xs
xsm
sm
md
lg

(ภาพชุด) เปิดเส้นทางสายไหมเมืองดอกบัว ชูอัตลักษณ์ทำด้วยสองมือทำเงินปีละกว่า 4 พันล้านบาท

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


อุบลราชธานี - พช.เมืองอุบลเปิดหมู่บ้านผลิตผ้าไหมให้นักท่องเที่ยวเข้าชมวิถีชุมชนถึงแก่น ตั้งแต่การปลูกต้นหม่อนเลี้ยงตัวไหมและย้อมผ้าปลอดสารเคมี ทุกขั้นตอนทำด้วยสองมือของคนในชุมชน จนกลายเป็นจุดแข็งสร้างรายได้ปีละกว่า 4,000 ล้านบาท

รายงานข่าวแจ้งว่า ที่ศาลาประชาคมบ้านโนนสว่าง ต.โนนสว่าง อ.กุดข้าวปุ้น จ.อุบลราชธานี สำนักงานพัฒนาชุมชนอุบลราชธานี ร่วมกับชาวชุมชนเปิดโครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถีชุมชนเส้นทางสายไหม 6 อำเภอ 16 หมู่บ้าน เพื่อสร้างโอกาส เพิ่มรายได้ให้แก่ประชาชน ตามแนวทางการท่องเที่ยวนวัตวิถีโอทอป เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาดูกระบวนการผลิตสินค้าของชุมชน พร้อมกับเลือกซื้อสินค้าไปใช้สอยได้อย่างมั่นใจในคุณภาพของสินค้าที่ชาวชุมชนผลิตจากงานฝีมือด้วยตนเอง

นางสมบูรณ์ รวยทรัพย์ ประธานที่ปรึกษากลุ่มทอผ้าบ้านโนนสว่าง บอกว่า วิถีชีวิตของชาวชุมชนโนนสว่างที่ผ่านมาอาศัยรายได้จากการผลิตและขายผ้าไหมมัดหมี่ ผ้าลายกาบบัว ผ้าหางกระรอก รวมทั้งผ้าขิดใช้คลุมไหล่ การผลิตผ้าไหมของชาวชุมชนบ้านโนนสว่างใช้วิธีแบบโบราณดั้งเดิม ไม่ใช้เครื่องจักรกล แต่ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นกับสองมือของชาวบ้าน


เริ่มตั้งแต่การปลูกต้นหม่อน เลี้ยงตัวไหม การสาวไหม มาถึงการทอ การย้อมผ้าด้วยสีธรรมชาติ ไม่ใช้สีจากสารเคมี และสุดท้ายคือ การตัดเย็บออกจำหน่าย ผ้าแต่ละผืนจะมีตำหนิเพียงหนึ่งเดียว เพราะผ้าทุกผืนทำด้วยมือของชาวบ้าน จึงไม่มีความเหมือนกันทุกผืนเหมือนการทำจากเครื่องจักร ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมกระบวนการผลิตผ้าไหมของหมู่บ้านได้ทุกวัน


สำหรับกลุ่มทอผ้าบ้านโนนสว่าง ซึ่งผลิตผ้าออกจำหน่ายทั้งผ้าไหมและผ้าฝ้ายมากว่า 30 ปี มีสมาชิกรวม 56 คน มีรายได้จากการผลิตผ้าเดือนละประมาณ 4,000-5,000 บาทต่อคนต่อเดือน เมื่อหน่วยงานให้การสนับสนุนเป็นชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี จะเป็นผลดีให้ชาวบ้านมีรายได้เพิ่มมากขึ้นจากปกติ


นายพิสดาร ประดา หัวหน้ากลุ่มงานสารสนเทศ เพื่อการพัฒนาชุมชนจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า การส่งเสริมและสนับสนุนให้เป็นชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี เส้นทางสายไหม เพราะนอกจากนำนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาให้ชาวบ้าน ยังเน้นส่งเสริมอัตลักษณ์ท้องถิ่นใช้ดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาชมงานฝีมือ จะได้ทราบถึงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ทั้งผ้าไหมและงานจักสานมูลค่าปีละกว่า 4,000 ล้านบาทแล้ว

นักท่องเที่ยวสามารถนอนค้างแรมได้ที่โฮมสเตย์ของหมู่บ้านที่มีกว่า 40 แห่ง ซึ่งจะสร้างรายได้ด้านการท่องเที่ยวให้หมู่บ้านในเส้นทางสายไหมของจังหวัดในพื้นที่ 6 อำเภอ 16 หมู่บ้านเพิ่มขึ้นอีกด้วย



กำลังโหลดความคิดเห็น