xs
xsm
sm
md
lg

ดรามา รพ.เมืองพัทยา ระอุ! นักข่าวพัทยารวมตัวแสดงจุดยืน ด้าน รพ.ไม่อยากมีเรื่อง รับพร้อมแก้ไข

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ศูนย์ข่าวศรีราชา- ปกป้องวิชาชีพสื่อ! นักข่าวพัทยาแสดงเจตนารมณ์หลังมีกระแสดรามา รพ.เมืองพัทยาแสดงจุดยืนการทำงานเพื่อสังคม ชี้ต้นเหตุไม่ใช่สื่อที่ทำงานจริงจัง วอนสังคมเข้าใจ รพ.รับอาจสื่อสารไม่เข้าใจกัน พร้อมเพิ่มมาตรฐานการให้บริการ

จากกรณีมีดรามาสังคมออนไลน์ในเรื่องของผู้ไปใช้บริการ รพ.เมืองพัทยา ซึ่งอ้างว่าเป็นสื่อยักษ์ใหญ่ไปโวยวายกับเจ้าหน้าที่แพทย์ และพยาบาลโรงพยาบาลเมืองพัทยา หลังพาบุตรหลานเข้ารักษาพยาบาลแล้วไม่ได้รับการตอบรับ จนนำมาสู่เรื่องราวดรามาของสังคมเมืองพัทยา

จากนั้น ทาง นพ.กิตติ ปรมัตผล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเมืองพัทยา ได้โพสต์แสดงความคิดเห็นต่อกรณีดังกล่าวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุว่า

บันทึกเรื่องโรงพยาบาล

ผมมารับงานช่วยดูแล รพ.เมืองพัทยา และ รพ.สาขาที่เกาะล้านได้เกือบเดือนแล้วครับ ที่ผ่านมา มีกัลยาณมิตรผู้หวังดีได้เตือนว่า อายุท่านก็มากแล้ว ควรวางมือพักผ่อน ดูแลมารดาที่เจ็บป่วย เล่นหมากรุก และเลี้ยงลูกเลี้ยงหลาน จึงน่าจะเป็นหนทางที่ชอบที่ควรกว่า

แต่ด้วยความทะนงตน ความถือมั่นในตัวตนอย่างล้นเหลือ ทำให้ผมยังคงมั่นใจและคาดหวังว่าจะทำงานชิ้นนี้ให้เกิดผลสำเร็จ และทำให้ รพ.ทั้ง 2 แห่งนี้เป็นที่พึ่งแก่ชาวพัทยา และผู้คนนานาชาติที่มาพักอาศัยในเมืองแห่งนี้ได้อย่างมีคุณภาพ

แต่มาในวันนี้ ความมั่นใจเช่นนั้นก็เริ่มรู้สึกคลอนแคลน ผมได้ประสบพบเจอด้วยตนเอง ผมได้ผ่านการดูแล รพ.มาหลายแห่ง ไม่เคยมีการคุกคามข่มขู่แพทย์อย่างหนักหน่วงเช่นนี้มาก่อน ผมจะยกกรณีให้ท่านอ่านดังนี้

เมื่อคืนมีผู้ป่วยเด็กมาพบแพทย์รายหนึ่ง ขณะนั้นเวลา 04.03 นาฬิกา คุณหมอที่ทำหน้าที่ตรวจท่านนั้นเป็นข้าราชการสังกัดโรงพยาบาลในจังหวัดชลบุรี ท่านกรุณามาช่วยอยู่เวรให้เพราะ รพ.เราไปเชื้อเชิญท่านมาช่วย ในขณะนั้นมีผู้ป่วยอุบัติเหตุบาดเจ็บทางสมอง และผู้ป่วยแพ้ยาใกล้ช็อก นอนรออยู่ในห้องฉุกเฉิน 7 ราย

ผู้ป่วยเด็กรายดังกล่าวมีอาการเพียงแค่อาเจียน เพราะรับประทานไส้กรอกมาเมื่อเย็น พยาบาลวัดไข้ และตรวจสัญญาณชีพแล้วพบว่าปกติ เดินมาชั่งนำหนักได้ค่า O2 SAT 99% ซึ่งก็แปลว่ามิได้มีอาการขาดออกซิเจนแต่ประการใด คุณหมอผู้ตรวจแจ้งให้รอสักครู่เพื่อทำการรักษาผู้ป่วยหนักก่อน แต่ญาติผู้ป่วยไม่ยอมฟังเสียง ชี้หน้าด่าหมอว่าจะต้องรอให้ตายเสียก่อนค่อยรักษาใช่หรือไม่ แล้วล้วงโทรศัพท์มือถือมาถ่ายภาพคุณหมอ แล้วตะโกนว่า กูเป็นนักข่าวสื่อยักษ์ใหญ่ของที่นี่ พวกมึงจะได้รู้จักเสียบ้างว่าผู้เสียภาษีอย่างกูไม่มีวันยอมให้พวกมึงมารังแกหรอก

เมื่อพนักงานรักษาความปลอดภัยได้ยินเสียงเอะอะในห้องฉุกเฉินก็เข้ามาขอร้องว่าให้หยุดการถ่ายภาพ นักข่าวผู้นั้นก็ชี้หน้าพยาบาลในห้องฉุกเฉินว่า พวกมึงจำเอาไว้ ปฏิเสธการรักษา ไล่คนไข้ออกจากโรงพยาบาล เห็นพวกกูเป็นคนจนใช้บัตร 30 บาทใช่ไหม แล้วพรุ่งนี้จะได้เห็นดีกัน ว่าแล้วพวกเขาก็ออกจากห้องฉุกเฉินไปโดยไม่ยอมให้หมอตรวจ

หลังจากนั้นอีก 2 นาที เขาก็เอารถนักข่าวมาเร่งเครื่องอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน แล้วตะโกนว่า พวกเอ็งบอกมาดีๆ หมอเวรชื่ออะไร กูจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด พนักงานรักษาความปลอดภัยเห็นท่าไม่ดี พากันมายืนขวางประตูห้องฉุกเฉินเพื่อไม่ให้เขาบุกรุกเข้ามาทำร้ายคุณหมอ

วันรุ่งขึ้น นักข่าวโทรศัพท์ให้หัวหน้าพยาบาลมาพบที่สำนักงานข่าวด้วยตนเองก่อนเวลา 15.00 น.เพื่อรับข้อร้องเรียนด้วยเอกสาร มิฉะนั้นจะไม่รับประกันว่าจะทำให้ รพ.เมืองพัทยา เสื่อมเสียชื่อเสียงหรือไม่

เมื่อหัวหน้าพยาบาลไปพบเพื่อรับข้อร้องเรียนตามหน้าที่ เขาก็ถือโอกาสถ่ายวิดีโอภาพหัวหน้าพยาบาลท่านนั้นลง FB Live สด แล้วกล่าวหา รพ. อย่างสาดเสียเทเสีย ที่รับไม่ได้อย่างที่สุดคือ เรื่องที่กล่าวหาว่า รพ.เมืองพัทยา ทอดทิ้งผู้ป่วยยากจน และปฏิเสธการรักษา มีชาวบ้านไม่ทราบเรื่องด้วยความเข้าใจผิดมาผสมโรงรุมด่า รพ.เมืองพัทยา เป็นจำนวนมาก เช่น คำว่า ชาติชั่ว พวกเนรคุณ หนักแผ่นดิน เป็นต้น

แต่ในขณะที่ รพ.ขนาดจิ๋วแห่งนี้มีผู้มารับบริการถึงวันละ 950-1,100 คนต่อวัน และเพิ่มขึ้นทุกเดือนๆ ละประมาณ 2% ท่ามกลางงบประมาณที่มีอยู่จำกัด มีแพทย์และพยาบาลน้อยกว่า รพ. สังกัดกระทรวงสาธารณสุขหลายเท่า พวกเราก็ไม่เคยย่อท้อ คงมุ่งมั่นที่จะรับใช้พี่น้องประชาชาชนอย่างเต็มกำลัง เมื่อมาเจอเหตุการณ์เช่นนี้ ผมอาจต้องตัดสินใจทำอะไรบางอย่างเพื่อให้คนทำงานของเรา ยังคงเดินหน้าต่อไปได้

ท่านผู้เจริญทั้งหลาย โปรดพิจารณาเรื่องราวเหล่านี้ด้วยใจเป็นธรรม เหตุการณ์ที่ผมเขียนมาทั้งหมดนี้เป็นแค่เศษเสี้ยวเล็กๆ ที่แสดงให้เห็นความโหดร้ายที่เกิดขึ้นในสังคมของเรา บรรดาผู้คนที่ขาดเมตตาธรรม เอาแต่ความพอใจส่วนตัวแล้วมาทำร้ายผู้อื่น

หากท่านเห็นว่าจะเป็นประโยชน์ที่จะตีแผ่เผยแพร่ความทุกข์ยากลำบากที่บรรดาแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางสาธารณสุขต่างๆ ที่ต้องทนรับอยู่ ก็จะเป็นกุศลผลบุญยิ่งนัก ดังเรื่องจริงที่ผมได้ประสบมาข้างต้น อย่างน้อยก็ให้ผู้คนที่กล่าวร้ายพวกเราอย่างไม่จำแนก และไม่เลือกหน้า ได้เกิดความเห็นอกเห็นใจบ้างว่า คนดีๆ ก็ย่อมมีอยู่ในทุกวงการ ขอขอบคุณ

ล่าสุด วันนี้ (22 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมืองพัทยา โดย นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ รองนายกเมืองพัทยา ซึ่งมีหน้าที่รับผิดดูแลงานสาธารณสุข ได้มีการประชุมคณะผู้บริหารโรงพยาบาลพัทยา เพื่อพูดคุยถึงเรื่องราวดังกล่าว ถึงที่มาที่ไป ซึ่งทางโรงพยาบาลเมืองพัทยาได้ชี้แจงการทำงานตามขั้นตอนของกระบวนการแพทย์ พร้อมยอมรับถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยชี้แจงว่าอาจจะเป็นเรื่องของการสื่อสารที่ไม่เข้าใจจนเกิดเรื่องราวดังกล่าวในที่สุด

นายปรเมศวร์ รองนายกเมืองพัทยา เผยว่า ตามที่ได้เกิดกระแสดรามาดังกล่าว ทางโรงพยาบาลเองก็ได้ชี้แจงการทำงานให้แก่คณะผู้บริหารเมืองพัทยาได้รับทราบ ซึ่งเราก็เข้าใจต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้เนื่องจากการสื่อสารที่ไม่เข้าใจระหว่างบุคลากรของโรงพยาบาลผู้มาใช้บริการ ซึ่งทางโรงพยาบาลก็ไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดให้เรื่องราวบานปลาย และพร้อมจะเน้นในเรื่องของการสื่อสารสร้างความเข้าใจระหว่างบุคลากร และผู้ใช้บริการโรงพยาบาลต่อไป

มีรายงานด้วยว่า คณะกลุ่มผู้สื่อข่าวเมืองพัทยาที่ปฏิบัติงานสื่อสารมวลชนอย่างแท้จริงได้รวมตัวกันเพื่อติดตามความคืบหน้าในเรื่องนี้ เพราะสังคมมองภาพลักษณ์นักข่าวไปในทางที่ไม่ดี ทั้งที่นักข่าวพัทยาก็มีการรวมกลุ่มกันเพื่อทำงานให้สังคมอยู่โดยตลอด โดยทางตัวแทนสมาคมนักข่าวพัทยา ได้ชี้แจงว่า

กรณีที่เกิดขึ้นนั้นขอยืนยันว่านักข่าวคนดังกล่าวไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับทางสมาคมแต่อย่างใด เนื่องด้วยเรามีการจัดตั้งเป็นสมาคมชัดเจน และมีการทำงานร่วมกันกับเมืองพัทยาอยู่โดยตลอด จึงขอยืนยันว่าเรื่องที่เกิดขึ้นทางสมาคมไม่มีสมาชิกที่มีนิสัยเช่นนั้นอย่างแน่นอน จึงอยากฝากทำความเข้าใจต่อสาธารณชน



Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...