xs
xsm
sm
md
lg

แนะเรือนำเที่ยวชะลอความเร็วก่อนถึงโบสถ์จมน้ำหลวงพ่ออุตตมะ หวั่นเสียหาย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


กาญจนบุรี - แนะชาวเรือนำนักท่องเที่ยวล่องชมเมืองบาดาล Unseen Thailand “โบสถ์จมน้ำหลวงพ่ออุตตมะ” ชะลอความเร็วก่อนถึง 200 เมตร หวั่นคลื่นกระทบผนังพังเสียหาย

วันนี้ (4 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีฝนจากพายุโซนร้อนเซินติญ (SON-TINH) ตกถล่มลงมาอย่างหนักและต่อเนื่องติดต่อกันหลายวัน เป็นเหตุทำให้ปริมาณน้ำบริเวณทะเลสาบอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ ในพื้นที่อำเภอสังขละบุรี จ.กาญจนบุรี มีปริมาณน้ำเพิ่งสูงขึ้น เมื่อช่วงประมาณกลางเดือน ก.ค.มาจนถึงปัจจุบัน

จากปริมาณน้ำที่ขึ้น ทำให้โบสถ์วัดวังก์วิเวการาม หรือโบสถ์หลวงพ่ออุตตมะ รวมทั้งหอระฆัง เดิมที่เคยตั้งตระหง่านอยู่บนบกจากภัยแล้งมายาวนานหลายปี แต่ขณะนี้น้ำได้ท่วมโบสถ์อีกครั้งหนึ่ง การที่น้ำท่วมโบสถ์ไม่ได้เป็นสิ่งที่น่ากลัว แต่พื้นที่แห่งนี้กลับกลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันสวยงามเหมือนในอดีตที่ผ่านมา ที่ผู้คนมักนิยมเรียกว่า “เมืองบาดาล” โดยนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นอกจากจะนั่งเรือไปเยี่ยมชมแล้ว ยังได้ไหว้อธิษฐานขอพรจากหลวงพ่ออุตตมะ เทพเจ้าชาวมอญอีกด้วย

โดยหลังจากไหว้อธิษฐานขอพรแล้วเสร็จ ก็จะโยนเหรียญเข้าไปภายในโบสถ์ ซึ่งมักจะใช้เหรียญ 10 บาท การอธิษฐานเพื่อขอพรจะสมหวังหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่านักท่องเที่ยวจะสามารถโยนเหรียญผ่านและตกลงไปภายในบริเวณโบสถ์ หากเหรียญไม่ตกไปในโบสถ์เชื่อว่าคำอธิษฐานจะไม่ประสบผล แต่การโยนเหรียญนั้นสามารถทำได้ไม่เกิน 3 ครั้ง ทั้งหมดนี้เป็นความเชื่อของผู้ที่เคารพและศรัทธาในหลวงพ่ออุตตมะ เมื่อในอดีต และปัจจุบันนี้ก็ยังมีความเชื่อเช่นเดิม

สำหรับปะวัติความเป็นมาของโบสถ์นั้น พื้นที่แห่งนี้คือวัดวังก์วิวาการาม ที่สร้างขึ้นมาด้วยความศรัทธาที่มีต่อหลวงพ่ออุตตมะ เมื่อประมาณปี พ.ศ.2498 จุดที่สร้างเรียกว่าสามประสบ ที่มีแม่น้ำสามสายไหลมาบรรจบกัน คือ แม่น้ำรันตี ซองกาเลีย และบิคลี่ กลายเป็นแม่น้ำแควน้อย

ต่อมา ปี พ.ศ.2527 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยได้สร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำแควน้อยที่บริเวณหมู่ 1 ต.ท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ ชื่อเขื่อนเขาแหลม ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อจากเขื่อนเขาแหลมเป็นเขื่อนวชราลงกรณ มาจนถึงปัจจุบัน

โดยหลังจากสร้างเขื่อนแล้วเสร็จ ทำให้วัดวังก์วิเวการาม ถูกน้ำท่วมทั้งหมด สถานที่ราชการ ชุมชุนต่างๆ ก็ถูกน้ำท่วมด้วยเช่นกัน การไฟฟ้าฯ จึงบรรเทาความเดือดร้อนด้วยการจัดสรรพื้นที่สูงทดแทน ให้สร้างสถานที่ราชการ และชุมชนขึ้นมาใหม่ ส่วนวัดวังก์วิเวการามที่ถูกน้ำท่วมได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ ควบคู่ไปกับสะพานไม้อุตตมานุสรณ์ หรือสะพานมอญ และถือว่าเป็น Unseen Thailand เลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม ณ ปัจจุบันนี้ โบสถ์เริ่มมีสภาพทรุดโทรมลงไปมาก ดังนั้น ผู้ประกอบการชาวเรือที่คอยให้บริการนักท่องเที่ยว จะต้องขับเรือไปอย่างช้าๆ และหากเป็นไปได้จะต้องชะลอความเร็วของเรือก่อนจะถึงโบสถ์ประมาณ 200 เมตร เป็นอย่างต่ำ เพราะคลื่นที่เกิดขึ้นจากเรืออาจจะไปกระทบต่อผนังโบสถ์บริเวณประตูทางเข้า จะทำให้พังเสียหายได้

เพราะขณะนี้ผนังโบสถ์บริเวณดังกล่าวเริ่มมีการโยกตัวแล้ว และหากเป็นไปได้ อาจจะต้องมีเจ้าหน้าที่ไปประจำจุดเพื่อคอยเฝ้าเตือนป้องกันความเสียหายอีกทางหนึ่งก็จะเป็นการดี และขออย่าได้เข้าไปทำร้ายตุ๊กแก ที่หนีน้ำท่วมออกมาจากโบสถ์ และมาเกาะอาศัยอยู่ที่ต้นโพธิ์ที่ขึ้นบนผนังของโบสถ์โดยเด็ดขาด หรืออย่าเข้าไปใกล้เพราะตุ๊กแกที่มีอยู่หลายตัวอาจจะกระโดดขึ้นเรือก็เป็นได้