กาฬสินธุ์ - คณะสงฆ์ตำบลภูสิงห์ พร้อมด้วยชาวบ้านกว่า 300 คน เดินเท้าบุกป่าร่วมทำพิธีสรงน้ำพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์อายุกว่าร้อยปีในถ้ำพระภูสิงห์ ประเพณีปฏิบัติเทศกาลเดือน 5 ที่สืบทอดมาหลายชั่วอายุคน
วันนี้ (27 เม.ย.) พระครูสิริพัฒนนิเทศก์ ประธานสงฆ์วัดพุทธาวาสภูสิงห์ นำตัวแทนคณะสงฆ์หลวงพ่อไพศาล วัดคำชมภู หลวงปู่จี วัดป่าดงน้อย พร้อมผู้นำชุมชนและชาวบ้านจาก 9 หมู่บ้าน ในพื้นที่ตำบลภูสิงห์ อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ ประกอบพิธีศักดิ์สิทธิ์ในพิธีขอขมาพระรัตนตรัย สรงน้ำพระพุทธรูปร้อยปี ในถ้ำพระภูสิงห์ บนยอดเขาภูสิงห์ ซึ่งเป็นประเพณีเดือน 5 ที่ชาวตำบลภูสิงห์ได้ถือปฏิบัติมาหลายชั่วอายุคน
แม้จะต้องเดินทางอย่างยากลำบาก ต้องเดินเท้าขึ้นเขาที่ลาดชัน บุกป่าที่รกชัฏ ทั้งยังต้องแบกข้าวของขึ้นไปประกอบพิธี แต่ด้วยแรงศรัทธาระยะทางกว่า 1 กม.ก็ไม่ใช่อุปสรรคของชาวบ้านตำบลภูสิงห์ เพราะในรอบ 1 ปีจะขึ้นมากราบไหว้ สรงน้ำขอพรเพียงครั้งเดียว
โดยพระครูสิริพัฒนนิเทศก์ได้นำคณะสงฆ์กล่าวบูชาและขอขมาพระรัตนตรัย จากนั้นชาวบ้านได้ถวายภัตตาหารเพลแด่พระภิกษุสงฆ์และสามเณร ก่อนจะทำพิธีสรงน้ำพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ประดิษฐานในถ้ำพระ และสรงน้ำขอพรคณะสงฆ์ อย่างเรียบง่ายบรรยากาศอบอุ่นตามวิถีชาวบ้าน
นางสอน ภูบรรทัด ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 บ้านโนนอุดม เล่าว่า ถ้ำพระภูสิงห์ เดิมเป็นเขตพุทธสถาน มีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์อายุหลายร้อยปีประดิษฐานอยู่มาช้านาน โดยชาวบ้านเองก็ไม่ทราบที่มาว่ามีตั้งแต่เมื่อไร แต่เรียกกันว่าถ้ำบก ถ้ำพระภูสิงห์ ตั้งแต่สมัยพ่อแม่ปู่ย่าตายายได้เคยพาทำพิธีนี้มาทุกปีมิได้ขาด ชาวตำบลภูสิงห์ก็ไม่ได้ขาดศรัทธาในการสืบสานประเพณีปฏิบัติในทุก ๆ ปี ในช่วงเดือน 5 หลังเทศกาลสงกรานต์ เพื่อความเป็นสิริมงคลและศรัทธาความเชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่จะคอยปกป้องคุ้มภัยลูกหลานที่อาศัยอยู่ทั่วทุกแห่ง
สำหรับความเป็นมาของถ้ำพระยังไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัด ทราบแต่เพียงว่าในอดีตเคยเป็นวัด มีพระภิกษุจำพรรษาอยู่ และมีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประดิษฐานอยู่ในถ้ำพระภูสิงห์ กระทั่งถูกปล่อยทิ้งร้างไป แต่ทุกๆ ปีชาวบ้านก็จะขึ้นไปกราบไหว้ สรงน้ำพระพุทธรูปนี้อยู่เป็นประจำไม่ได้ขาด รวมถึงการร่วมแรงร่วมใจในการทำความสะอาดบริเวณถ้ำพระภูสิงห์ให้สะอาดสวยงาม
ซึ่งนอกจากเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านให้ความเคารพเชื่อถืออย่างมากแล้ว ยังเป็นจุดพักผ่อนของชาวบ้านที่เดินทางขึ้นมาบนยอดเขาภูสิงห์ในการหาของป่า หน่อไม้ ผักหวาน และเห็ดป่า ที่ในอดีตจะเดินเท้าลัดเลาะจากด้านหลังเขาภูสิงห์
แต่ปัจจุบันมีถนนและบันไดสวรรค์ทำให้การเดินทางสะดวกยิ่งขึ้น แต่กระนั้นก็ต้องเดินเท้าเข้าไปยังถ้ำพระที่อยู่ห่างจากวัดพุทธาวาสภูสิงห์ ระยะทางกว่า 1 กม.
ด้านพระครูสิริพัฒนนิเทศก์กล่าวว่า ถือเป็นประเพณีที่ดีงามของชาวบ้านจาก 9 หมู่บ้านในตำบลภูสิงห์ ที่ได้ยึดถือและน้อมนำเอาแนวปฏิบัติที่ดีงามในการขอขมาพระรัตนตรัยและสรงน้ำพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ประดิษฐานในถ้ำพระภูสิงห์ ที่อยู่ห่างจากเขตวัดพุทธาวาส ลึกเข้าไปในเขตป่าด้านหลังเขาภูสิงห์กว่า 1 กม. เป็นที่น่าชื่นชมในศรัทธาธรรมที่ยึดถือแนวปฏิบัติของปู่ย่าตายายไว้อย่างเหนียวแน่น
แม้กาลเวลาและยุคสมัยจะเปลี่ยนไปเนิ่นนานก็ตาม
แต่เป็นพลังศรัทธาและความกตัญญูกตเวทิตาในการยึดถือปฏิบัติตามที่บรรพบุรุษได้ทำมาไว้หลายชั่วอายุคน


