xs
xsm
sm
md
lg

เปิดใจครอบครัว “ตัญกาญจน์ ” เบื้องหน้าเข้มแข็ง มุ่งมั่น มีเป้าหมาย เบื้องหลังอ่อนล้า อ่อนแรง และอ่อนโรย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


เปิดใจครอบครัว “ตัญกาญจน์ ”

เบื้องหน้าเข้มแข็ง มุ่งมั่น มีเป้าหมาย เบื้องหลังอ่อนล้า อ่อนแรง และอ่อนโรย

พลันที่นักข่าวทุกสำนักเสร็จสิ้นภารกิจสัมภาษณ์เพื่อหาข้อเท็จจริง และสอบถามความรู้สึกของคนในครอบครัว “ตัญกาญจน์ ” ต่อความสูญเสียอันยิ่งใหญ่ และข้อสงสัยในการแถลงข่าวซึ่งเต็มไปด้วยคำตอบทิ่มแทงใจ ไร้ซึ่งข้อมูลที่กระจ่าง และชัดเจนของ ผบ.โรงเรียนเตรียมทหาร แพทย์ผู้ทำการผ่าชันสูตร สถาบันพยาธิวิทยา ผอ.กองการแพทย์ ร.ร.เตรียมทหาร และโฆษกกองทัพไทย ความอัดอั้นตันใจที่ถูกระบายผ่านสื่อทุกแขนง และการพูดคุยให้กำลังใจกันเองของคนในครอบครัว ดูเหมือนจะเป็นน้ำหล่อเลี้ยงที่ยังทำให้ทุกคนเดินหน้าสู้หาความเป็นยุติธรรมต่อไป

พิเชษฐ ตัญกาญจน์ ผู้เป็นทั้งหัวหน้าครอบครัว และกำลังใจสำคัญของ “น้องเมย” นตท.ภคพงศ์ ตัญกาญจน์ นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 ซึ่งเสียชีวิตเมื่อวันที่ 17 ต.ค.2560 หลังกลับเข้าโรงเรียนเตรียมทหารได้เพียง 1 วัน และครอบครัวได้รับเพียงใบมรณบัตรจากโรงเรียนเตรียมทหาร ที่ระบุสาเหตุว่า เกิดจากภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน จนครอบครัวต้องจัดพิธีฌาปนกิจ (หลอก) ที่วัดวิเวการาม อ.บางพระ จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 24 ต.ค.ที่ผ่านมา เพื่อเดินหน้าหาคำตอบด้วยตัวเอง ด้วยการนำร่างไร้วิญญาณของบุตรชายผ่าพิสูจน์ถึงสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงอีกครั้ง

ผลที่ได้ไม่เพียงแต่จะสร้างความกังวลเรื่องสาเหตุการเสียชีวิตที่ไม่ชัดเจน แต่ภาพที่เห็นคือ อวัยวะสำคัญ ทั้งสมอง หัวใจ กระเพาะ และกระเพาะปัสสาวะสูญหาย โดยไม่มีคำบอกกล่าว หรือชี้แจงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

“คุณรู้หรือไม่ ผมไม่เคยพูดเรื่องนี้กับใคร เรารักทหารมาก ครอบครัวเรารัก และศรัทธาในอาชีพทหาร ทุกวันนี้ครอบครัวของเราได้ให้ทั้งหมดไปกับคำว่า “ทหาร” โดยไม่เหลืออะไรแล้ว ผมเคยวาดอนาคตตัวเองว่า เมื่อแก่ตัวผมจะหยุดทำงาน และตาม เมย ไปในที่ต่างๆ ที่เขาอาจจะต้องย้ายไปประจำหลังเรียนจบ ผมเคยคิดว่าผมสบายแล้ว อีกหน่อยลูกคงดูแล แต่วันนี้สิ่งที่ผมคิดมันไม่มีแล้ว ลูกผมไม่อยู่แล้ว ที่สำคัญเขาเสียเพราะอะไรเรายังหาคำตอบไม่ได้เลย”

พิเชษฐ์ บอกว่า อาชีพนักแข่งรถ ทำให้เขา และครอบครัวรู้จักแต่คำว่า การต่อสู้ในสนาม การต่อสู้กับตัวเอง และการต่อสู้กับเครื่องยนต์ที่ต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะต้องมาสู้กับสิ่งที่ยิ่งใหญ่เพื่อหาความยุติธรรมให้แก่บุตรชาย ที่มีความใฝ่ฝันว่าจะได้ขับรถแข่งเหมือนพ่อ และแม่ และมีความมุ่งมั่นที่จะเป็นทหารรับใช้ชาติ พร้อมบอกว่า วันนี้ครอบครัวต้องตอบคำถามสื่อมวลชนทุกแขนง ต้องต่อสู้กับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่มีทั้งให้กำลังใจ และบั่นทอนสุขภาพจิต แต่กำลังใจเดียวที่ยังเหลือ คือ น้ำใจของพี่น้องนักข่าว เพื่อนแท้ที่มีอยู่จริง แม้ไม่มากนัก รวมทั้งผู้ใหญ่ที่มีความเมตตาต่อครอบครัว


“ทุกครั้งที่กลับเข้าบ้าน ผมจุดธูปบอกเจ้าที่เจ้าทาง ให้เปิดทางให้ เมย กลับมา แต่คุณรู้หรือไม่ ตั้งแต่วันที่เสียจนถึงวันนี้ เมย ไม่เคยมาหาใครในครอบครัว แม้แต่หมาที่เขารัก ทุกครั้งที่เข้าบ้าน ผมจะถามหมาที่เลี้ยงไว้ว่า พี่เมย อยู่ไหน ด้วยหวังจะเห็นปฏิกิริยาตอบโต้ แต่มันก็ไม่มีจริง ครั้งแรกเราเสียใจว่าทำไม เมย ไม่มา แต่เมื่อคิดถึงนิสัย เมย ก็รู้ว่า เขาจะไม่ทำให้เสียใจ เขาไม่ต้องการมาสื่อสารเพื่อให้เราเศร้า”

แต่ น้องเมย เลือกที่จะไปหาเพื่อนรุ่นน้องที่สนิทของพ่อ ซึ่งมีสัมผัสพิเศษที่สามารถสื่อสารกับสิ่งที่มองไม่เห็นได้ ครั้งแรกที่ น้องเมย ไปหาเพื่อนรุ่นน้องของพ่อ คือ อาการของคนที่โกรธสุดๆ สองมือกำแน่น ขอบตาแดงก่ำ และไม่พูด ไม่ตอบคำถามใดๆ

“พอรุ่นน้องมาเล่าให้ฟัง เราก็ยังดีใจนะที่อย่างน้อยเขายังเลือกที่จะไปหาใครสักคน แต่ที่ตกใจก็คือ รุ่นน้องบอกว่า เมย มากับใครไม่รู้เยอะมาก สวมเครื่องแบบนักเรียนเตรียมทหารที่เขารัก แล้วก็ไม่พูดอะไร พอหลังๆ เขาก็ไปหาคนคนเดิมอีก อาการผ่อนคลาย และนิ่งขึ้น แต่จูงมือเด็กผู้ชายอีกคนมาด้วย และทุกครั้งที่มาก็จะจูงมือเด็กคนนี้ซึ่งสวมชุดพละของโรงเรียน ซึ่งทุกวันนี้เราก็ไม่รู้ว่าเป็นใคร แต่เชื่อว่าน่ายังไม่ได้รับความเป็นธรรมเหมือนกับเมย ก็เลยไปไหนไม่ได้ ในมือ เมย ถืออะไรบางสิ่งที่เป็นแสงสว่าง และยังคงไม่พูดอะไรเหมือนเดิม”


พิเชษฐ บอกว่า แม้ลูกจะไม่บอกกล่าวอะไร หรือแม้แต่สื่อสารกับคนที่รักในครอบครัว แต่สิ่งที่พ่อ และแม่รับรู้ได้ก็คือ ภารกิจทวงถามความจริง และหาความกระจ่างให้แก่ครอบครัว และสังคม ไม่ใช่สิ่งที่จะทำให้ เมย ได้ไปในที่ที่สงบเท่านั้น แต่ยังจะทำให้เด็กผู้ชายอีกคนได้ไปในที่ๆ สงบเช่นเดียวกับ เมย


แม่ ประกาศขายที่สู้

ด้าน นางสุกัญญา ตัญกาญจน์ แม่ผู้เป็นไอดอลด้านความมุ่งมั่น และความสามารถทั้งการแข่งรถ และยิงปืน บอกแก่เราว่า แม้วันนี้ทุกคนต้องหยุดภารกิจต่างๆ ในการหารายได้เลี้ยงครอบครัว เพื่อหาความยุติธรรมให้แก่ น้องเมย ก็ยินดี และสุดท้ายหากจะต้องขายที่ทางที่มีเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่ลูกก็ยอม

เช่นเดียวกับ น.ส.สุพิชา ตัญกาญจน์ หรือเมี่ยง พี่สาวของ น้องเมย ที่มีความใฝ่ฝันอยากเป็นอัยการ เพื่อรักษาความเป็นธรรมให้แก่สังคม และมุ่งมั่นที่จะสอบเข้าเรียนต่อที่เนติบัณฑิต หลังจบการศึกษาระดับปริญาตรี สาขานิติศาสตร์ ก็ต้องหยุดความฝันไว้ชั่วคราว เพื่อเดินหน้าทวงถามความเป็นธรรมให้แก่น้องชาย

เมี่ยง บอกว่า รู้ว่าตัวเองกำลังสู้อยู่กับอะไร และรู้ว่าการจะเอาชนะในสิ่งที่กำลังตามหาอาจเป็นเรื่องยาก แต่ก็พร้อมจะสู้จนถึงที่สุด แม้วันนี้จะเหนื่อย และล้า แต่ก็ยังมีกำลังใจดีๆ จากเพื่อนๆ ที่คอยให้กำลังใจ และโทรศัพท์สอบถามเป็นระยะ เพื่อให้รู้ว่าเพื่อนยังอยู่ดี ที่สำคัญในวันนี้หลักฐานต่างๆ ที่ได้จากเพื่อนที่ น้องเมย พูดคุยเพื่อบอกเราถึงชีวิตในรั้วโรงเรียนเตรียมทหาร เริ่มทยอยส่งถึงมือเพื่อช่วยครอบครัวนี้ให้ได้คำตอบที่ดี และเร็วที่สุด
Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...