จันทบุรี - อุกอาจ คนร้ายบุกเดี่ยวใช้มีดยาวปล้นร้านทองกลางเมืองจันทบุรี ได้สร้อยคอทองคำน้ำหนัก 1 สลึง 14 เส้น รวมมูลค่ากว่า 7 หมื่นบาท ก่อนซิ่ง จยย.หนีลอยนวล ด้าน ตร.เชื่อเป็นคนร้ายรายเดียวกับที่ก่อเหตุปล้นร้านทองเมื่อ 2 วันก่อน เร่งตามตัวดำเนินคดี
เมื่อเวลา 11.20 น.วันนี้ (30 ต.ค) ร.ต.อ.สุริยัน อ่อนเป็ง ร้อยเวร สภ.เมืองจันทบุรี ได้รับแจ้งจาก นางสุภาภรณ์ วุฒิเกตุ อายุ 60 ปี เจ้าของร้านทองใช้หลี ตั้งอยู่เลขที่ 65 ถนนขวาง ต.ตลาด อ.เมือง จ.จันทบุรี ว่า มีคนร้ายถือมีดดาบยาวบุกเดี่ยวปล้นร้านทอง หลังรับแจ้งจึงรายงาน พล.ต.ต.จรัล จิตเจือจุน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี รับทราบ และเดินทางเข้าตรวจสอบ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองจันทบุรี และเจ้าหน้าที่ตำรวจวิทยาการ
ไปถึงพบ นางสุภาภรณ์ วุฒิเกตุ เจ้าของร้านที่กำลังยืนรอให้การต่อเจ้าหน้าที่ พร้อมชี้ให้ดูถาดใส่สร้อยคอทองคำหนัก 1 สลึง ที่ถูกคนร้ายปล้นไป 14 เส้น รวมมูลค่า 70,000 บาท
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดภายในร้านที่สามารถจับภาพคนร้ายไว้ได้ จนทราบว่า คนร้ายที่ก่อเหตุเป็นรายเดียวกับที่เคยก่อเหตุใช้มีดยาวบุกเดี่ยวปล้นร้านทองสนธยา กลางเมืองจันทบุรี เมื่อ 1-2 วันที่ผ่านมา
โดยพบว่าคนร้ายใช้รถจักรยานยนต์สีเลือดหมู ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน เป็นพาหนะ และสวมเสื้อคลุมสีดำ สวมหมวกกันน็อกสีขาวเต็มใบปิดบังใบหน้า และใช้มีดยาวประมาณ 1 ศอก เป็นอาวุธในการลงมือปล้นร้านทองทั้ง 2 แห่ง คาดว่าคนร้ายน่าจะวนเวียนมาดูลาดเลาที่ร้านทองแห่งนี้หลายครั้งก่อนสบโอกาสที่ไม่มีตำรวจอยู่เฝ้าร้านเข้าก่อเหตุ
ทั้งนี้ พล.ต.ต.จรัล จิตเจือจุน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองจันทบุรี และชุดสืบสวนภูธรจังหวัดจันทบุรี ลงพื้นที่หาหลักฐานเพิ่มเติมทั้งจากกล้องวงจรปิดในพื้นที่ใกล้เคียง และตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายใช้หลบหนี เพื่อเป็นเบาะแสในการติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
นางสุภาภรณ์ เจ้าของร้านทองกล่าวว่า ขณะกำลังนั่งขายทองให้แก่ลูกค้า ได้มีคนร้ายบุกเดี่ยวถือมีดยาวเข้ามาปล้น จนได้ทองไป 14 เส้น ซึ่งตนเองพยายามที่จะต่อสู่กับคนร้ายจนถูกฟันเข้าที่แขน แต่ไม่ได้รับบาดเจ็บ และสามีพยายามวิ่งตามคนร้ายซึ่งวิ่งขึ้นรถจักรยานยนต์ที่จอดเตรียมไว้ขี่ย้อนศรหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว


