xs
xsm
sm
md
lg

ทับสะแก จุดประกายทำกระทงกะลาสายปีแรก แจกฟรีให้ประชาชน-นักท่องเที่ยว จำนวน 3,000 ใบ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ประจวบคีรีขันธ์- อ.ทับสะแก ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดงานประเพณีลอยกระทงกะลาสายเป็นครั้งแรกของจังหวัด ด้วยการนำวัสดุที่มีมากในท้องถิ่นอย่างกะลามะพร้าวมาทำกระทง ลอยไปตามสายน้ำคลองทับสะแกเพื่อขอขมาแม่คงคา แจกฟรีจำนวน 3,000 ใบ

วันนี้ (21 พ.ย.) นายปรีดา สุขใจ นายอำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พาสื่อมวลชนเดินทางไปยังบ้านพักของ นายนวัช ดวงจินดา อายุ 53 ปี ปราชญ์ชาวบ้านทับสะแกด้านงานศิลปะ ในหมู่บ้านทุ่งกอก ตำบลทับสะแก อำเภอทับสะแก เพื่อเยี่ยมชม และติดตามความคืบหน้าการทำกระทงจากกะลามะพร้าว เพื่อนำไปแจกจ่ายให้ประชาชน นักท่องเที่ยวฟรี ในงานประเพณีลอยกระทงกะลาสายทับสะแก ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 22 พฤศจิกายน ที่จะถึงนี้ ณ คลองทับสะแก

โดยจัดขึ้นเป็นครั้งแรกของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พบว่า ภายหลังคัดเลือกวัสดุ และทดลองจนได้ผลเป็นที่น่าพอใจ นายนวัช ปราชญ์ชาวบ้าน ได้เดินหน้าทำกระทงกะลามะพร้าวไปกว่า 800 ใบแล้ว โดยในวันนี้ยังมีการสาธิตการทำกระทงกะลามะพร้าวให้ชาวบ้าน และเยาวชนในพื้นที่ เพื่อให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมและส่งเสริมการท่องเที่ยว รวมไปถึงการอนุรักษ์สืบสานประเพณีลอยกระทง

นายปรีดา สุขใจ นายอำเภอทับสะแก กล่าวว่า อำเภอทับสะแกเป็นอำเภอที่มีพื้นที่การปลูกมะพร้าวมากที่สุดของประเทศไทย ดังนั้น จึงมีกะลามะพร้าวเหลือใช้เป็นจำนวนมาก อีกทั้งที่ผ่านมา พบว่ากะลามะพร้าวจากทับสะแกเป็นสินค้าที่จังหวัดต่างๆ สั่งซื้อเพื่อนำไปทำเป็นกระทงสาย

ดังนั้น หลายฝ่าย ทั้งอำเภอทับสะแก และหน่วยงานในพื้นที่ องค์การบริหารส่วนตำบลทับสะแก เทศบาลตำบลทับสะแก สภาวัฒนธรรมอำเภอทับสะแก และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ จึงมีความคิดร่วมกันในการต่อยอดการใช้วัสดุที่มีมากในท้องถิ่น นำมาสร้างความเชื่อมโยงเพิ่มมูลค่าทางการท่องเที่ยวและสืบสานประเพณีอันดีงามของไทย และไม่เป็นมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม โดยปีนี้จึงเป็นปีแรกที่จัดงาน ประเพณีลอยกระทงกะลาสาย ณ คลองทับสะแก คลองสายหลักที่หล่อเลี้ยงวิถีชีวิตของชาวทับสะแก

สำหรับกะลาที่นำมาทำเป็นกระทง จะเป็นกะลาที่เหลือจากการทำน้ำกะทิ ขอมาจากชาวบ้าน และเกษตรกร ส่วนเทียนได้มาจากวัดต่างๆ ในอำเภอทับสะแก โดยเป็นเทียนที่เหลือจากการใช้ไหว้พระ และเทียนพรรษาที่ใช้ไม่หมด ทำให้ไม่ต้องสิ้นเปลืองงบประมาณ และเป็นการนำของเหลือใช้มาสร้างคุณค่าอีกต่อหนึ่งด้วย

ในปีแรกนี้ตั้งใจจะทำกระทง จำนวน 3,000 ใบ เพื่อแจกจ่ายให้ประชาชน นักท่องเที่ยวได้นำไปลอยกันฟรีๆ โดยในวันลอยกระทง จะมีการเนรมิตพื้นที่กลางคลองทับสะแก ด้วยกระทงกะลาเป็นรูปหัวใจ ภายในเป็นเลข ๑๐ หมายถึงในหลวงรัชกาลที่ ๑๐ สื่อความหมายว่า ชาวทับสะแกรักในหลวง ส่วนพื้นที่ริมสองฝั่งคลองจะเปิดพื้นที่ให้ประชาชนได้มาลอยกระทงกะลาสาย ไปตามลำคลองทับสะแก สำหรับกระทงจากกะลา ไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม หากจมน้ำลงไปก็จะเป็นแหล่งพักพิงของสัตว์น้ำ สำหรับในปีนี้เป็นปีแรก ประชาชนอาจจะยังสื่อสารไม่ทั่วถึง แต่ในปีต่อๆ ไปจะพยายามสืบสานต่อเพื่อเป็นเอกลักษณ์ของชาวอำเภอทับสะแก

ด้าน นายนวัช ดวงจินดา อายุ 53 ปี ปราชญ์ชาวบ้านทับสะแกด้านงานศิลปะ กล่าวว่า อำเภอทับสะแกมีกะลามากที่สุด อยากผลักดันให้ทุกฝ่ายร่วมมือร่วมใจกัน เชื่อว่างานลอยกระทงกะลาสายที่อำเภอทับสะแก จะสวยงามไม่แพ้ที่ใด สำหรับการคัดเลือกกะลาจะต้องแข็งแรง

ส่วนวิธีการทำก็ไม่ยุ่งยากซับซ้อน นำเทียนมาหลอมเป็นน้ำเทียนเทลงในกะลา ซึ่งสามารถใช้ได้ 2 ซีก จากนั้นจะปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที ก่อนจะนำไส้เทียน ซึ่งทำจากด้ายดิบชุบน้ำเทียนจนแข็งแล้วนำมาตัดเป็นท่อนๆ ละ 2 นิ้ว วางลงไปตรงกลาง จากนั้นจึงทิ้งให้น้ำเทียนแข็งตัว ประมาณ 2 ชั่วโมง ก็สามารถนำไปใช้ได้ ภายหลังทดลองจนแน่ใจ

ขณะนี้ตนได้ทำกระทงไปแล้วกว่า 800 ใบ รวมทั้งตอนนี้กำลังเร่งเตรียมไส้เทียน สำหรับนำไปเผยแพร่ให้ชาวบ้านและเยาวชนได้ร่วมกันทำกระทงกะลาสายด้วย สำหรับกระทงโดยกะลา 1 ใบ จะใช้น้ำเทียนประมาณ 1 กระบวย เมื่อนำไปจุดจะให้เปลวไฟ หรือเปลวเทียนประมาณ 2 ชั่วโมง มั่นใจว่าเมื่อนำไปลอยเป็นกระทงกะลาสายที่จะงดงามที่สุดของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และเป็นครั้งแรกของจังหวัด คือ ที่คลองทับสะแก อำเภอทับสะแก ในคืนวันที่ 22 พ.ย.ที่จะถึงนี้