นครปฐม - ว่าที่เจ้าสาวหอบเอกสารร้องทุกข์ต่อผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม หลังเสียรู้ให้แก่โครงการหมู่บ้านจัดสรร ยอมเสียเงินกว่า 5,000,000 บาท เพื่อซื้อไว้เป็นเรือนหอ แต่แล้วต้องมาทุกข์หนักเมื่อทรัพย์สินภายในบ้านถูกโจรกรรมสูญไปเกือบ 10 ล้านบาท แต่เจ้าของโครงการกลับเพิกเฉย จึงติดป้ายประกาศขายบ้านด่วน
วันนี้ (26 ก.พ.) น.ส.ภาปณัฐ สุขอนันต์ และนายเจษฎา หาริแสง นักธุรกิจหนุ่มสาวนักศึกษาปริญญาโท ได้เดินทางมายังศาลากลางจังหวัดนครปฐม เพื่อขอเข้าร้องเรียนหลังถูกโจรขึ้นบ้านสูญทรัพย์สินมูลค่าหลายล้านบาท ต่อ นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม แต่เนื่องจากติดภารกิจ จึงได้เข้าพบกับ นายภิญโญ ประกอบผล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ยื่นเอกสารร้องเรียนขอความเป็นธรรมจากเจ้าของโครงการบ้านจัดสรร
น.ส.ภาปณัฐ กล่าวว่า ตนเอง และแฟนหนุ่มได้ซื้อบ้านกับโครงการ “หมู่บ้านอยู่สบาย 8” มานานกว่า 2 ปีแล้วเพื่อเตรียมไว้เป็นเรือนหอ ซึ่งที่ผ่านมา ได้พบกับปัญหาหลายๆ อย่างที่เกิดขึ้นกับโครงการนี้ ซึ่งไม่เป็นไปตามที่ได้โปรโมตเอาไว้ และล่าสุด ครอบครัวของตนเองก็ต้องพบกับปัญหาหนัก คือ เมื่อวันที่ 29 ม.ค.61 เวลาโดยประมาณ 22.30 น. ได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนบุกเข้ามาโจรกรรมทรัพย์สินภายในหมู่บ้านอยู่สบาย โครงการ 8 จำนวน 2 หลัง
โดยหนึ่งใน 2 หลัง เป็นบ้านของตนองที่ถูกคนร้ายโจรกรรมทรัพย์สิน ประกอบด้วย พระเครื่องกริ่งวัดสุทัศน์ ซึ่งเป็นมรดก มูลค่าประมาณ 2,000,000 บาท แต่ขณะนี้หากมีการนำออกไปเช่าซื้อจะมีราคาสูงถึง 10,000,000 บาททีเดียว รวมทั้งนาฬิการิโด้ฝังเพชร ราคาประมาณ 2.5 หมื่นบาท และทองรูปพรรณอีกส่วนหนึ่ง ซึ่งโครงการมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเพียง 1 คนต่อกะในการดูแลโครงการบ้านกว่า 50 หลังคาเรือน
หลังจากเกิดเหตุก็ไม่มีเจ้าหน้าที่ของทางโครงการเข้ามาดูแล หรือสอบถามปัญหาที่เกิดขึ้นเลย มีแต่ทางผู้เสียหายกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เร่งติดตามคดี และหาเบาะแสคนร้ายกันเอง และตลอดระยะเวลาหลังเกิดเหตุได้มีการแจ้งให้แก่ทางเจ้าหน้าที่โครงการเกี่ยวเรื่องการรับผิดชอบค่าสินไหมทดแทนด้านระบบการรักษาความปลอดภัย โดยมีการจ่ายค่าส่วนกลางให้แก่โครงการไปก่อนเข้าอยู่ล่วงหน้า 2 ปี
โดยผู้เสียหายได้มีการพูดคุยกับทาง นางยุพิน รัชตวุฒิพงศ์ เจ้าของโครงการเบื้องต้นไปเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 จึงมีการรับปากและแจ้งไว้ว่าจะนัดมาคุยไกล่เกลี่ยเรื่องดังกล่าวภายใน 7 วัน แต่พอใกล้วันก็เพิกเฉย
ต่อมา จึงขอนัดคุยอีกครั้ง วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2561 ที่สำนักงานโครงการ โดยทางโครงการได้ส่งตัวแทน (ทนาย) เข้ามาพูดคุย และสอบถามเกี่ยวกับปัญหา แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ข้อสรุป อ้างว่าไม่มีอำนาจในการตัดสินใจ ต้องรอให้ทางเจ้าของโครงการสรุป เมื่อติดตามทวงถามเกี่ยวกับเอกสารของบริษัทรักษาความปลอดภัยที่เข้ามาดูแลโครงการหมู่บ้านก็ไม่มีข้อสรุปให้ สรุปแล้วคือ พยายามบ่ายเบี่ยง และขอปฏิเสธความรับผิดชอบเสียมากกว่า
อย่างไรก็ตาม ความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นทำให้ตนตัดสินใจต้องมายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่อผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม โดยเบื้องต้น รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ได้รับเรื่องเอาไว้ พร้อมให้เจ้าหน้าที่ด้านศูนย์ดำรงธรรม รับเรื่องไว้แล้ว พร้อมทั้งจะนัดเจ้าของโครงการมาเจรจากันอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม สุดท้ายก็ได้ตัดสินใจขึ้นป้ายประกาศขายบ้านด่วนแล้ว เนื่องจากปัญหาภายในหมู่บ้าน ไม่ได้มีแค่เรื่องถูกโจรกรรม แต่ยังมีเรื่องของน้ำใช้ เรื่องของขยะ และอื่นๆ อีกด้วย ซึ่งในขณะที่ ตัดสินใจซื้อเพราะคิดว่าโครงการหมู่บ้านแห่งนี้น่าจะอยู่สุขสบายสมชื่อ แต่แล้วกับเป็นทุกข์เสียมากกว่า จึงตัดสินใจประกาศขายดังกล่าว


