xs
xsm
sm
md
lg

ครูวอนช่วยเหลือสาวชาวมอญวัย 18 ปี ป่วยเป็นเนื้องอกในสมอง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


กาญจนบุรี - ครูวอนช่วยเหลือสาวชาวมอญวัย 18 ปี ป่วยเป็นเนื้องอกในสมอง ต้องหยุดเรียนหนังสือ ครอบครัวสุดยากจน ทั้งกู้เงินกว่า 4 หมื่นบาท เป็นค่าเดินทางไปรักษา

วันนี้ (4 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.อ.สราวุธ ไชยสิทธิ์ ผบ.ร.29 ผบ.ควบคุม ร.29 ในฐานะ ผบ.ฉก.ลาดหญ้า กกล.สุรสีห์ ได้รับแจ้งจาก น.ส.ดนยา ไชยน้ำอ้อม อาจารย์ชมรม TO BE number ONE โรงเรียนอุดมสิทธิศึกษา ต.หนองลู อ. สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ว่า ลูกศิษย์ชื่อ น้องซาน ไม่มีนามสกุล ชาวมอญ อายุ 18 ปี ล้มป่วยเป็นเนื้องอกในสมอง ต้องหยุดเรียนหนังสือ อีกทั้งครอบครัวฐานะยากจน หารายได้เลี้ยงชีพ และนำเงินมารักษาด้วยการรับจ้างกรีดยางพารา อาศัยอยู่บ้านที่มีสภาพเก่ากลางสวนยางของนายจ้างพื้นที่หมู่ 3 บ้านไหล่น้ำ ต.หนองลู อ.สังขละบุรี มานานกว่า 20 ปี จึงขอให้เจ้าหน้าที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปให้การช่วยเหลือเพื่อมนุษยธรรม

ดังนั้น พ.อ.สราวุธ ไชยสิทธิ์ จึงสั่งการให้ ร.ต.สุพจน์ เปรมรัศมี หน.ชุดร้อย รส.ร.29 พัน 2 บก.ควบคุม ร.29 ประสานไปยัง นายปกรณ์ กรรณวัลลี นายอำเภอสังขละบุรี จ.กาญจนบุรี นำสิ่งของไปช่วยเหลือครอบครัวดังกล่าวในเบื้องต้น โดยมี นางกุนดี ไม่มีนามสกุล อายุ 54 ปี นายตา ไม่มีนามสกุล อายุ 47 ปี พ่อและแม่ รวมทั้งน้องซาน ให้การต้อนรับ

โดย นางกุนดี กล่าวว่า ตนกับสามีเป็นชาวมอญ อยู่ประเทศพม่า และได้อพยพเข้ามาอาศัยอยู่ในพื้นที่อำเภอสังขละบุรี ด้วยการรับจ้างกรีดยางพารามานานกว่า 20 ปีแล้ว ซึ่งตนกับสามีมีลูกด้วยกัน 3 คน เป็นชาย 2 คน หญิง 1 คน ซึ่งน้องซาน เป็นลูกคนสุดท้อง ส่วนพี่ชายของน้องซานนั้นแยกไปมีครอบครัวหมดแล้ว แต่ยังรับจ้างกรีดยางพาราเช่นเดิม และครอบครัวของตนนั้นถือบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน คือบัตรที่มีหมายเลข 0 นำหน้า สำหรับน้องซาน สมัยที่ยังเป็นเด็กมีสุขภาพไม่ค่อยดี และเรียนหนังสืออยู่ที่โรงเรียนบ้านซองกาเลีย สาขาพระเจดีย์สามองค์ จนกระทั่งเรียนถึงชั้น ป.5 น้องซาน ก็เริ่มมีอาการชัก และเกร็ง คุณครูต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลอยู่เป็นประจำ

หลังจากจบก็มาเรียนระดับชั้น ม.1 ที่โรงเรียนอุดมสิทธิศึกษา แต่อาการชักก็ยังคงเป็นอยู่ ครูประจำชั้นจึงนำตัวไปพบหมอที่โรงพยาบาลสังขละบุรี และมีการส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา จากนั้นก็รักษาตัวอยู่ที่ รพ.พหลฯ อยู่เป็นประจำ และขณะที่น้องซาน เรียนอยู่ชั้น ม.4 ปรากฏว่า คณะแพทย์ผู้รักษาตรวจพบว่า น้องซาน นั้นป่วยเป็นเนื้องอกในสมอง จึงนำตัวไปรักษาที่สถาบันประสาทวิทยา รพ.รามาธิบดี มานานกว่า 5 ปี และผ่านการฉายแสง รวมทั้งผ่าตัดสมองมาแล้ว 5 ครั้ง แต่ก็ยังไม่หาย และที่ผ่านมา ตนและสามีต้องไปกู้หนี้ยืมสินเพื่อนำมาเป็นค่าใช้จ่ายตลอดระยะเวลา 5 ปี เป็นเงินกว่า 4 หมื่นบาท จนถึงขณะนี้ก็ยังคงเป็นหนี้อยู่ ส่วนค่าใช้จ่ายในการรักษาน้องซาน นั้นหากไม่ได้รับสิทธิในการรักษาตามโครงการ 30 บาท เชื่อว่าป่านนี้น้องซาน อาจจะเสียชีวิตไปแล้วก็เป็นได้

ด้าน น.ส.ดนยา ไชยน้ำอ้อม เปิดเผยว่า ตนเคยเป็นครูประจำชั้นของน้องซาน ตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ชั้น ม.1 น้องซาน เป็นคนมีนิสัยที่หมั่นเพียร ไม่เคยขาดการเรียนหนังสือแม้แต่วันเดียว ยกเว้นยามที่ล้มป่วย ที่ผ่านมา ตนจะคอยดูแล และนำพาน้องซาน ไปโรงพยาบาลตามที่แพทย์จากสถาบันประสาทวิทยา รพ.รามาธิบดี นัดไว้มาโดยตลอด เพราะตนมีความรู้สึกสงสารลูกศิษย์ที่ต้องมาล้มป่วยเป็นเนื้องอกในสมอง อีกทั้งครอบครัวก็มีฐานะยากจน ถึงแม้น้องซาน และครอบครัวจะเป็นชาวมอญ แต่ก็ได้เข้ามาอยู่ในประเทศไทยนานกว่า 20 ปี จนได้บัตรหมายเลข 0 หรือบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน อีกทั้งยังได้เรียนหนังสือที่โรงเรียนประจำอำเภอสังขละบุรี อีกด้วย

ดังนั้น ตนในฐานะที่เคยเป็นครูประจำชั้นของน้องซาน จึงอยากจะขอวิงวอนแทนลูกศิษย์ไปถึงประชาชนคนไทยมาร่วมกันบริจาคเงินคนละเล็กละน้อย เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปพบหมอ รวมทั้งช่วยปลดหนี้ให้แก่ครอบครัวที่มีอยู่กว่า 4 หมื่นบาท ซึ่งตนขอภาวนาให้คณะแพทย์รักษาน้องซาน ให้หายโดยเร็ว เพราะขณะนี้น้องซาน ต้องการกลับมาเรียนหนังสือเป็นอย่างมาก

ส่วน พ.อ.สราวุธ ไชยสิทธิ์ ผบ.ร.29 ผบ.ควบคุม ร.29 กล่าวว่า ล่าสุด ได้สั่งการให้ ร.ต.สุพจน์ เปรมรัศมี นำเครื่องอุปโภคบริโภคไปมอบให้เพื่อเป็นการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในพื้นรับผิดชอบในเบื้องต้นแล้ว หลังจากนี้ จะดำเนินการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางช่วยเหลือต่อไป

ด้าน นายปกรณ์ กรรณวัลลี นายอำเภอสังขละบุรี เปิดเผยว่า สำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่อำเภอสังขละบุรี นั้น มีอยู่ด้วยกันหลายเชื้อชาติ สำหรับตัวน้องซาน ที่ล้มป่วยนั้น เบื้องต้นทราบว่ามีสิทธิได้รับรักษาพยาบาลแต่ยังไม่ได้หลักประกันสุขภาพแบบบังคับ แต่อาจใช้หลักประกันสุขภาพทางเลือกได้ โดยในวันพรุ่งนี้ (5 ต.ค.) ตน พร้อมด้วยสมาชิกกิ่งกาชาดอำเภอสังขละบุรีจะเดินทางไปเยี่ยมครอบครัวดังกล่าว เพื่อหาแนวทางในการช่วยเหลือน้องซาน และหากพบว่าไม่มีบัญชีธนาคารสำหรับให้ประชาชนช่วยกันบริจาคเงินช่วยเหลือตนก็จะดำเนินการเปิดบัญชีธนาคารให้