xs
xsm
sm
md
lg

อบจ.เชียงใหม่ ดันศูนย์ขยะดอยสะเก็ด จ่อผุด“โรงไฟฟ้าขยะ”สนองนโยบายรัฐ

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ภาพจากเฟซบุ๊ค วัตร บ้านเมือง
ศูนย์ข่าวเชียงใหม่ – อบจ.เชียงใหม่ ยุค “บุญเลิศ”หวนกลับนั่งเก้าอี้นายกฯ ขยับจ้างสถาบันการศึกษา เปิดรับฟังความคิดเห็นชาวบ้านเดินเครื่องโรงขยะดอยสะเก็ด สนองนโยบายรัฐส่งเสริมการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากขยะ
ภาพจากเฟซบุ๊ค วัตร บ้านเมือง
ศูนย์การจัดการขยะมูลฝอยแบบรวมครบวงจร องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ที่ตั้งอยู่ที่ ม.1 บ้านป่าตึงน้อย ต.ป่าป้อง อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ซึ่งสร้างด้วยงบกระทรวงทรัพย์ฯ 465 ล้านบาท ตั้งแต่ปี 2548 รองรับปริมาณขยะได้สูงสุด 300 ตันต่อวัน ถือเป็นที่จัดการขยะที่สำคัญแห่งหนึ่งของเชียงใหม่ รับผิดชอบดูแลจัดการขยะจากพื้นที่ 13 เทศบาล และ 1 องค์การบริหารส่วนตำบล จากทั้งหมด 30 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในพื้นที่ อ.ดอยสะเก็ด อ.สันกำแพง อ.แม่อ่อน และ อ.สันทราย

ซึ่งตามแผนเคยมีแนวคิดที่จะผลักดันให้เป็นศูนย์บริหารจัดการขยะอย่างครบวงจร ตั้งแต่การจัดเก็บ คัดแยก และผลิตปุ๋ยอินทรีย์ รวมทั้งแปรรูปเป็นพลังงาน แต่หลังจากที่เปิดมานานนับสิบปีแล้ว จนถึงปัจจุบันยังทำได้เพียงการกำจัดขยะด้วยการฝังกลบเท่านั้น แม้ในช่วงปี 2552 จะมีความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาชื่อดังในเชียงใหม่ ทำการศึกษาวิจัย แต่สุดท้ายไม่ได้มีการดำเนินการใดๆ

อย่างไรก็ตามล่าสุดเมื่อ 15 ก.ค.61 ที่ผ่านมา นายอรรถชา กัมปนาทแสนยากร นายอำเภอดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ได้เป็นประธานเปิดการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนต่อโครงการบริหารจัดการขยะมูลฝอยองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) จัดขึ้น

โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปฏิรูป ผลจันทร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มช.หัวหน้าโครงการฯ , นายสมชาติ วัฒนากล้า ผอ.กองการช่าง อบจ.เชียงใหม่ เข้าร่วมประชุมกับชาวบ้านที่อยู่อาศัยรัศมี 1 กิโลเมตรรอบศูนย์การจัดการขยะมูลฝอยฯ ประกอบด้วย 3 หมู่บ้าน คือ หมู่ 1 บ้านป่าตึงน้อย, หมู่ 8 บ้านทุ่งยาว และหมู่ 11 บ้านกิ่วแลรวมกว่า 500 คน
ภาพจากเฟซบุ๊ค วัตร บ้านเมือง
ในเวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้ มีการนำเสนอเทคโนโลยีการจัดการขยะรูปแบบต่างๆ ซึ่งจากการศึกษาพบว่าเทคโนโลยีการจัดการขยะแบบเชิงกลชีวภาพร่วมกับ Combustion เป็นการลงทุนที่มีความเป็นไปได้ทางเศรษฐศาสตร์มากที่สุด และให้ผลตอบแทนของโครงการฯ เกิดความคุ้มค่ามากขึ้น เนื่องจากทางภาครัฐมีนโยบายส่งเสริมการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากขยะและรับซื้อในราคาที่เหมาะสม รวมถึงสร้างความยั่งยืนของระบบทั้งในด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม เพื่อผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงขยะต่อไป

โดยขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นจะเสร็จสิ้นในเดือน ก.ย. 61 จากนั้นจะเป็นจัดทำข้อมูลโครงการนำเสนอต่อคณะกรรมการกลั่นกรองระดับจังหวัด, เสนอขอความเห็นชอบระดับกระทรวงฯ ต่อไปและหากผ่านความเห็นชอบจะมีการเปิดคัดเลือกเอกชนผู้ดำเนินโครงการ, ขออนุญาตก่อสร้าง/ทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม, ก่อสร้างโครงการสำหรับช่วงการก่อสร้างและการดำเนินงานโครงการทั้งหมด ซึ่งจะแบ่งออก 4 ระยะ คือ

1) ระยะเตรียมการก่อสร้างโครงการ 1 เดือน
2) ระยะดำเนินการก่อสร้างระบบผลิตเชื้อเพลิงขยะ 6 เดือน
3) ระยะดำเนินการก่อสร้างระบบผลิตไฟฟ้า 29 เดือน
และ 4) ระยะเดินระบบโครงการ 324 เดือน โดยมีการส่งมอบและรับประกันการเดินระบบจำนวน 2 ปี หลังจากสัญญาการเดินระบบโครงการสิ้นสุด ซึ่งแบ่งเป็นขั้นตอนหลักตามที่เหมาะสมต่อการดำเนินงาน และดำเนินการโครงการเชิงพาณิชย์ ทั้งนี้ ผลสรุปในท้ายที่สุดแล้วจะเป็นอย่างไรยังต้องรอต่อไป

ทั้งนี้จังหวัดเชียงใหม่ มีการจัดแบ่งศูนย์การจัดขยะมูลฝอยออกเป็น 3 โซน อบจ.เชียงใหม่ เป็นผู้รับผิดชอบในโซนกลางหรือศูนย์การจัดขยะมูลฝอยที่ 2 และด้วยปัญหาขยะมูลฝอย เป็นปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไขโดยเร่งด่วน อบจ.เชียงใหม่ ในยุคที่นายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ ได้หวนกลับมานั่งเก้าอี้นายก อบจ.อีกครั้ง จึงเห็นสมควรให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุนในการดำเนินกิจการ เพื่อให้สามารถดำเนินการได้มีประสิทธิภาพสูงสุดต่อไป

โดยได้จัดจ้างสถาบันการศึกษา เป็นผู้ดำเนินการศึกษาวิจัยการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการบริหารจัดการขยะมูลฝอยของ อบจ.เชียงใหม่ เพื่อศึกษาจัดทำรายงานผลการศึกษาและวิเคราะห์โครงการจัดการขยะมูลฝอย เพื่อประกอบการเสนอโครงการให้เอกชนร่วมทุนในกิจการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อยื่นข้อเสนอต่อระดับจังหวัด และจัดทำข้อกำหนดในประกาศเชิญชวนสำหรับเสนอให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุนในกิจการบริหารจัดการขยะมูลฝอยของ อบจ.เชียงใหม่