ราชบุรี - กลุ่มวิสาหกิจชุมชนไก่งวงราชบุรี ประสบความสำเร็จเลี้ยงในระบบอินทรีย์ แบบธรรมชาติปลอดภัยใช้สมุนไพรป้องกันโรค มีการเลี้ยงหลายรุ่นทำให้มีส่งขายตลาดต่อเนื่อง มีข้อดีคือ เลี้ยงง่าย โตเร็ว น้ำหนักดี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พื้นที่ 13 ไร่ ซึ่งอยู่ติดกับทุ่งนาท่ามกลางธรรมชาติ ของนางสาวศรีสุนันท์ เดชบุตร อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 30 หมู่ 2 ต.ดอนทราย อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี ที่ได้ใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติกับครอบครัว หลังจบการศึกษามัธยมศึกษาปีที่ 6 มีแนวคิดอยากทำเกษตรผสมผสานปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ที่ตัวเองสนในและชื่นชอบ
โดยจัดแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วนเลี้ยงสัตว์ และปลูกพืชผัก ผลไม้หลากหลายชนิด โดยเริ่มแรกได้ริเริ่มเลี้ยงวัวขุน หลังจากที่ไปต่างจังหวัดและพบเห็นไก่งวงที่มีลักษณะสวยงาม เกิดสนใจ จึงขายวัวขุน 2 ตัว นำเงินไปซื้อไก่งวงชุดแรกมาเลี้ยง แต่เป็นเลี้ยงเพื่อสวยงาม ก่อนต่อยอดการเลี้ยงไก่งวงเพื่อขายเนื้อแทน
หลังจากนั้นได้แบ่งพื้นที่ไปซื้อพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์มา 2 สายพันธุ์คือ พันธุ์อเมริกันบอล และพันธุ์เบลสมอลไวท์ มาจากศูนย์วิจัยสระบุรี และศูนย์วิจัยจังหวัดเลย มาจำนวน 20 ตัว อัตราการเลี้ยงตัวผู้ 1 ตัว ต่อ ตัวเมีย 4 ตัว ทดลองเลี้ยงก่อนประมาณ 50 ตัว ในช่วงแรก และได้เพิ่มจำนวนขึ้นเลี้ยงรุ่นละ 200 ตัว ในพื้นที่ประมาณ 1 ไร่ หลังจากนั้นได้ลงทุนซื้อตู้อบเพื่อไว้ฟักไข่ ทำให้มีลูกไก่งวงเลี้ยงหลายรุ่น ทั้งรุ่นเล็ก รุ่นกลาง รุ่นใหญ่ ใช้ระบบการปล่อยเลี้ยงตามธรรมชาติ ได้วิ่งเล่นเป็นการออกกำลังกายกินหญ้าอ่อนๆ
มีการสร้างโรงเรือนลักษณะโปร่ง โดยจะนำสมุนไพรต่างๆมาใช้ เช่น ต้นฟ้าทลายโจรผสมวิตามินทางน้ำให้ไก่งวงกิน เมื่อพบว่ามีการอากาศเริ่มเปลี่ยนแปลงเพื่อป้องกันโรคหวัด หรือหากท้องเสียก็จะให้กินขมิ้นบดผสมอาหาร ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์เข้ามาคอยดูแลให้คำแนะนำอย่างต่อเนื่อง
ปัจจุบันกลุ่มวิสาหกิจชุมชนไก่งวงราชบุรี มีสมาชิกจำนวน 26 ราย เริ่มจดทะเบียนในรูปวิสาหกิจชุมชนเมื่อวันที่ 21 มีนาคม ปี 2561 กระจายอยู่ในพื้นที่ราชบุรีมีการนำลูกไก่งวงมาเลี้ยงหลายรุ่น เพื่อให้มีป้อนตลาดเพียงพอต่อความต้องการของลูกค้าต่อเนื่อง
นางสาวศรีสุนันท์ เดชบุตร เปิดเผยการเลี้ยงว่า ไก่งวงเป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่ายโตไว อีกทั้งพื้นที่แถบนี้ยังมีอาหารที่สมบูรณ์ ประกอบกับภูมิประเทศและสภาพอากาศที่เอื้ออำนวยทำให้ไก่งวงอารมณ์ดี ที่สำคัญต้นทุนอาหารที่นำมาเลี้ยงมีราคาถูก เนื่องจากมีโรงอาหารสัตว์อยู่ใกล้ๆ มีวัตถุดิบอาหารในท้องถิ่นให้เลือกเยอะ เช่น หญ้าเนเปีย ต้นกล้วย ซึ่งได้ปลูกไว้ในพื้นที่ด้วย เวลาเลี้ยงจึงนำมาหันสับใช้เป็นส่วนผสมอาหารทำให้ต้นทุนถูกลง ทำให้ไก่มีโครงสร้างดีใหญ่โตเร็ว
หากเลี้ยงอาหารที่มีต้นทุนสูงแล้วก็จะไม่คุ้มทุน โดยโรงเรือนอยู่อาศัยในคอกนั้น จะใช้ 1 ตารางเมตรต่อ ไก่ 5 ตัว แต่หากอยู่ข้างนอก 1 ตัว ต่อ 5 ตารางเมตร เป็นการเลี้ยงในระบบอินทรีย์ ปล่อยเลี้ยงแบบอิสระให้กินหญ้าและให้อาหารเสริมในช่วงเช้า และเย็น โดยไก่ทั้ง2 สายพันธุ์จะมีโครงสร้างใหญ่ ให้เนื้อค่อนข้างดี โตเร็ว มีอายุการขายเนื้อประมาณ 7-8 เดือน เหมาะแก่การนำออกขายตลาดเพราะว่าเป็นเนื้อที่เหมาะสมแก่การบริโภค เหนียวนุ่ม มีไขมันน้อยชั้นดี เป็นประโยชน์ต่อร่างกายของผู้บริโภค จะมีคุณภาพดีกว่าการเลี้ยงระบบปิดในโรงเรือนที่จะให้อาหารเพียงอย่างเดียว
ส่วนด้านการตลาดมีความพร้อมแล้วที่จะเปิดรับออเดอร์จากผู้บริโภคทั่วไปที่สนใจ เนื่องจากได้เริ่มการเลี้ยงดูแลไก่มาได้ประมาณ 4 ปีแล้ว มีการลองผิดลองถูกและได้พัฒนาสายพันธุ์และการเลี้ยงจนเข้าสู่ระบบอินทรีย์ที่มีความปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ ทำให้ลูกค้าที่เชื่อมั่นในความปลอดภัยมีการสั่งออเดอร์เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่จะเป็นโรงแรมต่างจังหวัดและร้านอาหารใหญ่ๆ เป็นไก่ที่เลี้ยงง่าย โตไว บางตัวมีน้ำหนักมากถึง 10 กิโลกรัม
ช่วงเทศกาลตรุษจีน จะมีออเดอร์จากทางภาคใต้หลายจังหวัด ทำให้ปัจจุบันนี้ในกลุ่มสมาชิกที่มีการเลี้ยงไก่งวงอยู่ประมาณ 1,700 ตัว ส่วนรสชาติของไก่งวงนั้นจะมีลักษณะคล้ายไก่บ้าน แม้จะมีอายุมากแต่ก็ไม่มีความเหนียวของเนื้อไก่ อย่างไก่งวง 100 ตัว เมื่อเลี้ยงต่อรุ่นไม่รวมค่าอาหารก็จะตกประมาณ 70,000 บาท แต่จะต้องขึ้นกับการเลี้ยงตัวเมียมากหรือน้อยด้วย ถ้ามีตัวผู้เยอะกว่าก็จะได้เงินมากกว่า เนื่องจากตัวผู้จะมีน้ำหนักดีว่าตัวเมีย ซึ่งถ้านำมาเลี้ยงรวมกันรุ่นละ 100 ตัว ก็จะได้เงินประมาณ 65,000-70,000 บาทใช้เวลาการเลี้ยงประมาณ 7-8 เดือนในแต่ละรุ่น
สำหรับการจำหน่ายนั้นมีทั้งแบบขายส่งและขายปลีก โดยขายส่งถ้าเป็นตัวเมีย ราคากิโลกรัมละ 180 - 200 บาท ถ้าเป็นตัวผู้ ราคาขายส่งและขายปลีกประมาณกิโลกรัมละ ราคา 200 -240 บาท
อย่างไรก็ตามอนาคตอันใกล้นี้ทางกลุ่มจะได้นำเนื้อไก่งวงที่ชำแหละเป็นชิ้นส่วนต่างๆ ทั้งอก น่อง เนื้อ มาวางจำหน่ายอยู่ที่บริเวณด้านหน้าตลาดนัดเกษตรกรอำเภอเมือง ในทุกวันอังคาร และวันศุกร์ตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงเที่ยง ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานเกษตรจังหวัดคอยให้คำแนะนำและดูแล พร้อมทั้งส่งเสริมจัดหาตลาดเพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายให้เป็นที่รู้จักและนิยมของผู้บริโภคเพิ่มมากขึ้น
สำหรับเกษตรกรที่สนใจอยากเลี้ยงไก่งวงสามารถมาเที่ยวชมที่ฟาร์มไก่งวงราชบุรี ซึ่งในฟาร์มยังมีลูกไก่งวงรุ่นต่างๆไว้จำหน่ายด้วย เช่น ลูกไก่ฟักออกจากไข่ประมาณ 7 วัน ขายตัวละ 50 บาท ระยะ 2 อาทิตย์ขายตัวละ 80 บาท หรือสนใจอยากสั่งจองเนื้อไก่งวงอินทรีย์ สามารถติดต่อมาได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 089-9148016


