นครสวรรค์ - พนักงานบริษัทขายปุ๋ย 3 หนุ่มสาวโร่ร้องสื่อ ขับรถไปติดต่อลูกค้าหลงทาง พอกลับรถบนถนนกลับถูกชายเหน็บวิทยุสื่อสารอ้างตัวเป็นตำรวจตาคลี ขับรถปิดเส้นทาง-เรียกตรวจ-แย่งกุญแจ บอกขับรถแปลกเข้าหมู่บ้าน-ยูเทิร์นจุดนัดเอเยนต์ค้ายา ต้องโทร.ขอหัวหน้าบึ่งรถมาเคลียร์ผ่านไลฟ์สดเฟซบุ๊ก
วันนี้ (7 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเอก เถื่อนสุข อายุ 31 ปี, นายสุริยงค์ ลอยระยับ อายุ 25 ปี และ น.ส.ชลธิชา กองบุญมา อายุ 17 ปี พนักงานฝ่ายการตลาด บริษัท m.s.k.เฟอร์ติไรเซอร์ จำกัด ได้ร้องเรียนว่า เมื่อเวลา 07.00 น.วานนี้ (6 เม.ย.) ได้ขับรถกระบะของบิรษัทฯ เดินทางไปติดต่อขายปุ๋ยให้แก่ลูกค้าพื้นที่ ต.หัวหวาย อ.ตาคลี แต่กลับถูกรถกระบะอีกคันเข้ามาปิดเส้นทางการวิ่งของรถตน ก่อนที่จะมีชายสูงวัยคนหนึ่งแต่งกายชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีเขียว สวมกางเกงสีกากี และรองเท้าแตะ เหน็บวิทยุสื่อสารวิ่งเข้ามาประกบที่ข้างรถแล้วตะโกนถามว่ามาทำอะไร และจะขอตรวจบัตรประชาชน
ทั้งนี้ ทันทีที่ตนลดกระจกรถลงมา ชายคนดังกล่าวรีบนำมือเข้ามากระชากปิดกุญแจ พยายามดับเครื่องยนต์รถของตนจนทำให้เกิดการยื้อแย่งกุญแจรถกันอยู่สักพักหนึ่งกระทั่งมีพูดคุยกัน
นายเอกเล่าอีกว่า ชายผู้นั้นอ้างตัวว่าเป็นตำรวจยศ ร.ต.ท.ประจำป้อมยามหัวหวาย สังกัด สภ.ตาคลี กล่าวหาว่า “พวกตนเป็นผู้ต้องสงสัย ขับรถแปลกเข้ามาในหมู่บ้าน และมากลับรถในจุดที่เคยมีนักค้ายาเสพติดมาค้ายากันเป็นประจำ” พวกตนจึงได้บอกกลับไปว่าตนเป็นพนักงานของบริษัทจำหน่ายปุ๋ย เดินทางมาพบปะลูกค้าแต่ไม่ชินเส้นทางจึงทำให้ขับรถหลง และต้องกลับรถในจุดตรงนี้ แต่ชายที่อ้างตัวว่าเป็นตำรวจคนนั้น ยังคงพยายามที่จะยึดกุญแจรถที่ตนขับ พร้อมกับจะควบคุมคนที่มากับตนทั้งหมดไปตรวจค้นที่ป้อมยาม แต่ตนไม่ได้ทำอะไรผิดอย่างที่ถูกตั้งข้อสงสัยจึงไม่ยอมที่จะลงจากรถ และรีบโทรศัพท์แจ้งหัวหน้าให้รีบเดินทางมาช่วยเหลือ
นายเอกกล่าวอีกว่า ในระหว่างที่หัวหน้าฯ เดินทางมาให้การช่วยเหลือกลุ่มพวกตนนั้นได้มีการเปิดเฟซบุ๊กไลฟ์สดในระหว่างที่เดินทางมาด้วย ทำให้ชายผู้ที่อ้างตัวเป็นตำรวจมีท่าทางที่อ่อนลง ต่อมาหัวหน้าของตนก็ได้มีการพูดคุยพยามทำความเข้าใจว่าได้สั่งงานให้กลุ่มพวกตนเดินทางมาพบปะลูกค้า และบริษัทที่สังกัดอยู่เป็นบริษัทที่จดทะเบียนอย่างถูกกฎหมาย ไม่มีสิ่งเสพติดใดๆ เข้ามายุ่งเกี่ยว
อย่างไรก็ตาม ชายที่อ้างเป็นตำรวจยังคงพยายามให้ทั้งหมดไปพูดคุยกันที่ป้อมยามจึงทำให้เกิดการปะทะคารมกันพักใหญ่ ประกอบกับหัวหน้าได้มีการเปิดเฟซบุ๊กไลฟ์สดตลอดเวลาด้วย พยายามถามว่าชายที่อ้างเป็นตำรวจจะตั้งข้อหาอะไร และการแต่งตัวโดยไม่แสดงบัตรว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจมาปฏิบัติงานในทำนองนี้มันถูกต้องหรือไม่ อีกทั้งยังมีกลุ่มชาวบ้านที่อยู่ในละแวกนั้นหลายคนมายืนดูเหตุการณ์ จนในที่สุดชายที่อ้างตัวเป็นตำรวจต้องยอมถอยกลับไป
อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบคลิปที่กลุ่มผู้ร้องเรียนนำมามอบให้กับผู้สื่อข่าว พบว่าตอนท้ายภายในคลิปชายที่อ้างตัวเป็นตำรวจได้ยกมือไหว้ขอโทษซึ่งเป็นจังหวะเดียวที่มีเสียงของชายที่เป็นหัวหน้าตะโกนบอกว่า “อย่าไปทำแบบนี้กับใครอีก การจะมาตั้งข้อหามั่วว่ากลับรถในที่ที่ผู้ต้องหายาบ้าชอบมากลับรถ มันไม่มี”
กลุ่มผู้ที่ร้องเรียนได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า หลังเกิดเรื่องก็ไม่ได้มีการแจ้งความแต่อย่างใด แต่หัวหน้างานมีความตั้งใจให้นำคลิปดังกล่าวมาร้องเรียนกับสื่อมวลชนเพื่อเตือนภัยให้คนทั่วไปได้รับรู้ หากเจอเหตุการณ์ที่ผิดปกติแบบนี้ควรที่จะต้องรีบนำกล้องหน้ารถ หรือกล้องโทรศัพท์มือถือมาบันทึกเหตุการณ์ทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน เพื่อป้องกันสิ่งที่ไม่ดีที่อาจเกิดขึ้นได้ภายหลัง
ส่วนชายผู้ที่อ้างว่าเป็นตำรวจรายนั้น หัวหน้างานได้มีการโทรศัพท์ไปสอบถาม สภ.ตาคลี แล้วว่าบุคคลนี้เป็นตำรวจจริงหรือไม่ ได้รับความตอบว่าเป็นตำรวจจริง แต่ในส่วนของพวกตนก็มองว่าการปฏิบัติงานของตำรวจนายนี้ทำให้พวกตนเกิดความสงสัยในการปฏิบัติหน้าที่ เพราะเดินทางมาคนเดียว และในระหว่างที่ปฏิบัติหน้าที่ก็ไม่มีการแสดงบัตรว่าเป็นตำรวจแต่อย่างใด


