เลย - อาชีพที่กำลังจะกลายเป็นตำนาน “ตุ๊กตุ๊ก” หรือสี่ล้อเล็กรับจ้าง ความคลาสิกคู่เมืองเลยเหลือเพียงแห่งเดียวที่อำเภอวังสะพุง สภาพสังคมที่ล้ำสมัยมากขึ้นทำให้ผู้โดยสารหันไปใช้บริการรถรับจ้างประเภทอื่นแทน เผยตอนนี้เหลือรถสี่ล้อรับจ้างแค่ 30 คัน แต่มารับคิววิ่งแต่ละวันไม่เกิน 12 คัน บางวันได้เงินแค่ 50 บาทแต่ก็ต้องทนเพราะผูกพันหาอยู่หากินกันมานาน
“วังสะพุง” เป็น 1 ใน 14 อำเภอของจังหวัดเลย มีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่และมีความเจริญรองจากอำเภอเมืองเลย อยู่ห่างจากตัวจังหวัดลงไปทางทิศใต้เพียง 21 กิโลเมตร
เมื่อพูดถึงอำเภอวังสะพุงหลายคนคงนึกถึงดินแดนแห่งพระอริยสงฆ์ มีพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงมากมาย และแหล่งประวัติศาสตร์ โบราณวัตถุที่สำคัญอย่างใบเสมา และคนจำนวนไม่น้อยรู้จักอำเภอแห่งนี้ในฐานะเมืองหลวงแห่งลอตเตอรี่แดนอีสาน ซึ่งชาวอำเภอวังสะพุงประกอบอาชีพขายโชคลาภมากที่สุดในประเทศไทย
อย่างไรก็ตาม เอกลักษณ์คู่บ้านคู่เมืองวังสะพุงมานานเกือบ 40 ปีที่หลายคนอาจไม่ทราบมาก่อน นั่นคือ รถรับจ้างสี่ล้อเล็ก หรือที่เรานิยมเรียกกันว่า “รถตุ๊กตุ๊ก” ที่ขณะนี้กำลังเหลือน้อยลงไปทุกที ซึ่งเหลือเพียงแห่งเดียวในจังหวัดเลย เพราะสภาพเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ผู้คนส่วนใหญ่ต่างหันไปใช้บริการรถรับจ้างประเภทอื่นที่สะดวก รวดเร็วกว่า
แต่ยังมีคนบางกลุ่มที่ไม่มีทางเลือกในอาชีพอื่น ยังคงยึดมั่นในอาชีพขับรถสี่ล้อเล็กรับจ้างแลกกับรายได้ไม่มากนัก
นายส่าย ละบุญมี ประธานชมรมผู้ประกอบการรถสี่ล้อเล็กอำเภอวังสะพุง วัย 67 ปี เล่าว่า เริ่มขับรถสี่ล้อเล็กมาตั้งแต่ปี 2514 สมัยนั้นยังมีแต่ถนนลูกรัง มีรถวิ่งอยู่เกือบ 100 คัน คนนิยมนั่งรถสี่ล้อเล็กเพราะบรรทุกของได้ คันเล็กเข้าออกตรอกซอกซอยสะดวก คล่องแคล่ว ค่าโดยสารนักเรียนก็แค่ 50 สตางค์-1 บาท หาเงินง่ายกว่าทุกวันนี้มาก หลายคนสามารถส่งลูกเรียนจบสูงๆ ได้
แต่พอมาถึงยุคปัจจุบัน คนมีรถส่วนตัวมากขึ้น รถรับจ้างประเภทอื่นก็มีเพิ่มขึ้น ทำให้ผู้โดยสารที่มาใช้บริการน้อยลง เพื่อนๆ ก็ทยอยขายรถ เลิกขับ บางคนก็ล้มหายตายจาก ตอนนี้เหลือรถแค่ 30 คัน แต่มารับคิววิ่งแต่ละวันไม่เกิน 12 คัน
นายส่ายบอกอีกว่า แต่ละวันกว่าจะได้ผู้โดยสารแต่ละครั้งต้องรอต้องลุ้นกันนานมาก “บางวันได้แค่ 50 บาท บางวันก็ไม่ได้เลย แต่ก็ไม่คิดจะปรับเปลี่ยนไปออกรถใหม่ประเภทอื่นมาวิ่งรับจ้างเพราะต้องลงทุนอีกเยอะ และที่สำคัญเราผูกพันกับรถสี่ล้อเล็กนี้แล้ว ได้อยู่ได้กินกับมันและดูแลกันมานาน ส่วนลูกหลานคนรุ่นใหม่ก็ไม่มีใครมารับช่วงต่อเพราะรายได้มันน้อย
นายส่ายบอกว่า รถที่อยู่ในกลุ่มตอนนี้ได้จัดตั้งเป็นห้างหุ้นส่วนสี่ล้อเล็กวังสะพุงเดินรถ ตั้งแต่ปี 2557 มีป้ายทะเบียนประเภทขนส่ง หรือป้ายเหลืองทุกคัน เสียภาษีถูกต้อง ต้นทุนสูงกว่ารถรับจ้างที่มาวิ่งใน บขส.วังสะพุง จึงอยากให้ภาคราชการเห็นใจ ช่วยเข้ามาควบคุมดูแลรถรับจ้างที่ไม่ได้จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย
“หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไปก็คงต้องเลิก คนขับตอนนี้ก็อายุ 55 ปีขึ้นไปทั้งนั้น อายุสูงสุดก็ 73 ปี ทุกวันนี้ก็อยู่ได้ด้วยใจ อยากอนุรักษ์รถสี่ล้อเล็กไว้ให้ได้นานที่สุด” ประธานชมรมผู้ประกอบการรถสี่ล้อเล็กอำเภอวังสะพุงกล่าว
หากใครมีโอกาสได้ผ่านไปแถวนั้นก็อย่าลืมเรียกใช้บริการ ช่วยเหลือบรรดาคุณลุงคุณตากันบ้าง เพื่อจะได้ยืนหยัดอยู่กับรถให้เป็นเอกลักษณ์ของเมืองวังสะพุงไปนานๆ


