้งแต่วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 ณ บ้านเลขที่ 76 ม.2 ต.ลุมพลี อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา กว่าลูกจะมาเห็นก็เลือดนองพื้นจะแห้ง หามส่งโรงพยาบาล อยู่ห้องไอซียู อาการสาหัส

แพทย์โกนผมเพื่อเย็บกะโหลกศีรษะที่แตกทางด้านหลังเป็นบริเวณกว้างและลึก กระดูกหน้าหักดามเหล็ก กรามหักสองข้างแพทย์ทำการผ่าตัดดาม ดั้งจมูกหักเบี้ยว ฟันหัก 3 ซี่ ปากฉีกเหมือนคนปากแหว่ง สะโพกฉีก และอีกหลายที่ในร่างกาย คนร้ายทำร้ายร่างกายและขโมยทรัพย์สินไปด้วย ขณะนี้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว สภาพจิตใจและร่างกายย่ำแย่มากๆ บ้านก็กลับไม่ได้เพราะกลัวคนร้ายจะกลับมาทำร้ายอีก ลูกๆ ก็ยังเด็ก ต้องเรียนหนังสือ เราเป็นหัวหน้าครอบครัวแต่ต้องกลายมาเป็นแบบนี้

ทางด้านคดีความสอบถามทางตำรวจเจ้าของคดีแจ้งว่า ลงบันทึกประจำวันไว้เฉยๆ ยังไม่มีใบแจ้งความเอาผิดคนร้าย ซึ่งเรื่องผ่านมาเกือบ 2 เดือนแล้ว คนร้ายยังลอยนวล ดิฉันอยากร้องขอความช่วยเหลือมา ณ ที่นี้ขอให้เพื่อนๆ เป็นสะพานบุญช่วยแชร์ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับรู้และช่วยเหลือเราด้วย จนมีผู้แสดงความคิดเห็นถึงการกระทำของสาวทอม และการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจกันเป็นจำนวนมาก

จากการสอบถาม นางบุญช่วย ศรีโชติ อายุ 43 ปี ผู้เสียหาย กล่าวว่า ตนมีอาชีพหมอนวดแผนไทยรับนวดตามบ้าน และได้รู้จักและเป็นแฟนกับ น.ส.วราพรรณ แก้วจันทร์ อายุ 43 ปี ซึ่งเป็นทอม พักอาศัยอยู่ในพื้นที่ อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา ได้ 4 ปี แต่มาในช่วงหลัง น.ส วราพรรณ ทำตัวไม่ดี ตนจึงตีตัวออกห่างได้เลิกคบกันประมาณ 1 เดือน และได้ไปคบหากับผู้ชายซึ่งเป็นแฟนใหม่อาชีพหมอนวดด้วยกัน พอเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 ที่ผ่านมา น.ส. วราพรรณ ได้มาหาตนที่บ้านเกิดเหตุ และมาพูดคุยขอปรับความเข้าใจและขอคืนดีด้วย แต่ตนเองปฏิเสธ และบอกว่ามีแฟนใหม่แล้ว สาวทอม จึงขอตนนอนพักค้างแรมที่บ้านด้วย ตนเองไม่ได้คิดอะไร จึงให้นอนค้างในห้อง

หลังจากนั้น สาวทอม ได้ไปซื้อเบียร์มาดื่ม 2 ขวด ช่วงกลางคืน และมีปากเสียงกัน พร้อมกับได้พูดกับตนเองว่า “พี่นี้น่าตายว่ะ” “เขาไม่ได้คนอื่นก็อย่าได้” และก็พูดซ้ำไปซ้ำมา แต่ตนก็ไม่ได้คิดอะไร พอรุ่งเช้าของวันที่ 5 พฤศจิกายน ตนเองตื่นมาตอนเช้าและจะแต่งตัวไปทำงาน โดยมายืนหยิบเสื้อมาตรงตู้เสื้อผ้าในห้อง และยืนหันหลัง สาวทอม นอนอยู่บนที่นอน รู้สึกเหมือนมีของแข็งมากระแทกใส่ที่ศีรษะด้านหลังอย่างจัง จากนั้นก็จำอะไรไม่ได้อีกเลย จนมาฟื้นอีกทีก็พบว่าตนเองอยู่ที่โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยาแล้ว และจำอะไรไม่ได้เลยกับเหตุการณ์ดังกล่าว

นางบุญช่วย ศรีโชติ ผู้เสียหาย ยังกล่าวต่ออีกว่า หลังจากที่ฟื้นขึ้นมาก็พบว่ามีบาดแผลบริเวณกะโหลกศีรษะที่แตกทางด้านหลังเป็นบริเวณกว้างและลึกเย็บกว่า 50 เข็ม กระดูกใบหน้าแตก กรามหักสองข้างต้องดามเหล็ก ดั้งจมูกหักเบี้ยว ฟันหน้าหัก 3 ซี่ ริมฝีปากบนฉีกขาดเย็บหลายเข็มเหมือนคนปากแหว่ง ส่วนบริเวณสะโพกซ้ายฉีกเย็บหลายเข็ม และตามร่างกายหลายแห่งและยังถูกคนร้ายขโมยทรัพย์สินไปด้วย เช่น สร้อยทองข้อมือ 1 บาท โทรศัพท์ยี่ห้อ oppo 1 เครื่อง เงินสดอีก 2,000 บาท และเอกสารทั้งหมด และตนเองต้องนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา นานร่วมเดือน จากนั้นก็ออกมาจากโรงพยาบาลและมาอยู่บ้านแฟนใหม่ไม่กล้ากลับไปอยู่ที่บ้านของตนเองเพราะกลัวว่า สาวทอม จะตามมาทำร้ายร่างกายอีก

ด้าน นายธีรวัฒน์ ศรีโชติ อายุ 17 ปี ลูกชาย เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์วันนั้น ช่วงตอนกลางคืน ตนได้นอนอยู่บนบ้านและได้ยินเสียงแม่ทะเลาะกับสาวทอม แต่ก็ไม่ได้ลงมาห้ามปราม คิดว่าไม่รุนแรง แค่มีปากเสียงกัน พอรุ่งเช้าได้ลงมาดูแม่ในห้องก็พบว่านอนจมกองเลือดหายใจรวนรินอยู่บนพื้นห้อง จึงรีบโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย และเจ้าหน้าที่อนามัยมาช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาล

หลังจากแม่ของตนออกจากโรงพยาบาล ร่างกายต้องเป็นคนทุพพลภาพไม่สามารถใช้ชีวิตเหมือนคนปกติเหมือนก่อนได้ และไม่สามารถออกไปทำงานหาเงินส่งเสียให้ลูกๆ ได้ไปเรียนหนังสือ ทั้งนี้ ตนได้ติดต่อสอบพนักงานสอบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยา เกี่ยวกับความคืบหน้าของคดี ซึ่งผ่านมาแล้วเกือบ 2 เดือน คดียังไม่คืบหน้าไม่สามารถจับกุมตัวคนร้ายได้ ทำให้แม่ของตนต้องอยู่อย่างหวาดผวาไม่กล้ากลับมาอยู่บ้านของตนเอง กลัวคนร้ายจะกลับมาก่อเหตุอีก ตนเองกับแม่เชื่อว่าผู้ก่อเหตุ คือ น.ส.วราพรรณ แฟนเก่าแม่อย่างแน่นอน เพราะมีเพื่อนบ้านเป็นพยานเห็นว่า คือ น.ส.วราพรรณ (สาวทอม) ได้ออกจากบ้านมาเป็นคนสุดท้ายขณะเกิดเหตุ ซึ่งเรื่องราวที่เกิดขึ้น ทางครอบครัวตนเองได้นำเรื่องราวไปลงในโซเชียล เพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรม และวอนขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยติดตามจับกุมตัวคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีให้โดยเร็วที่สุด



Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...