xs
xsm
sm
md
lg

สุดยอด! นักวิจัย มทส.โคราชพัฒนานวัตกรรมซีเมนต์แบบฉีดทดแทนกระดูกสำเร็จ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ศูนย์ข่าวนครราชสีมา - นักวิจัย มทส.พัฒนานวัตกรรมซีเมนต์แบบฉีดเพื่อทดแทนกระดูกสำเร็จ เผยคุณสมบัติเด่นทางเคมีคล้ายกระดูกมนุษย์ สลายได้ในร่างกาย-ปลอดภัย ช่วยเสริมการเกาะของเซลล์กระดูก และใช้วัตถุดิบในประเทศ เตรียมต่อยอดใช้ในมนุษย์

วันนี้ (31 ต.ค.) รศ.ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) เป็นประธานแถลงข่าวผลงานวิจัยนวัตกรรมซีเมนต์แบบฉีดเพื่อทดแทนกระดูก ณ ห้องประชุมสารนิเทศ อาคารบริหาร มทส. โดยผลงานวิจัยดังกล่าวเป็นการพัฒนานวัตกรรม โดย รศ.ดร.ศิริรัตน์ ทับสูงเนิน รัตนจันทร์ หัวหน้าสาขาวิชาวิศวกรรมเซรามิก สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์ พร้อมด้วย อาจารย์ พ.ท. นพ.บุระ สินธุภากร หัวหน้าสาขาวิชาออร์โธปิดิกส์ สำนักวิชาแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี


รศ.ดร.ศิริรัตน์ ทับสูงเนิน รัตนจันทร์ หัวหน้าสาขาวิชาวิศวกรรมเซรามิก สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์ เปิดเผยถึงผลงานวิจัย “นวัตกรรมซีเมนต์แบบฉีดเพื่อทดแทนกระดูก” ว่า เป็นงานวิจัยภายใต้โครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ซึ่งได้พัฒนาวัสดุทดแทนกระดูกที่มีคุณสมบัติคล้ายซีเมนต์ที่สามารถขึ้นรูปได้โดยการปั้นหรือการฉีดผ่านเข็มฉีดยาขนาดเล็ก โดยใช้เวลาในการศึกษาวิจัยมากว่า 10 ปี (พ.ศ. 2552-2561)

ทั้งนี้ “ซีเมนต์กระดูก” ที่ถูกพัฒนาขึ้นใหม่นี้มีองค์ประกอบทางเคมีคล้ายกับกระดูกของมนุษย์ (Calcium phosphate) สามารถสลายตัวได้ในร่างกาย เซตตัวได้เองในสภาวะปกติของร่างกาย ไม่เกิดความร้อนในขณะเซตตัว สามารถฉีดผ่านเข็มฉีดยาเข้าไปรักษาในบริเวณที่เป็นโพรงหรือบริเวณที่แคบ ช่วยส่งเสริมการเกาะของเซลล์กระดูก โดยการสลายตัวที่เกิดขึ้นจะเป็นไปอย่างช้าๆ และให้รูพรุนที่เป็นโครงสร้าง (Scaffold) ให้เซลล์กระดูก เลือดและของเหลวในร่างกายเข้าไปภายใน ช่วยให้เนื้อเยื่อกระดูกใหม่เจริญเติบโตได้ดี มีความปลอดภัยต่อเซลล์สิ่งมีชีวิต นอกจากนี้ ยังประกอบด้วยส่วนเสริมแรงจากเส้นใยพอลิเมอร์ธรรมชาติที่สามารถย่อยสลายได้ (Biodegradation) ทำให้เกิดความแข็งแรงเพียงพอในระหว่างที่เนื้อซีเมนต์บางส่วนสลายตัวไป

จุดเด่นอีกด้านของผลงานนวัตกรรม “ซีเมนต์กระดูก” คือสามารถเซตตัวได้ที่อุณหภูมิห้อง จึงสามารถปั้นหรือขึ้นรูปให้มีรูปร่างตามต้องการได้ และสามารถพัฒนาต่อยอดนำมาขึ้นรูปที่ซับซ้อนแบบสามมิติ (3D printing) โดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยออกแบบ จึงเหมาะสำหรับการทำกระดูกที่มีความซับซ้อนของผู้ป่วย โดยวัตถุดิบที่ใช้ในงานวิจัยเป็นวัตถุดิบที่ผลิตในประเทศทั้งหมด ทำให้มีต้นทุนต่ำสามารถลดการนำเข้าจากต่างประเทศ และมีโอกาสต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้มาก


พ.ท.นพ.บุระ สินธุภากร หัวหน้าสาขาวิชาออร์โธปิดิกส์ สำนักวิชาแพทยศาสตร์ มทส. เปิดเผยถึงการใช้ซีเมนต์กระดูกในการรักษาผู้ป่วยในปัจจุบันว่า โดยทั่วไปแพทย์จะใช้ซีเมนต์กระดูกเพื่อการเสริมความแข็งแรงของกระดูกในตำแหน่งใกล้ข้อ เพื่อช่วยเร่งการสร้างกระดูกในกรณีกระดูกหักหรือกระดูกติดช้า ช่วยถมตำแหน่งที่มีการขาดหายไปของกระดูก กรณีตัวอย่างเช่นที่แพทย์แนะนำให้ผู้ป่วยใช้การรักษาด้วยการฉีดซีเมนต์กระดูกในกระดูกสันหลัง หรือวิธี Vertebroplasty ในผู้ป่วยที่มีกระดูกสันหลังหักหรือทรุด กระดูกสันหลังผิดรูป หรือที่เกิดจากกระดูกสันหลังหักจากภาวะกระดูกพรุน รวมถึงผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บทางกระดูกสันหลัง

แพทย์จะกรีดผิวหนังบริเวณสันหลังเป็นรอยเล็กๆ เพื่อใส่เข็มที่จะฉีดซีเมนต์บริเวณกระดูกสันหลังภายใต้การควบคุมตำแหน่งโดยเครื่องถ่ายภาพรังสีเอกซเรย์ เมื่อฉีดซีเมนต์เรียบร้อยแล้วแพทย์จะค่อยๆ ดึงเข็มออกและปิดแผลด้วยพลาสเตอร์ ทั้งหมดนี้ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงต่อกระดูกสันหลัง 1 ชิ้น

ข้อดีของการรักษาด้วยวิธี Vertebroplasty คือลดระยะเวลาในการพักฟื้น โดยทั่วไปผู้ป่วยจะนอนพักในโรงพยาบาลเพียง 1 คืนเท่านั้น และลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในขณะที่รักษาโรคกระดูกพรุน โดยสารทดแทนกระดูกที่ใช้ในปัจจุบันซึ่งต้องนำเข้าจากต่างประเทศมีราคาอยู่ที่ 0.5 cc ราคาโดยประมาณ 12,000 บาท ทั้งนี้ หากใช้วัตถุดิบที่สามารถผลิตในประเทศไทยโดยฝีมือคนไทยจะสามารถลดต้นทุนการนำเข้า และขยายโอกาสในการรักษาผู้ป่วยได้อย่างทั่วถึง ทั้งนี้ หากงานวิจัยนวัตกรรมซีเมนต์แบบฉีดเพื่อทดแทนกระดูกได้ถูกบรรจุเข้าบัญชีนวัตกรรมไทยมีความเป็นไปได้สูงที่จะนำมาใช้ในมนุษย์ ซึ่งเป็นโครงการที่ทีมวิจัยจะได้ทำการศึกษาและพัฒนาต่อในอนาคต” อาจารย์ พ.ท.นพ.บุระกล่าว
รศ.ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ อธิการบดี มทส.
รศ.ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ อธิการบดี มทส. กล่าวว่า ผลงานวิจัยนวัตกรรมซีเมนต์แบบฉีดทดแทนกระดูกของนักวิจัยดังกล่าวเป็นผลงานนวัตกรรมที่น่าภาคภูมิใจ ทีมนักวิจัยของมหาวิทยาลัยได้คิดค้นขึ้นด้วยหลักทางวิชาการ และนำมาประยุกต์ใช้ได้จริงเกิดประโยชน์สู่ชุมชน สังคม และประเทศชาติ ตามนโยบายการบริหารงานมหาวิทยาลัย ที่ว่า “เราจะเป็นมหาวิทยาลัยที่สร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคมให้กับประเทศ โดยใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม”

เป็นการบูรณาการองค์ความรู้ทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ ผสานเข้ากับทางการแพทย์ บนพื้นฐานความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ออกมาเป็นผลงานนวัตกรรมซึ่งจะส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยด้านกระดูก ผู้สูงวัยที่ประสบปัญหาด้านกระดูก และตอบโจทย์ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน และสอดรับได้เป็นอย่างดีกับนโยบายสนับสนุนนักวิจัยในการสร้างสรรค์และพัฒนาผลงานวิจัยที่ตอบโจทย์และแก้ปัญหาของประเทศได้จริงของมหาวิทยาลัย
รศ.ดร.ศิริรัตน์ ทับสูงเนิน รัตนจันทร์
อาจารย์ พ.ท.นพ.บุระ สินธุภากร


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...