ร้อยเอ็ด - ผบ.มทบ.27 จ.ร้อยเอ็ด เผยเตรียมตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง หลังโลกออนไลน์แชร์ว่อนคลิป “เสธ.หนู” ใช้เท้าถีบป้ายหยุดตรวจหน้าประตูค่าย มทบ.27 ยันให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ด้านเสธ.หนูยอมรับบุคคลในคลิปคือตัวเอง แต่ไม่ได้ถีบป้าย อ้างโกรธ สห.ที่ละเลยการปฏิบัติหน้าที่ เรียกรถยนต์หยุดตรวจก่อนเข้าค่าย จึงใช้เท้าชี้ป้ายให้ลูกน้องดู
หลังจากโลกออนไลน์ หรือโซเชียลมีเดีย เผยแพร่คลิปชายใส่เสื้อยืด กางเกงขาสั้น แสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม ใช้เท้าถีบไปที่ป้ายหยุดตรวจบริเวณหน้าด่านตรวจหรือประตูทางเข้าค่ายทหารแห่งหนึ่ง โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารที่ประจำด่านตรวจยืนมองชายคนดังกล่าวโดยไม่ได้เข้าไปห้ามปราม ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของชายคนดังกล่าว
จากการตรวจสอบคลิปพบว่าเป็นประตูทางเข้าค่ายทหาร มณฑลทหารบกที่ 27 จ.ร้อยเอ็ด และบุคคลในคลิปที่สวมกางเกงขาสั้น เสื้อยืด คือ พ.อ.ธวัชชัย แจ้งประจักษ์ หรือเสธ.หนู เสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 27 จ.ร้อยเอ็ด
ทั้งนี้ พ.อ.ธวัชชัย แจ้งประจักษ์ เสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 27 ร้อยเอ็ด เปิดเผยว่า ยอมรับว่าบุคคลในคลิปคือตนเอง โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคืนนั้นตนไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็มใกล้กับประตูปากทางเข้า มทบ.27 ที่สห.ปฏิบัติหน้าที่อยู่ จากการสังเกตพบว่า สห.ที่ปฏิบัติหน้าที่ตรวจรถยนต์เข้าออก ละเลยการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ยอมเรียกตรวจรถยนต์ที่เข้าไปในค่ายทหาร เพราะมีข้อกำหนดตามป้ายบอกชัดเจนว่าจะต้องเรียกตรวจรถทุกคันโดยให้หมุนกระจกลงเพื่อเรียกตรวจดูความปลอดภัย และยาเสพติด ตนจึงเข้าไปบอก สห.หน้าประตูว่าให้เรียกตรวจรถยนต์ก่อนจะเข้าไปในค่าย และได้สังเกตดูหลังจากออกคำสั่งไปแล้วพบว่า สห.นายนี้ไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง ด้วยความโมโหที่ สห.ไม่ทำตามคำสั่ง ตนจึงเข้าไปต่อว่าถึงการฝ่าฝืนคำสั่งผู้บังคับบัญชาและละเลยการปฏิบัติหน้าที่ ยืนยันว่าตนไม่ได้ดื่มเหล้า ไม่เมา ไม่ได้ยกเท้าถีบป้าย แต่ใช้เท้าชี้ไปที่ป้ายหยุดตรวจให้ผู้ใต้บังคับบัญชาดูด้วยความโมโหที่ไม่ทำตามคำสั่งเท่านั้น
ด้าน พล.ต.ณัฐชนก ศิริทีปตานนท์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 27 กล่าวถึงเหตุการณ์ในคลิปดังกล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นและมีคลิปเผยแพร่ในโลกโซเชียลมีเดียนั้นยังไม่ได้ดู เบื้องต้นได้เรียก พ.อ.ธวัชชัย แจ้งประจักษ์ เสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 27 มาสอบถามข้อเท็จจริงแล้ว เรื่องที่เกิดขึ้นจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงถึงการปฏิบัติหน้าที่ของทั้งสองฝ่าย ทั้งผู้บังคับบัญชาและผู้ใต้บังคับชาว่ามีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมจริงหรือไม่ หรือเจ้าหน้าที่ละเลยการปฏิบัติงานตามที่กล่าวอ้างหรือไม่ หากผิดจะต้องลงโทษ โดยจะให้ความเป็นธรรมแก่ทั้งสองฝ่าย ไม่เข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดแน่นอน