xs
xsm
sm
md
lg

รวบแล้ว 1 ! สองพี่น้องฆ่าโหดเผาฝังดิน “หนุ่มหล่อ” ชัยภูมิ สารภาพสิ้นร่วมเสพสุขก่อนฆ่าชิงทรัพย์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

นายวัชระหรือ น๊อต  สาแก้ว อายุ 22 ปี พี่ชาย  ผู้ต้องหาสองพี่น้องฆ่าโหดเผาฝังดิน นายนิรันดร์ สร้อยสูงเนิน อายุ 25 ปี หนุ่มหล่อชัยภูมิ ที่ ตำรวจ จ.ชัยภูมิจับกุมได้แล้ว วันนี้ ( 27 เม.ย.)
ชัยภูมิ - รวบแล้ว 1 ราย! สองพี่น้องฆาตกรฆ่าโหดเผาฝังดินหนุ่มหล่อชัยภูมิ สารภาพร่วมหลับนอนก่อนร่วมกันฆ่าชิงทรัพย์และอุ้มศพขึ้นรถเก๋งไปเผาฝังดินกลางป่าหลังวัดดัง และนำรถผู้ตายไปตระเวนพร้อมหลบหนี ส่วนอีกรายตำรวจระดมกำลังเร่งไล่ล่าคาดได้ตัวเร็วๆ นี้ ขณะผู้ต้องสงสัยเพื่อนชายอีกรายที่ปรากฏในภาพวงจรปิดกับผู้ตายยันไม่ได้เกี่ยวข้องแต่อย่างใด

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดีอุ้มฆ่าโหดเผาฝังดินอำพรางคดี นายนิรันดร์ สร้อยสูงเนิน อายุ 25 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ หนุ่มหล่อชาวบ้านท่าแก ต.ลุ่มลำชี อ.บ้านเขว้า จ.ชัยภูมิ ที่หายตัวไปอย่างลึกลับ พร้อมรถยนต์เก๋งขณะเดินทางจากกรุงเทพฯ เพื่อกลับบ้าน จ.ชัยภูมิ เมื่อวันที่ 8 เม.ย. และญาติพี่น้องพยายามติดตามหาทุกวิถีทางอย่างต่อเนื่อง 18 วัน ก่อนพบศพถูกฆ่าเผาฝังดินกลางป่าหลังวัดบ้านโสกตลับ ต.โคกสูง อ.เมือง จ.ชัยภูมิ เมื่อวันที่ 26 เม.ย.ที่ผ่านมา และเจ้าหน้าที่ตำรวจชัยภูมิเร่งติดตามจับกุมกลุ่มคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุมาดำเนินคดี ตามข่าวที่นำเสนอมาอย่างต่อเนื่องนั้น
นายสาทิตย์  สาแก้ว อายุ 18 ปี น้องชาย ผู้ต้องหาอีกราย อยู่ระหว่างการหลบหนี
ล่าสุดเมื่อเวลา 16.00 น. วันนี้ (27 เม.ย.) พล.ต.ต.สมพจน์ ขอมปรางค์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด (ผบก.ภ.จว.) ชัยภูมิ ได้รับรายงานจาก พ.ต.อ.วิรัช เบ้าคำ รอง ผบก.ภ.จว.ชัยภูมิ หัวหน้าคุมทีมชุดสืบสวนคลี่คลายคดี ว่า จากการตรวจสอบในเชิงลึก หลังติดตามผู้ต้องสงสัยรายที่ 1 คือ นายปรีชา ชาว อ.ขามทะเลสอ จ.นครราชสีมา ที่ปรากฏอยู่ในภาพวิดีโอจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดของรีสอร์ตแห่งหนึ่งร่วมกับ นายนิรันดร์ สร้อยสูงเนิน ผู้ตาย ก่อนผู้ตายหายตัวไปได้มายืนยันความบริสุทธิ์ใจต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของนายนิรันดร์แต่อย่างใด โดยได้แยกกับผู้ตายมาตั้งแต่ช่วงค่ำของวันที่ 8 เม.ย.แล้ว ก่อนที่ผู้ตายจะหายตัวไปอย่างลึกลับและไม่เดินทางกลับบ้านจนมากลายเป็นศพดังกล่าว

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่ามีสัญญาณโทรศัพท์จากเพื่อนชายคนสนิทของ นายนิรันดร์อีกรายที่โทรศัพท์ติดต่อเข้าเครื่องโทรศัพท์มือถือนายนิรันดร์ผู้ตายตลอดเวลาที่นายนิรันดร์ขับรถออกจากกรุงเทพฯ มาจนถึง เขต ต.หนองบัวโคก อ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายที่แม่ผู้ตายสามารถติดต่อได้ และจากการสืบสวนสอบสวนทราบว่าคนร้ายที่ก่อเหตุลงมือฆ่า นายนิรันดร์ สร้อยสูงเนิน มีด้วยกัน 2 ราย คือ นายวัชระ หรือ น็อต สาแก้ว อายุ 22 ปี และ นายสาทิตย์ สาแก้ว อายุ 18 ปี สองพี่น้อง ที่ไปหลบอาศัยอยู่ในหมู่บ้านไม่มีเลขที่ บ้านท่าหินโงม ต.ท่าหินโงม อ.เมือง จ.ชัยภูมิ
นายสาทิตย์  สาแก้ว
ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมตัว นายวัชระ หรือ น็อต สาแก้ว อายุ 22 ปี พี่ชายได้ที่หอพักแม่ปราณี ตั้งอยู่ใกล้บริเวณศาลเจ้าพ่อพระยาแล ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ชัยภูมิ โดยยอมรับสารภาพว่าเป็นคนนำศพนายนิรันดร์ไปฝัง ส่วนคนลงมือฆ่าคือ นายสาทิตย์ น้องชาย ที่อยู่ระหว่างหลบหนีและไม่ทราบว่าไปอยู่ที่ใด

ทั้งนี้ ผู้ก่อเหตุยังได้ขับรถยนต์เก๋งของผู้ตายตระเวนไปขายตามเต็นท์รถมือสองในเมืองชัยภูมิแต่ไม่มีใครซื้อเพราะรถไม่มีแผ่นป้ายทะเบียน ต่อมาจึงขับหลบหนีกลับไปบ้านพักของพ่อแม่ที่อยู่บนเทือกเขาภูแลนคา เขต ต.ท่าหินโงม อ.เมือง จ.ชัยภูมิ

นายวัชระ พี่ชายที่ถูกจับกุมให้การรับสารภาพระบุว่า ก่อนเกิดเหตุ นายสาทิตย์ สาแก้ว และตนได้รับโทรศัพท์จากนายนิรันดร์ ผู้ตาย ว่าจะเดินทางมาหาที่ผับชื่อดังในตัวเมืองชัยภูมิ วันที่ 8 เมษายน 2560 เวลา 21.00 น. โดยทั้งสองพี่น้องและนายนิรันดร์ ผู้ตายได้ชวนกันไปดื่มเหล้าจนเมาได้ที่ แล้วจึงชักชวนกันไปหลับนอนร่วมเพศกันที่หอพักแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ด้านข้างศาลเจ้าพ่อพระยาแล ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ชัยภูมิ

ต่อมาทั้งสองพี่น้องได้วางแผนกันฆ่านายนิรันดร์เพื่อชิงทรัพย์ โทรศัพท์มือถือ เงินสดและรถเก๋งยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นมิลาจ สีขาว ทะเบียน 3 กท 4210 กรุงเทพมหานคร โดย นายวัชระ พี่ชายได้จับนายนิรันดร์ไว้แล้วให้นายสาทิตย์ น้องชายลงมือใช้มีดปลายแหลมจ้วงแทงนายนิรันดร์จนขาดใจตายภายในหอพัก และได้นำผ้าห่มสีแดงมาห่อศพขึ้นรถ โดยให้นายวัชระไปหาจอบ เสียม มา และขับรถเก๋งบรรทุกศพมุ่งหน้าไปยังป่ายูคาลิปตัสท้ายหมู่บ้าน ด้านหลังวัดบ้านโสกตลับ ต.โคกสูง อ.เมือง จ.ชัยภูมิ เมื่อถึงป่าได้ทำการขุดหลุมฝังศพพร้อมป้ายทะเบียนรถ เอกสารหลักฐานต่างๆ ของผู้ตาย ก่อนจุดไฟเผาเพื่อทำลายหลักฐานแล้วขุดดินกลบ และพากันเดินทางกลับมานอนที่หอพัก
นายนิรันดร์ สร้อยสูงเนิน อายุ 25 ปี ผู้ตาย
พอรุ่งเช้า นายสาทิตย์ น้องชาย ได้ขับรถเก๋งของนายนิรันดร์ไปตระเวนขายตามเต็นท์รถมือสองและตามบ้านเพื่อนฝูงในหมู่บ้านท่าหินโงม แต่ไม่มีใครซื้อ หลังจากนั้น นายสาทิตย์ ได้ขับรถคันดังกล่าวหลบหนีขึ้นไปในไร่บนเทือกเขาภูแลนคา พื้นที่เป็นเขตรอยต่อ 3 อำเภอ คือ อ.เมือง อ.เกษตรสมบูรณ์ และ อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังจัดกำลังออกไล่ล่าคาดว่าจะได้ตัวในเร็วๆ นี้

ทั้งนี้ พล.ต.ต.สมพจน์ ขอมปรางค์ ผบก.ภ.จว.ชัยภูมิ ได้สั่งระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองชัยภูมิ และ สภ.ใกล้เคียง ประกอบไปด้วย สภ.เกษตรสมบูรณ์ และ สภ.ก้งคร้อ กว่า 100 นายออกปูพรมไล่ล่าจับกุมตัว นายสาทิตย์ เป็นการด่วน ซึ่งจากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมพบว่าก่อนหน้านี้เคยถูกจับกุมในคดีชิงทรัพย์ ในเขตท้องที่ สภ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ เมื่อปี 2555 และก่อเหตุฆ่าชิงทรัพย์ในเขตท้องที่ สน.อุดมสุข กรุงเทพฯ ด้วย

ทางด้าน พ.ต.อ.ไชยยุทธ วงค์โคกสูง ผกก.สภ.เมืองชัยภูมิ ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.ณัฐพล กิ้งโชค รอง.ผกก.หน.พนักงานสอบสวนเร่งสอบพยาน รวมถึงหาหลักฐานต่างๆ จากกล้องวงจรปิดในผับดังแห่งหนึ่งในเมืองชัยภูมิ และสอบสวนพยาน รวมทั้งหลักฐานต่างๆ ในที่เกิดเหตุที่มีความชัดเจนหลายจุด พร้อมรวบรวมหลักฐานเสนอขออนุมัติศาลจังหวัดชัยภูมิออกหมายจับ นายสาทิตย์ สาแก้ว อายุ 18 ปี ผู้ต้องหาที่เหลืออีก 1 คน ในข้อหากระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และซ่อนเร้นย้ายหรือทำลายศพ หรือชิ้นส่วนของศพ เพื่อปิดบังการเกิดการตาย หรือเหตุแห่งการตายและฆ่าชิงทรัพย์ โดยมีอายุความเป็นเวลา 15 ปี

ขณะที่ นางบัวลี สร้อยสูงเนิน แม่ผู้ตาย ได้นิมนต์พระสงฆ์ พร้อมญาติพี่น้อง มาทำพิธีจุดธูปบวงสรวงดวงวิญญาณนายนิรันดร์ ผู้ตาย ได้ดลบันดาลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวคนร้ายทั้งหมดมาดำเนินคดีได้โดยเร็ว

นางบัวลีกล่าวว่า ตนมีลูกทั้งหมด 2 คน คนเสียชีวิตเป็นลูกคนสุดท้องที่เป็นความหวังของครอบครัว เพราะเป็นคนเดียวที่ได้รับการศึกษาสูงกว่าลูกทั้งหมด ซึ่งปกติลูกชายเป็นคนร่าเริง ยิ้มแย้มแจ่มใสเป็นที่รักของญาติพี่น้อง และเพิ่งจบการศึกษาระดับปริญญาตรี หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ และเตรียมตัวทำพาสปอร์ตจะเดินทางไปทำงานต่างประเทศ ซึ่งยืนยันว่าลูกชายไม่เคยมีปัญหาหรือทะเลาะกับใครมาก่อน เชื่อว่าต้องเป็นคนใกล้ตัวที่ทำร้าย

วันนี้แม่สูญเสียลูกชายที่เป็นเสาหลักครอบครัวไปแล้ว อยากให้ตำรวจจับกุมคนร้ายให้ได้ทั้งหมด ซึ่งคาใจที่สุดอยากถามว่าฆ่าลูกชายตนทำไม มีอะไรถึงต้องฆ่ากันโหดเหี้ยมแบบนี้ ไม่ว่าจะเป็นใครตนไม่ขออาฆาต หรือจองเวร แต่ขอให้ไปรับกรรมจากการกระทำโดยเร็ว นางบัวลีกล่าวในตอนท้าย

Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...