กาญจนบุรี-ฝ่ายปกครอง อ.สังขละบุรี ร่วมกับ อบต.ไล่โว่ จนท.เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร พร้อมชาวกะเหรี่ยงไล่โว่ จัดเวทีถก 3 แนวทางหลัก เน้นด้านการกำหนดเขตในการใช้พื้นที่ของชาวบ้านและชุมชน การก่อสร้างสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน และการมีส่วนร่วมของ อบต.ในการจัดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ร่วมกับทางเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เพื่อให้ทุกฝ่ายอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข
เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ศูนย์วัฒนธรรมองค์การบริหารส่วนตำบลไล่โว่ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ร.ต.สำรวย เมฆฉาย ปลัดอาวุโสอำเภอสังขละบุรี นายสมชาย วุฒิพิมลวิทยา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลไล่โว่ (อบต.) นายวิเชียร ชินวงศ์หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร นายธวัช ไตรรุ่งตระกูล สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) กาญจนบุรี เขต อ.สังขละบุรี นายสุรพงษ์ กองจันทึก ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษากะเหรี่ยง พร้อมด้วยชาวบ้านตำบลไล่โว่ ประชุมเพื่อหารือ และทำความเข้าใจในการจัดการทรัพยากรของตำบลไล่โว่ ซึ่งตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร
สำหรับการพูดคุยในครั้งนี้ โดยเฉพาะชาวกะเหรี่ยงตำบลไล่โว่ ยังมีความกังวลใจเพราะยังไม่มีความชัดเจนอยู่ 3 เรื่อง คือ 1.ปัญหาการกำหนดเขตในการใช้พื้นที่ของชาวบ้านและชุมชน เนื่องจากยังไม่มีการตกลงที่ชัดเจน 2.ปัญหาการก่อสร้างสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการซ่อมแซมถนนหนทางเพื่อใช้การได้ตลอดปี และ 3.การมีส่วนร่วมของ อบต.ในการจัดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศร่วมกับทางเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ เนื่องจากทางเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ มีการเก็บเงินจากนักท่องเที่ยว โดยทาง อบต.ไม่มีส่วนร่วม
นายสุรพงษ์ กองจันทึก กล่าวว่า ตำบลไล่โว่ มีทั้งสิ้น 6 หมู่บ้าน ทั้งหมดอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ซึ่งชาวบ้านเป็นชาวกะเหรี่ยงดั้งเดิมอาศัยอยู่มาหลายร้อยปีแล้ว วิถีชีวิตของชาวกะเหรี่ยงตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันต่างช่วยในการรักษาทรัพยากรป่าไม้ให้ยังคงอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์ตลอดมา นอกจากนี้ ชาวบ้านยังได้ร่วมมือกับทางรัฐบาลในการประกาศเขตทุ่งใหญ่นเรศวรเป็นมรดกโลก
ต่อมา ได้มีมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 3 สิงหาคม 2553 เรื่องการกำหนดแนวทางและหลักปฏิบัติในการฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยง ซึ่งให้ตำบลไล่โว่ เป็นเขตพื้นที่วัฒนธรรมพิเศษ ผ่านมาถึงปัจจุบันก็เป็นเวลาครบ 7 ปีแล้ว แม้จะมีการจัดการร่วมกันโดยไม่มีปัญหารุนแรง และดำเนินการภายใต้มติคณะรัฐมนตรีวันที่ 3 สิงหาคม 2553 ก็ตาม แต่ชาวกะเหรี่ยงตำบลไล่โว่ ยังมีความกังวลใจทั้ง 3 ประเด็นดังกล่าว โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องหาทางร่วมกันแก้ไข เพื่อประโยชน์ของส่วนรวม
ด้าน นายวิเชียร ชินวงศ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร กล่าวว่า เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ได้ทำการสำรวจเขตพื้นที่ทำกิน และเขตพื้นที่อยู่อาศัยร่วมกับตัวแทนชุมชนมานานแล้ว และยินดีที่จะเข้าไปพูดคุยกับชุมชนในรายละเอียดอีกครั้ง ส่วนเรื่องการซ่อมแซมถนนก็สามารถทำเรื่องขออนุญาตได้ตามขั้นตอน อีกทั้งเรื่องการจัดการท่องเที่ยวก็ยินดีที่ทาง อบต.จะเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการดูแล
ส่วน ร.ต.สำรวย เมฆฉาย ปลัดอาวุโสอำเภอสังขละบุรี กล่าวว่า ทางอำเภอสังขละบุรี โดยนายอำเภอสังขละบุรี จะแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อเป็นเวทีในการทำความเข้าใจ และกำหนดเรื่องทั้ง 3เรื่องร่วมกัน โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และตัวแทนประชาชนซึ่งจะเป็นคณะกรรมการในการดูแลฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยงตามมติคณะรัฐมนตรี 3 สิงหาคม 2553 ในระดับตำบลเป็นครั้งแรก และเชื่อว่าคณะกรรมการที่เกิดจากการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายจะมีข้อตกลงที่ช่วยให้คนอยู่ร่วมกับป่าโดยเกื้อหนุนซึ่งกันและกันได้
สำหรับตำบลไล่โว่ ตั้งอยู่กลางป่าของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตก การเดินทางต้องใช้รถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อเท่านั้น โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน โดยเส้นทางจากอำเภอสังขละบุรี ไปถึงหมู่บ้านมีระยาทางประมาณ 80 กิโลเมตร แต่ต้องใช้เวลาในการเดินทางมากกว่า 7-8 ชั่วโมง
ที่ผ่านมา มีชาวบ้านล้มป่วย และต้องได้รับการช่วยเหลือจากคณะแพทย์เป็นการเร่งด่วนมาแล้วหลายราย แต่เนื่องจากอยู่ในช่วงฤดูฝนทำให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาเดินทางนานมากขึ้นถึง 10-12 ชั่วโมง ซึ่งบางครั้งเส้นทางนั้นไม่สามารถใช้การได้เนื่องจากลำห้วยถูกน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วม เจ้าหน้าที่จำเป็นจะต้องประสานไปยังฝ่ายความมั่นคงของประเทศพม่า เพื่อขอใช้เส้นทางลำเลียงผู้ป่วยเป็นการชั่วคราว ซึ่งปัญหา และอุปสรรคในการเดินทางทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตระหว่างทางมาแล้วหลายราย