xs
xsm
sm
md
lg

สุดยอด! พยาบาลสาววีลแชร์จากผู้ป่วยติดเตียง สู้รักษาตัวสานฝันสู่นางฟ้าชุดขาว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ศูนย์ข่าวเชียงใหม่ - ยกย่อง! พยาบาลสาววีลแชร์แบบอย่างสู้ชีวิต เกิดอุบัติเหตุกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงทั้งที่เหลือเดือนเดียวจะเรียนจบ กัดฟันต่อสู้นานเป็นปีจนกลับมาใช้ชีวิตปกติ เรียนต่อจบและเข้าทำงาน รพ.ที่รักษาตัวเอง






ขณะนี้โซเชียลมีเดียมีการเผยแพร่แชร์โพสต์อย่างรวดเร็วและชื่นชมอย่างมากเกี่ยวกับเรื่องราวของพยาบาลสาวคนหนึ่งที่ทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ที่เพิ่งเข้าพิธีรับประทานปริญญาบัตรเมื่อวันที่ 29 พ.ย. 61 โดยพยาบาลคนดังกล่าวนี้ประสบอุบัติเหตุบนท้องถนนเมื่อปี 2559 ระหว่างที่เรียนอยู่คณะพยาบาลศาสตร์ ชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ จนต้องหยุดเรียนไปทั้งเหลือเพียงอีกประมาณ 1 เดือนจะฝึกงานและจบการศึกษา เนื่องจากกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงเพราะกระดูกสันหลังกดทับเส้นประสาททำให้ไม่สามารถเดินได้


แต่หลังจากนั้นได้พยายามรักษาตัวด้วยการเข้ารับการกายภาพบำบัดที่โรงพยาบาลสันทรายนานนับปีจนสามารถช่วยเหลือตัวเองและใช้วีลแชร์ได้ รวมทั้งช่วยเหลืองานเป็นอาสาสมัครของโรงพยาบาล และพยายามจะกลับไปเรียนต่อ โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จนกระทั่งจบการศึกษาและทำงานที่โรงพยาบาลสันทราย ซึ่งเรื่องราวดังกล่าวถูกโพสต์ลงในเพจเฟซบุ๊ก “บันทึกจากวีลแชร์” และเป็นการจุดประกายความหวังพร้อมทั้งสร้างกำลังใจให้ผู้คนเป็นอย่างมาก



จากการตรวจสอบทราบว่า พยาบาลสาวเจ้าของเรื่องราวดังกล่าว คือ น.ส.กรรณิการ์ ศรีวิจา หรือ “น้องยิว” อายุ 26 ปี พยาบาลวิชาชีพ กลุ่มงานการพยาบาล โรงพยาบาลสันทราย อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเปิดเผยว่า ตัวเองประสบอุบัติเหตุเมื่อปี 2559 ระหว่างที่เรียนอยู่ชั้นปีที่ 4 คณะพยาบาลศาสตร์ และกำลังเรียนจบในอีก 1 เดือนเท่านั้น เพราะเหลือเพียงการฝึกงานเท่านั้น โดยจากอุบัติเหตุดังกล่าวทำให้ตัวเองกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงและต้องหยุดการเรียนไว้เพื่อรักษาตัว



ระหว่างนั้นยอมรับว่ารู้สึกท้อถอยและเสียกำลังใจอย่างมาก แต่ยังคงมีความหวังและพยายามจะกลับมาใช้ชีวิตตามปกติให้ได้ ต่อมาหลังประสบเหตุและรักษาตัวอยู่ที่บ้านประมาณ 6 เดือนจึงกลับมาเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลสันทรายอีกครั้ง เพื่อทำกายภาพฟื้นฟูร่างกายให้กลับมาใช้ชีวิตปกติและช่วยเหลือตัวเองให้ได้มากที่สุด ซึ่งจากการรักษาของแพทย์และความพยายามของตัวเองทำให้กลับมาช่วยเหลือตัวเองได้ ตลอดจนสามารถใช้ชีวิตได้เหมือนคนปกติโดยการใช้วีลแชร์



“น้องยิว” บอกด้วยว่า สิ่งสำคัญให้การรักษาและฟื้นฟูร่างกายของตัวเองดีขึ้นตามลำดับ เป็นเพราะมีความพยายามตั้งใจอย่างเต็มที่ที่จะกลับไปใช้ชีวิตตามปกติให้ได้ ซึ่งไม่ได้แค่คิดเท่านั้น แต่ลงมือทำจริงด้วยออกไปในที่ที่เคยไปและพบปะผู้คน รวมทั้งตัวเองยังได้เริ่มออกไปร่วมกิจกรรมวิ่งวีลแชร์ตามที่ต่างๆ ด้วย ทำให้ได้พบผู้คนที่มีสภาพคล้ายกันแต่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ จึงได้รับกำลังใจและข้อแนะนำต่างๆ ที่ช่วยตัวเองได้มาก ซึ่งระหว่างที่รับการรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลได้เริ่มเขียนเพจ “บันทึกจากวีลแชร์” ขึ้นมาเพื่อบอกเล่าเรื่องราวของตัวเองและเป็นกำลังใจให้คนอื่น


ขณะเดียวกันยังได้รับโอกาสและการสนับสนุนจากทางโรงพยาบาลให้ช่วยเหลืองานในฐานะอาสาสมัครด้วย เช่น การให้คำปรึกษาหรือให้กำลังใจคนไข้ หรืองานเอกสาร เป็นต้น โดยใช้พื้นฐานความรู้ด้านการพยาบาลที่ตัวเองมีอยู่แล้ว จนกระทั่งกลับมาคิดเรื่องจะกลับไปเรียนต่อให้จบ แม้จะกังวลกับสภาพร่างกายที่อาจจะเป็นอุปสรรค แต่ได้รับการสนับสนุนจากทางโรงพยาบาลที่ช่วยออกหนังสือรับรองและทำเรื่องถึงสถาบัน นอกจากนี้ยังได้ทำฎีกาถวายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี และได้รับพระมหากรุณาธิคุณ พระราชทานโอกาสให้ได้กลับไปเรียนต่อจนจบการศึกษาและทำงานที่โรงพยาบาลสันทราย ซึ่งรู้สึกซาบซึ้งและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดไม่ได้





สำหรับเรื่องราวของตัวเองที่โพสต์และมีผู้นำไปแชร์ต่อเป็นวงกว้าง พร้อมทั้งแสดงความชื่นชมนั้น “น้องยิว” บอกว่า รู้สึกดีใจที่เรื่องราวของตัวเองเป็นการจุดประกายสร้างกำลังใจและความหวังให้กับผู้คน เพราะเป็นความตั้งใจของตัวเองอยู่แล้วตั้งแต่แรกเริ่มที่ทำเพจและบอกเล่าเรื่องราวประสบการณ์ของตัวเอง เพียงแต่ว่าที่ผ่านมาเพจอาจจะยังไม่เป็นที่รู้จักจนกระทั่งโพสต์ล่าสุดตอนที่ตัวเองกำลังจะเดินทางจากเชียงใหมไปรับปริญญาที่กรุงเทพฯ เพื่อหวังจะบอกเล่าถ่ายทอดประสบการณ์ว่า ตัวเองต้องผ่านปัญหาอุปสรรคต่างๆ มามากมายกว่าที่จะอยู่ในจุดนี้ได้ จึงอยากจะให้กำลังใจทุกคนที่มีปัญหาหรือต้องเผชิญวิกฤติต่างๆ ในชีวิตอยู่ว่าสามารถฝ่าฟันไปได้เช่นกัน ขอเพียงแค่ไม่ยอมแพ้หรือท้อถอย





ขณะที่ พญ.ชลาทิพย์ ซื่อวัฒนะ แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู โรงพยาบาลสันทราย ซึ่งเป็นผู้รักษา “น้องยิว” เปิดเผยว่า น้องเข้ารับการรักษาตัวครั้งแรกในสภาพที่เป็นผู้ป่วยติดเตียง จากการประเมินเบื้องต้นดูแล้วสามารถฟื้นฟูให้กลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้ ประกอบกับน้องมีความตั้งใจที่จะรักษาตัว จึงทำการฟื้นฟูด้วยการทำกายภาพบำบัดและฝึกใช้วีลแชร์ซึ่งใช้เวลาอยู่นานพอสมควร แต่ก็ประสบความสำเร็จในที่สุด ขณะเดียวกันจากการเล็งเห็นศักยภาพในตัวน้องที่เรียนมาทางด้านการพยาบาลจึงให้ช่วยเป็นอาสาสมัครทำงานในโรงพยาบาลด้วยการช่วยดูแล,ให้คำปรึกษาและให้กำลังใจกับผู้ป่วย ซึ่งพบว่าทำได้เป็นอย่างดี



โดยต่อมาน้องมาปรึกษาว่าต้องการจะกลับไปเรียนต่อให้จบ จึงได้ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ เนื่องจากน้องเป็นนักเรียนทุนพยาบาลจากอำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ และเหลือเพียงการฝึกงานอีก 1 เดือนเท่านั้นก็จะจบ รวมทั้งเชื่อว่าด้วยอาการเจ็บป่วยของน้องไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการทำวิชาชีพพยาบาลแต่อย่างใด อีกทั้งยังน่าจะสามารถทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดีด้วย เพราะจากประสบการณ์ของน้องทำให้เข้าอกเข้าใจคนไข้ได้เป็นอย่างดี และคนไข้ให้ความเชื่อถือมากกว่าด้วย โดยรู้สึกดีใจและภูมิใจเป็นอย่างมากที่น้องเรียนจบ และได้กลับมาทำงานร่วมกัน ขณะเดียวกันยังภูมิใจเป็นอย่างมากที่น้องเป็นแบบอย่างสร้างกำลังใจให้ผู้คนอีกเป็นจำนวนมากในการใช้ชีวิต


ด้าน นพ.วรวุฒิ โฆวัชรกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสันทราย ระบุว่า การที่ประเทศจะสามารถพัฒนาได้มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้การสนับสนุนและให้คุณค่าความเป็นคนของผู้พิการ โดยกรณีของ “น้องยิว” น่าจะถือเป็นกรณีตัวอย่างแรกๆ ในประเทศไทยในการให้โอกาสผู้ป่วยที่มีศักยภาพให้สามารถเข้าทำงานได้เหมือนกับคนปกติทั่วไป โดยที่ประสิทธิภาพในการทำงานไม่แตกต่างกัน ซึ่งทางโรงพยาบาลพร้อมให้การสนับสนุนน้องอย่างเต็มที่ เพราะเล็งเห็นแล้วว่ามีศักยภาพและความสามารถ โดยที่สภาพร่างกายและอาการเจ็บป่วยที่มีอยู่ไม่ควรเป็นปัจจัยขัดขวางความรู้ความสามารถและศักยภาพที่จะทำประโยชน์ต่างๆ ได้อีกมากมาย



Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...