นครปฐม - รวบ “ผช.ผญบ.แก่น” มือสังหารผู้ใหญ่ยุทธ บางแขม ดับคาเก๋งริมถนนเพชรเกษม สารภาพเจออริแล้วเกิดอารมณ์ชั่ววูบ เข้าไปเจรจาแต่เกิดมีปากเสียงเรื่องความแค้นส่วนตัว ตัดใจคว้าปืนยิงหมดแม็กต่อหน้าลูกตัวเอง
วันนี้ (25 พ.ค.) พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางมายัง ตำรวจภูธรภาค 7 เพื่อสอบปากคำ นายกฤษฎา ศรีเปรม อายุ 40 ปี หรือแก่น บางแขม ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 1 ตำบลบางแขม อยู่บ้านเลขที่ 64 หมู่1 ต.บางแขม อ.เมือง จ.นครปฐม ซึ่งเป็นผู้ต้องหาที่ก่อเหตุยิง นายคำรณ พ้นภัย หรือผู้ใหญ่ยุทธ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 8 ต.บางแขม จ.นครปฐม เสียชีวิตภายในรถยนต์เก๋งโตโยต้า คัมรี่ สีเทา หมายเลขทะเบียน กบ 6050 ชลบุรี โดยเหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. วันที่ 23 พฤษภาคม 2560 บริเวณริมถนนเพชรเกษม ม.2 ต.หนองดินแดง อ.เมือง จ.นครปฐม
จากการสอบสวน นายกฤษฎา ศรีเปรม หรือผู้ช่วยแก่น ให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง เนื่องจากมีความแค้นในเรื่องส่วนตัว ซึ่ง นายคำรณ ได้พูดจาหยามศักดิ์ศรี โดยในวันเกิดเหตุเป็นช่วงที่ตนเพิ่งไปรับลูกจากโรงเรียน และระหว่างทางขณะกำลังกลับบ้าน
ขณะนั้นได้พบรถของ นายคำรณ บริเวณวงเวียน ถนนริมคลองชลประทานในหมู่บ้าน จึงได้ขับตามไป จนเมื่อถึงบริเวณที่เกิดเหตุตนเห็นรถของนายคำรณ จอดอยู่บริเวณริมถนนเพชรเกษม จึงได้ขับเข้าไปประกบด้านข้าง ซึ่ง นายคำรณ ได้ลดกระจกลงมา ตนจึงได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่ทันที ก่อนที่จะลงมายิงซ้ำ จน นายคำรณ เสียชีวิต โดย นายกฤษฎา ยังยอมรับว่า ในวันเกิดเหตุมีลูกชายที่เพิ่งเลิกเรียนนั่งอยู่ในรถด้วย
จากนั้นได้ควบคุมตัว นายกฤษฎา หรือแก่น ศรีเปรม ผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ พร้อมด้วย พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธสารรณชัย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม และชุดคลี่คลายคดีร่วมดูการทำแผน พร้อมสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจคอยดูแลความปลอดภัย เนื่องจากมีญาติของผู้ตาย และญาติของมือปืนมาดูการทำแผนในครั้งนี้ด้วย
โดยในช่วงระหว่างการทำแผน ได้เกิดมีปากเสียงทะเลาะกันระหว่างญาติของนายคำรณ และนายกฤษฏา ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จึงได้เข้าควบคุมสถานการณ์ พร้อมรีบนำตัว นายกฤษฎา ผู้ต้องหา กลับทันที
ทั้งนี้ สำหรับชนวนในการสังหารครั้งนี้ นายกฤษฎา หรือ ผู้ช่วยแก่น ได้ให้การว่า เป็นเรื่องของความแค้นส่วนกับผู้ตายที่มีการพูดจากถากถางหมิ่นศักดิ์ศรีในเรื่องของปัญหาหัวใจมาหลาครั้ง ซึ่งตนเองมีหน้าตาในสังคม เมื่อเรื่องที่ผู้ตายนำไปพูดขยายเป็นวงกว้าง จึงทำให้เก็บกด และอับอายมานาน เมื่อมาเจอจึงได้พยายามขับรถเพื่อจะไปด่าทอ แต่เกิดบันดาลโทสะช่วงการเจรจา จึงตัดสินในก่อเหตุดังกล่าว


