ประจวบคีรีขันธ์ - ชาวบ้านย่านซื่อ อ.กุยบุรี ยังคงต้องทนอยู่กับปัญหาช้างป่าในอุทยานแห่งชาติกุยบุรี ออกมากัดกิน และโค่นล้มสร้างความเสียหายต่อเนื่อง ล่าสุด ต้องทดลองนำผ้าถุงมาแขวน และทำแตรสัญญาณเวลาช้างผ่านเข้ามาชนเชือกที่ขึงไว้แตรจะส่งเสียงดัง ซึ่งก็ยังไม่แน่ใจว่าจะได้ผลหรือไม่ ชี้สาเหตุช้างเพิ่มเพราะนักท่องเที่ยวเข้าไปรบกวน บางส่วนเคลื่อนย้ายแหล่งมาหากินที่มีอาหารสมบูรณ์
วันนี้ (17 ม.ค.) ชาวบ้านย่านซื่อ ตำบลหาดขาม อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หลายครอบครัวที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาช้างป่า นำสื่อมวลชนเข้าไปสำรวจความเสียหายของพืชผลทางการเกษตร ทั้งไร่สับปะรด ขนุน มะม่วง และสวนยางพารา ซึ่งพื้นที่แปลงเกษตรส่วนใหญ่อยู่ติดกับบริเวณด้านที่ทำการอุทยานแห่งชาติกุยบุรี
นายสายัณ บุญเกิด ชาวบ้านย่านซื่อ กล่าวว่า ในปัจจุบันช้างได้ออกจากป่าในเขตอุทยานแห่งชาติกุยบุรี ออกมาทำลายพืชผลทางการเกษตรบ่อยครั้งขึ้น ต้องเฝ้าช้างป่ากันทุกคืน ตนเองมีทั้งไร่สับปะรด และสวนยาง ประมาณ 26 ไร่ ช้างป่ามักจะออกมาจากบริเวณด่านช้างตั้งแต่ช่วงเย็นบ้าง หรือไม่ก็ช่วงหลังพลบค่ำไปแล้ว ซึ่งที่ผ่านมา พื้นที่แนวเขตบ้านย่านซื่อ จะมีลวดไฟฟ้าขึงกั้นเอาไว้เพื่อป้องกันไม่ให้ช้างป่าเข้ามาสร้างความเสียหาย แต่ปัจจุบัน ใช้การไม่ได้มานานหลายปีแล้ว
ประกอบกับช่วงปีที่ผ่านมา พบว่า ประชากรช้างป่าเพิ่มขึ้น มีการกระจายฝูงกันออกมากัดกินพืชผลผลิตที่ปลูกไว้ได้รับความเสียหายเป็นบริเวณกว้างขึ้น เดิม 3-4 เดือนจะพบช้างลงมาบ้าง ขณะนี้ช้างป่าลงแทบทุกวันติดต่อกันแล้ว ทั้งหักโค่นต้นยางที่มีอายุ 5-8 ปี ซึ่งอยู่ระหว่างที่กรีดยางได้แล้วได้รับความเสียหายไปถึง 20 ต้น แต่ละคืนช้างป่าจะเข้ามา 3 ตัว 5 ตัวบ้าง บางจุดก็ลงมามากกว่านี้ ซึ่งไม่ใช่เพียงสวนตนเองเท่านั้น ตอนนี้ได้รับความเดือดร้อนแทบทั้งหมู่บ้านย่านซื่อ โดยเฉพาะผู้ที่มีไร่มีสวนติดกับแนวเขตชายป่าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี
“เบื้องต้น ขณะนี้ชาวบ้านต้องช่วยเหลือตนเองด้วยวิธีการป้องกันช้างป่าไม่ให้เข้ามา โดยรูปแบบอาศัยดูจากการนำเสนอของสื่อมวลชนทางทีวีการป้องกันช้างป่าที่จังหวัดจันทบุรี การนำผ้าถุงสีต่างๆ ไปขึงไว้กับเชือกไว้รอบๆ สวนยาง หรือบางจุดก็จะเอาผ้าถุงชุบน้ำมันเครื่องรถยนต์ไปขึงไว้รวมทั้งบริเวณด่านที่ช้างป่าจะออกมา เพราะเชื่อว่าช้างป่าจะเหม็นน้ำมัน ซึ่งก็ยังไม่ได้ผลช้างป่าก็ยังเข้ามาดึงผ้าถุงฉีกขาดเมื่อคืนที่ผ่านมา จึงต้องหันมาใช้แนวคิดของตนเองด้วยการขึงลวดสัญญาณเสียงไว้บริเวณเส้นทางรอบๆ สวนยาง และใช้แบตเตอรี่มาเป็นตัวจ่ายไฟเมื่อช้างผ่านเข้ามา และชนเส้นเชือกไนลอนก็จะดึงเชือกก็จะทำให้สัญญาณแตรดังขึ้ง ช้างก็จะเกิดความตกใจ และหนีออกไป ลงทุนค่าอุปกรณ์กว่า 2,000 บาทเท่านั้น วันนี้ลองทดลองแล้วมีเสียงแตรดังชัดเจน ซึ่งคืนนี้จะเริ่มทดลองเป็นคืนแรก แต่จะได้ผลหรือเปล่ายังไม่สามารถจะบอกได้ ชาวบ้านย่านซื่อ ต่างต้องพึ่งตนเองโดยต้องคิดหาวิธีการเฝ้าไร่เฝ้าสวนกันเพื่อป้องกันความเสียหาย เพราะไม่รู้จะไปเรียกร้องความเสียหายจากหน่วยงานไหนขณะนี้”
นายสายัณ กล่าวอีกว่า ชาวบ้านแถบนี้กลางวันทำไร่ กลางคืนต้องมาเฝ้าช้างกันตั้งแต่ช่วงเย็นไปเกือบสว่าง นับวันปัญหาช้างป่าสร้างความเสียหายให้ชาวบ้านเริ่มหนักมากขึ้นทุกวัน ซึ่งปัจจุบันประชากรช้างป่ามีเพิ่มมากขึ้น ส่วนหนึ่งทางอุทยานแห่งชาติกุยบุรี มีการสร้างแปลงหญ้าไว้ในพื้นที่จุดที่ให้บริการนักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวชมช้างป่า และกระทิง ในพื้นที่ฝั่งทิศตะวันตกบริเวณหน่วยป่ายาง
เมื่อมีคนเข้าไปมากอาจเกิดการรบกวนทำให้ช้างป่าที่มีมากอยู่แล้ว บางส่วนเคลื่อนย้ายมาทางบ้านย่านซื่อ บริเวณติดที่ทำการอุทยานแห่งชาติกุยบุรี จุดนี้ด้านในเป็นพื้นที่ป่าส่วนนอกป่ามีแปลงปลูกพืชผลทางการเกษตรของชาวบ้านเป็นจำนวนมาก ซึ่งถือเป็นแหล่งอาหารของช้างป่าอย่างดี ทั้งสับปะรด ขนุน มะม่วง ส่วนต้นยาง ช้างป่าเข้ามาก็จะหักโค่นล้มต้น


