xs
xsm
sm
md
lg

(ภาพชุด) คึกคัก! พรานปลากว่า 5 พันคนแห่ลงแขกล่าปลา “หนองหินแฮ่” 69 ไร่

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


นครพนม - พรานปลากว่า 5,000 คน ทั้งจาก จ.อุดรธานี จ.บึงกาฬ มุกดาหารแห่ลงแขกล่าปลาในหนองน้ำ “หนองหินแฮ่” กว้าง 69 ไร่ บ้านหนองญาติ อ.เมืองนครพนม ขนเครื่องมือจับปลามาหมด เช่น ห่วงยาง แห ยอ (สะดุ้ง) เรือกีบหาปลา ใส่รถบรรทุกกระบะ และรถ 6 ล้อ

วันนี้ (3 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.นครพนมว่า ที่บริเวณหนองหินแฮ่ บ้านหนองญาติหมู่ 2 อ.เมือง จ.นครพนม ได้มีพรานล่าปลาจาก จ.อุดรธานี บึงกาฬ มุกดาหาร และนครพนม ประมาณ 5,000 คน นำอุปกรณ์จับปลา เช่น ห่วงยาง แห ยอ (สะดุ้ง) เรือกีบหาปลา ใส่รถบรรทุกกระบะและรถ 6 ล้อ เพื่อมาล่าปลาในหนองน้ำดังกล่าว ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก

นายทองแดง คานดง วัย 64 ปี ผู้ใหญ่บ้านบ้านหนองญาติ หมู่ 2 ต.หนองญาติ กล่าวว่า หนองน้ำแห่งนี้เดิมเป็นที่น้ำท่วมและตื้นเขิน มีผักตบชวาขึ้นรกหนาแน่นเต็มพื้นที่ ทางคณะกรรมการหมู่บ้านจึงเสนอโครงการเพื่อให้พัฒนาเป็นแหล่งจับปลาของหมู่บ้าน กระทั่งเมื่อปี 2558 ทางเจ้าหน้าที่จึงนำเครื่องจักรมาขุดลอกเพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง จนมีเนื้อที่ขยายจากเดิมเพิ่มเป็น 69 ไร่


ผู้ใหญ่บ้านบ้านหนองญาติ หมู่ 2 เล่าต่อว่า หลังขุดลอกเสร็จหนองน้ำแห่งนี้มีความลึก 3-4 เมตร กระทั่งเทศบาลตำบลหนองญาติ และเจ้าหน้าที่จากศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดนครพนม ซึ่งอยู่ติดกัน ทุกวันสำคัญๆ ทางราชการจะนำปลามาปล่อยครั้งละ 50,000-100,000 แสนตัว จึงเป็นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เช่น ปลาบึก ปลากราย ปลานิล ปลาชะโด ปลาเพาะ เป็นต้น

โดยเฉพาะปลาบึก ซึ่งเนื้อมีรสชาติอร่อยและราคาแพง มีมากกว่า 200 ตัว โดยมีถ้วยและรางวัลให้ผู้จับปลาน้ำหนักมากสุดถึง 3 รางวัล คือ 500, 300 และ 200 บาท ตามลำดับ

กระทั่งเข้าสู่ฤดูแล้ง คณะกรรมการหมู่บ้านเป็นผู้ดูแล จึงได้จัดให้มีการลงแขกจับปลา หรือชาวอีสานเรียกว่าผ่าปลา เพื่อนำเงินรายได้มาพัฒนาหมู่บ้าน โดยประกาศแจ้งไปตามวิทยุ และสื่อโซเชียลออนไลน์ ปรากฏว่ามีนักล่าจากจังหวัดใกล้เคียง เช่น สกลนคร มุกดาหาร และมาไกลสุดจาก จ.อุดรธานี เดินทางมาเต็มหนองกว่า 5,000 คน โดยขายตั๋วเก็บเงินค่าแหและยอรายละ 50-100 บาท ได้เงินทั้งสิ้น 109,000 บาท

นายนเรศ แสนเขื่อง วัย 49 ปี ชาวบ้านโพนแพง ต.โพนแพง อ.ธาตุพนม จ.นครพนม บอกว่า ตนขี่รถจักรยานยนต์มาที่หนองนี้คนเดียว โดยนำแหปากกว้าง 11 ศอกมาหว่าน 2 ครั้ง ใช้เวลาไม่ถึง 20 นาที ปรากฏว่าได้ปลาบึกน้ำหนัก 11 กิโลกรัม จึงตั้งใจจะนำกลับบ้านไปประกอบอาหารผัดฉ่า และต้มยำปลาบึกเลี้ยงญาติ พร้อมกับได้ถ้วยและเงินรางวัลชนะเลิศไปครอง



ด้าน นายวิทยา นาทราย ชาวบ้านบ้านโพนงาม ต.นาทราย อ.เมือง จ.นครพนม กล่าวว่า มากับเพื่อนบ้าน 3 คน โดยตั้งขาหยั่งเสียเงินค่าแห 100 บาทเพื่อหว่านแหที่บริเวณริมขอบตลิ่ง ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีก็ได้ปลาบึกซึ่งมีขนาดน้ำหนัก 10 กิโลกรัม ตื่นเต้นและดีใจที่สุด จึงขายให้พ่อค้าที่มารับซื้อกิโลกรัมละ 100 บาท ได้เงิน 1,000 บาท

ส่วนปลาเล็กชนิดอื่นๆ ที่จับได้ก่อนหน้านี้ก็จะนำกลับบ้านไปต้มปิ้งไว้เป็นอาหารได้หลายมื้อ





กำลังโหลดความคิดเห็น