นครปฐม - หลวงพี่น้ำฝน เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม เข้าช่วยเหลือ น้องเฟิร์น เด็กหญิงยอดกตัญญู หลังแม่ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย พร้อมหาที่อยู่ ส่งต่อเข้าเรียนจนถึงปริญญาเอก
วันนี้ (30 ม.ค.) ที่วัดไผ่ล้อม อ.เมือง จ.นครปฐม นายกิ่ง ลิ้มทองประสาท ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองกระโดน อ.เมือง จ.นครปฐม ได้นำ ด.ญ.บุญรัตน์ สาละสาลิน เด็กหญิงยอดกตัญญู วัย 12 ปี นักเรียนชั้น ป.6 เข้าพบ พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หรือหลวงพี่น้ำฝน เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม เพื่อเข้ารับมองจักรยาน และเงินทุน จำนวน 1 หมื่นบาท
หลังประสบปัญหาไร้แม่ป่วยเป็นมะเร็งกะเพาะอาหารระยะสุดท้าย โดยได้หยุดเรียน 1 เดือน เพื่อไปดูแล นางภัสสร สาละสาลิน มารดาที่ป่วยหนัก ก่อนจะเรียกเจ้าของบ้านให้นำแม่ไปส่งโรงพยาบาลศูนย์นครปฐม เนื่องจากมีอาการทรุดหนัก โดยคณะครูได้มีการนำเรื่องราวไปโพสต์ลงโซเชียลเพื่อหาผู้ช่วยเหลือครอบครัวของน้องเฟิร์น ที่ยากจน และไม่มีบ้านเป็นของตัวเอง
นายกิ่ง ทองประสาท ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองกระโดน กล่าวว่า หลังจากโรงเรียนได้มีการพบว่า น้องเฟิร์น ที่ย้ายมากจาก อ.บ่อพล่อย จ.กาญจนบุรี ประมาณ 2 เดือน แต่ก็ทราบเรื่องจากครูประจำชั้นว่ามีการขาดเรียนประมาณ 1 เดือน จึงได้มีการติดตามไปพบที่บ้านพักพบว่า ต้องมีการมาดูแลแม่ที่ป่วยหลักซึ่งรายได้มีน้อยมาก
จึงได้พยายามช่วยเหลือเบื้องต้น และพยายามหาทางให้สังคมช่วยเหลือ โดยได้มีการเปิดบัญชีกองทุนสำหรับ ด.ญ.บุญรัตน์ สาละสาลิน โดยมีตนเอง และครูประจำชั้นร่วมอยู่ในกองทุน แต่เมื่อวานมีการโอนเงินเข้ามา พบว่า บางคนสอบถามว่า ทำไมเงินโอนเข้าไปแล้วปรากฏชื่อเป็น นายกิ่ง ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นบัญชี กองทุนนี้เป็นของ ด.ญ.บุญรัตน์ เหมือนกัน และทางธนาคารออมสินได้ทำเรื่องแก้ไขให้เรียนร้อยแล้ว เป็นเลขบัญชีธนาคารออมสิน สาขาสนามจันทร์ ชื่อบัญชี ธารน้ำใจช่วยเหลือ เด็กหญิงบุญรัตน์ สาละกาลิน เลขที่บัญชี 020234366555
ด้าน ด.ญ.บุญรัตน์ สาละกาลิน บอกว่า วันนี้ได้มากราบหลวงพ่อพูล เพื่อขอพรให้แม่หายไวๆ และดีใจมากที่มีคนทยอยมาให้ความช่วยเหลือ และได้บอกแม่ไปแล้วโดยแม่มีใจมาก จากที่นอนไม่มีแรง วันนี้มีแรงขยับตัวเอาหัวขึ้นที่นอนได้เองแล้ว ส่วนตัวอยากกลับไปเรียนไวๆ และอยากจะเป็น สัตวแพทย์ในอนาคต แต่ไม่มีเงินจะเรียน และยังไม่มีบ้านอยู่ ซึ่งขอบคุณทุกท่านที่มาช่วยดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายให้แก่แม่ และตนเอง
สำหรับปัญหาความเดือดร้อนของ น้องเฟิร์น พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ (หลวงพี่น้ำฝน) เปิดเผยว่า ทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว พบว่า บ้านพักที่ น้องเฟิร์น อาศัยอยู่กับมารดา และพ่อเลี้ยง เป็นบ้านที่ไปขออาศัยคนใจบุญอยู่ แต่อยู่ห่างจากโรงเรียนราว 5 กิโลเมตร จึงได้มอบจักรยานยนต์ ให้ก่อน เพราะน้องเฟิร์น นั้นอยากได้ไว้ขี่ไปซื้อของ หรือไปโรงเรียน เพื่อกลับมาดูแลแม่หากออกจากโรงพยาบาล และมอบเงินสด 1 หมื่นบาท ซึ่งก็เป็นเงินในกองทุนหลวงพ่อพูล ซึ่งเงินจำนวนนี้ส่วนหนึ่งก็มาจากการเปิดให้บูชากระเป๋ามหามงคล ที่เป็นกระแสไปเมื่อต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา
จากการพูดคุยกับน้องเฟิร์น พบว่า วันนี้เด็กร่าเร่งดี มีความนอบน้อม หากเกิดวันที่แม่ของน้องเฟิร์น ไม่อยู่ หากไม่มีใครดูแลได้ ทางวัดไผ่ล้อมก็จะจัดหาที่อยู่ให้ ส่งให้เรียนในระดับมัธยมศึกษา และหากยังประพฤติดีก็จะมีการส่งเสริมไปถึงปริญญาตรี ถ้ามีความใฝ่ดีก็จะส่งให้ถึงปริญญาเอกด้วย
ตอนนี้ขอประกาศว่า ในจังหวัดนครปฐมหากเด็กดีมีความไม่พร้อม และใฝ่ดี ทางอาตมาก็ยินดีจะสนับสนุนเต็มที่แน่นอน ถ้าขาดความพร้อมขอให้แจ้งเรื่อง
ส่วนจักรยานก็มาจากผลพวงเมื่องานศพโยมมารดา ที่ได้ประกาศขอให้ผู้มาร่วมงานนั้นมอบจักรยานแทนพวงหรีด เพื่อนำช่วยเด็กที่โอกาสในเรื่องนี้ซึ่งมีเยอะมาก และยังมีอีกหลายโครงการที่จะช่วยสังคม โดยการช่วยแบบนี้เพราะเอาปมที่ตนเองไม่ได้เรียนมาก่อนในตอนเด็ก มาสนับสนุนคนที่ต้องการโอกาสในสังคมต่อไปอย่างเต็มที่
ขณะที่จากการสอบถามญาติ พบว่า อาการของ นางภัสสร สาละสาลิน นั้นมะเร็งได้ลุกลามไปมากแล้ว และทุกวันนี้ที่ไม่มีอาการปวดมากเนื่องจากยา และมอร์ฟีนที่แพทย์ได้ให้ระงับอาการปวดที่จะทรมานมาก แต่ตอนนี้กำลังหลังมีคนเช้ามาช่วยเหลือ ทำให้มีกำลังใจดีมากขึ้น และทำให้ น้องเฟิร์น นั้นร่าเริงขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดในระยะ 2 วันนี้


