xs
xsm
sm
md
lg

ผู้ป่วยไตวายอีสานใต้ ร้องทบทวนเงินสำรองจ่ายค่าผ่าตัดเส้นเลือด

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง 5 จังหวัดอีสานใต้ เรียกร้องปลดภาระสำรองจ่ายเงินเข้ารับบริการผ่าตัดเส้นเลือดและซ่อมเส้นเลือด แก่ผู้ป่วยโรคไตระยะสุดท้าย
อุบลราชธานี-ผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง 5 จังหวัดอีสานใต้ บุกร้องสปสช.ช่วย ปลดภาระสำรองจ่ายเงินเข้ารับบริการผ่าตัดเส้นเลือดและซ่อมเส้นเลือด แก่ผู้ป่วยโรคไตระยะสุดท้าย หลังถูกโรงพยาบาลเรียกเก็บ สุดท้ายโรงพยาบาลยินดีทบทวนการเรียกเก็บค่าใช้จ่าย ขณะที่ สปสช.จะนำเรื่องเข้าบอร์ดใหญ่

วันนี้ (23ก.พ.61) กลุ่มผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายในพื้นที่ 5 จังหวัดอีสานตอนล่าง ประมาณ 50 คน นำโดยนายธนพลธ์ ดอกแก้ว ประธานชมรมเพื่อนโรคไตแห่งประเทศไทย รวมตัวเรียกร้องกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเขต 10 จ.อุบลราชธานี กรณีโรงพยาบาลศูนย์สรรพสิทธิประสงค์ เรียกเก็บเงินสำรองจ่ายและเงินร่วมจ่ายแก่ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย ที่เข้ารับการผ่าตัดเส้นเลือด หรือการซ่อมเส้นเลือดที่ใช้รักษาผู้ป่วยไตวายที่ต้องล้างไตด้วยเครื่องไตเทียมรายละ 30,000-100,000 บาท

ทำให้ผู้ป่วยโรคไตวายไม่สามารถหาเงินสำรองจ่ายมาชำระให้แก่ทางโรงพยาบาล กระทบผู้ป่วยไตวายเข้าไม่ถึงการให้บริการรักษาของโรงพยาบาลตามหลักเกณฑ์ของ สปสช.ได้ จึงต้องการให้ สปสช.ชี้แจงและประสานทำความเข้าใจกับโรงพยาบาล เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายในพื้นที่ 5 จังหวัดตอนล่างที่มีกว่า 3,900 คน แบ่งเป็นผู้ป่วยต้องล้างไตผ่านช่องท้องจำนวนกว่า 2,300 คน ผู้ป่วยต้องฟอกเลือดอีกกว่า 1,400 คน และอีกเกือบ 100 คน เป็นผู้ป่วยกินยา

ต่อมานายแพทย์ชุติเดช ตาบ-องครักษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์อุบลราชธานี เดินทางมาชี้แจงกับผู้ป่วยเรื่องการเรียกเก็บเงินสำรองจ่ายและเงินร่วมจ่าย โดยในส่วนของผู้ป่วยที่อยู่ในหลักประกัน ซึ่งสามารถนำไปเรียกเก็บได้จาก สปสช.รายละ 8,000 บาท ยังคงใช้สิทธิได้ตามปกติ แต่ผู้ป่วยที่ใช้เกินสิทธิหรืออยู่นอกสิทธิ โรงพยาบาลจำเป็นต้องให้ผู้ป่วยสำรองจ่าย เนื่องจากโรงพยาบาลไม่อาจแบกรับค่าใช้จ่ายเองได้ เพราะทำให้โรงพยาบาลขาดสภาพคล่อง ส่วนเงินร่วมจ่ายรายละ 4,000 บาท ที่ให้ผู้ป่วยช่วยจ่ายเพิ่มจากเงินที่ได้จาก สปสช.ก็เป็นเงินที่โรงพยาบาลคำนวณเป็นต้นทุนจากการให้บริการ นอกเหนือจากค่าผ่าตัดเป็นค่าน้ำค่าไฟค่าให้บริการล่วงเวลา

ปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหมด โรงพยาบาลจำเป็นต้องออกกฎระเบียบออกมา เพื่อไม่ให้โรงพยาบาลขาดทุนจนไม่สามารถให้บริการกับผู้ป่วยที่มาใช้บริการได้ ทั้งเป็นการสะท้อนต้นทุนค่าใช้จ่ายที่แท้จริงให้ สปสช.ทราบต้นทุนค่ารักษาผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายที่มีค่ารักษาต่อรายสูงถึง 50,000-100,000 บาทเศษ

การหารือวันนี้ โรงพยาบาลยินดีทบทวนการออกระเบียบเก็บเงินในส่วนของผู้ป่วยที่อยู่ในโครงการและอยู่ในพื้นที่ 5 จังหวัดอีสานตอนล่าง จะพยายามให้ค่าใช้จ่ายอยู่ในสิทธิของผู้ป่วย เพื่อไม่ต้องจ่ายเพิ่ม แต่ในส่วนของผู้ป่วยที่มาจากจังหวัดอีสานตอนเหนือหรือภาคอื่นๆ เช่น จ.หนองคาย ขอนแก่น อุดรธานี และอีกหลายจังหวัดต้องเรียกเก็บต่อไป

พร้อมเห็นว่าการพูดคุยกันวันนี้ เป็นการสะท้อนความจริงที่เกิดขึ้น และเป็นประโยชน์ต่อ 3 หน่วยงานด้านหลักประกันสุขภาพทั้งในส่วนของข้าราชการ ประกันสังคม และผู้ถือบัตร 30 บาทรักษาทุกโรค จะได้หาทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น และสปสช.จะได้บริหารให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงสิทธิการรักษาได้ทั่วถึง

ด้านนายธนพลธ์ ดอกแก้ว ประธานชมรมเพื่อนโรคไตแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตนเข้าใจถึงภาระที่โรงพยาบาลต้องแบกรับไว้ แต่เป็นเรื่องที่โรงพยาบาลต้องไปคุยกับ สปสช. ซึ่งเป็นผู้ซื้อบริการให้กับประชาชน และจากนี้จะติดตามมีการทบทวนจริงตามที่ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบอกไว้ไม่เกินวันที่ 28ก.พ.นี้หรือไม่ พร้อมทั้งจะนำเรื่องต้นทุนค่ารักษาผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังเข้าประชุมกับคณะกรรมการไตระดับประเทศ เพื่อผลักดันให้การดูแลผู้ป่วยโรคไตครอบคลุมและไม่ก่อปัญหาให้กับโรงพยาบาลที่เป็นผู้ให้การรักษาด้วย

สำหรับนายแพทย์เรืองศิลป์ เถื่อนนาดี ผู้อำนวยการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเขต 10 จ.อุบลราชธานี กล่าวถึงการหารือร่วมกันในวันนี้ กองทุนประกันสุขภาพทุกกองทุน ได้ประโยชน์จากการพูดคุยกัน เพราะโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ ได้สะท้อนต้นทุนการให้บริการรักษาพยาบาล มีต้นทุนสูงกว่าค่าตอบแทนที่ สปสช.จ่ายให้

นอกจากนี้ ยังมีผู้ป่วยจากนอกเขตบริการเข้ามาขอรับการรักษา ซึ่ง สปสช.เขต 10 จ.อุบลราชธานี จะได้เสนอปัญหาให้บอร์ดทราบ เพื่อแก้ไขให้ประชาชนเข้าถึงการให้บริการโดยไม่ต้องมีการสำรองจ่าย หรือร่วมจ่ายค่าใช่จ่ายอื่นตามข้อมูลที่ได้รับมาจากโรงพยาบาลด้วย


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...