ศูนย์ข่าวศรีราชา - นิสิต ป.โท สาขานวัตกรรมการสื่อสารทางการเมือง คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.บูรพา จัดเสวนาวิชาการในหัวข้อ “คุมความประพฤติ นักเรียน-นักศึกษา หวังดีหรือประสงค์ร้าย”
วันนี้ (20 ก.ย.) นิสิตปริญญาโท สาขานวัตกรรมการสื่อสารทางการเมือง คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ได้จัดให้มีการเสวนาวิชาการในหัวข้อ “คุมความประพฤติ นักเรียน-นักศึกษา หวังดีหรือประสงค์ร้าย” ที่ห้องบรรยายพิบูลสงคราม คณะมนุษยศาสตร์ฯ โดยมี ผศ.ดร.บุญรอด บุญเกิด คณบดี กล่าวเปิดงาน และมี ผศ.ดร.บุญอยู่ ขอพรประเสริฐ อาจารย์ภาควิชานิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกริก น.ส.ธัญชนก คชพัชรินทร เลขาธิการกลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไท รุ่นที่ 6 อาจารย์จิรวัธ ศิริศักดิ์สมบูรณ์ หัวหน้าภาควิชานิติศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา รวมทั้ง นางสุพัตรา โพธิสว่าง เครือข่ายผู้ปกครอง ร่วมในเวทีการเสวนา
น.ส.ชุณิภา เปิดโลกนิมิต ประธานโครงงานเสวนาวิชาการฯ เผยถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานดังกล่าวว่า เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในส่วนของกฎกระทรวงที่กำหนดความประพฤติของนักเรียนและนักศึกษาที่กำลังจะประกาศใช้ว่า เป็นการละเมิดสิทธิของเด็กและเยาวชนหรือไม่ เนื่องจากตั้งแต่เกิด คนแต่ละคนจะมีสิทธิและเสรีภาพเป็นของตนเอง แต่เมื่อมีการกำหนดกฎเกณฑ์ต่างๆ โดยไม่ผ่านความคิดเห็นของนักเรียน หรือนักศึกษาจะถือว่าเป็นการควบคุมไปโดยปริยาย ดังนั้น การจัดโครงการในครั้งนี้เพื่อเป็นการสร้างองค์ความรู้และชุดความเข้าใจใหม่ให้แก่นักเรียน และนักศึกษาว่า ควรจะปฏิบัติตนอย่างไรหากร่างดังกล่าวถูกประกาศใช้จริง
“โครงการนี้เป็นการระดมความคิดเห็นซึ่งทุกคำถามจากผู้เข้าร่วมการเสวนาและทุกคำตอบจากวิทยากร จะถูกรวบรวมเพื่อนำเสนอต่อกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้เกิดการแก้ไขต่อไป เนื่องจากกลุ่มผู้เข้าร่วมเวทีเสวนา มีทั้งนักเรียน นักศึกษา หรือแม้แต่กลุ่มนักเคลื่อนไหวจากกลุ่มต่างๆ และนักเคลื่อนไหวทางการศึกษา เพื่อสร้างกระบวนความคิดที่ออกนอกกรอบในบางเรื่องบ้าง” น.ส.ชุณิภา กล่าว
ขณะ รศ.ดร.สุกัญญา บูรณเดชาชัย ประธานจัดโครงการสาขานวัตกรรมสื่อสารการเมืองและสังคม คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวว่า โครงการดังกล่าวจัดทำขึ้นเพื่อสร้างความหลากหลายทางความคิดและความหลากหลายทางเพศให้แก่ทุกภาคส่วนในสังคม
ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยบูรพา ถือเป็นมหาวิทยาลัยแรกๆ ที่เปิดโอกาสให้บัณฑิตที่จะรับปริญญา สามารถสวมชุดครุย และชุดนิสิตตามเพศสภาพเพื่อสร้างความเสมอภาคและเท่าเทียม โดยเฉพาะหลักสูตรของมหาวิทยาลัย ยังเน้นเรื่องการขจัดความแตกต่างในสังคมและเน้นเรื่องสันติสุขและสันติภาพ รวมทั้งการสื่อสารทางการเมือง เพื่อสร้างองค์ความรู้ที่ตกผลึกแล้วให้แก่นิสิตในทุกระดับชั้น


