xs
xsm
sm
md
lg

พ่อแม่นายสิบตำรวจหล่อเผยลูกชายยังไม่บอกจะแต่งงานกับพ่อค้าลำใย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


ร้อยเอ็ด - พ่อและแม่ของนายสิบตำรวจที่จะแต่งงานกับพ่อค้าลำไย 10 พ.ค.นี้ เผยลูกชายยังไม่ได้บอกทางบ้านว่าจะแต่งงานกับผู้ชายด้วยกัน เพราะตั้งแต่เรียนจบยังไม่เจอหน้าลูกชายเลย แม้เป็นพ่อแม่แต่ก็รู้ข่าวจากสื่อเช่นกัน

จากกรณีที่สังคมโซเชียลได้เผยแพร่ภาพการ์ดงานแต่งงานระหว่าง ส.ต.ต.ธนเดช สุขทวินันท์ (หนึ่ง) วัย 29 ปี ตำรวจหนุ่มหล่อสังกัด สภ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา กับ นายณัฐวุฒิ สานนท์(นัด) นักธุรกิจชาว จ.ยโสธร ที่ไปประกอบการค้าลำไยที่เชียงใหม่ พร้อมกับโพสต์ภาพสินสอดหลักล้านบาท รถยนต์ และนาฬิกาหรู โดยกำหนดจะจัดงานในวันที่ 10 พ.ค. 2560 ที่บ้านเลขที่ 42 หมู่ที่ 7 บ้านหนองทุ่ม ต.ป่าสังข์ อ.จตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ด

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด นายโสภา จอมคำสิงห์ อายุ 57 ปี พ่อของ ส.ต.ต.ธนเดช สุขทวินันท์ เปิดเผยว่า ตนยังไม่รู้เรื่องอะไรเลย วันๆ ก็ทำนา เลี้ยงวัวเลี้ยงควาย ใช้ชีวิตสุขสบายไม่ห่วงอะไร เมื่อลูกชายมีงานทำ และลูกสาวก็เรียนจบแล้วมีงานทำ ก็สบายใจแล้ว ที่หมดภาระการไปรับจ้างทำงานส่งลูกเรียน กลับมาใช้ชีวิตสงบสุขที่บ้านเท่านั้น

ส่วนเรื่องแต่งงานของลูกชาย ตนรู้เพียงอย่างเดียวว่าลูกชายจะกลับมาแต่งงานกับคนที่เห็นในการ์ดเชิญเท่านั้น ลูกชายไม่เคยบอกพ่อแม่เรื่องนี้ ทุกอย่างเป็นเรื่องของเขา ตนไม่รู้เรื่องอะไรทั้งสิ้น เนื่องจากหลังจากลูกชายเรียนจบไปทำงานเป็นตำรวจ จนกระทั่งเห็นข่าวว่าจะแต่งงาน ยังไม่ได้เจอหน้ากัน และไม่เคยแม้แต่จะได้กินข้าวด้วยกัน เสียด้วยซ้ำไป

“ดังนั้น การที่จะแต่งงานครั้งนี้ตนก็รู้เท่าที่เห็นเป็นข่าวเท่านั้น และไม่รู้ว่าคนที่ลูกชายจะแต่งงานด้วนนั้นเป็นใคร ข้อเท็จจริงคงต้องรอลูกชายเดินทางกลับมาจึงจะได้มีรายละเอียด และหากอยากรู้เรื่องทั้งหมดก็ขอให้มาพบ และสอบถามทุกอย่างกับลูกชายในวันแต่งงาน” นายโสภา กล่าวและว่า


เท่าที่ผ่านมา ตนและเมียไม่ค่อยได้คุยกับลูกมากนัก เพราะต้องไปทำงานรับจ้างที่กรุงเทพฯ หาเงินส่งลูกเรียน โดยส่ง ส.ต.ต.ธนเดช เรียนจบ กศน.แล้วก็ไปสอบเรียนนายสิบตำรวจ ก็อดทนรับจ้างส่งลูกชาย และลูกสาวจนเรียนจบกันหมด จึงได้กลับมาอยู่บ้าน ทำนา เลี้ยงวัวเลี้ยงควายไปวันๆ โดยไม่ได้เจอกับลูกอีกเลย

นายโสภา บอกอีกว่า ที่ผ่านมาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าลูกชายใช้ชีวิตอย่างไร ตั้งแต่จบไปทำงานเป็นตำรวจก็ไม่เคยเจอกันเลย ตนคิดเสมอว่ามีหน้าที่ส่งลูกเรียนให้จบ นอกเหนือจากนั้นถือว่าเป็นชีวิตของลูก ขึ้นอยู่กับเขาว่าจะเลือกดำเนินไปอย่างไร จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับชีวิตของเขา


กำลังโหลดความคิดเห็น