xs
xsm
sm
md
lg

ฮือฮา ศรัทธา-นทท.แห่ไหว้ “ต้นเทียนพระพุทธเจ้า” หนึ่งเดียวในวัดเมืองน่าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


น่าน - ชาวพุทธ ตลอดจนนักท่องเที่ยวแห่ไหว้ “ต้นเทียนพระพุทธเจ้า” ไม้แปลกหายากหนึ่งเดียวที่วัดหนองแดง เมืองน่าน เผยฝักที่แก่แล้วมีสีเหลือง-ผิวนุ่มนิ่มคล้ายเทียน แถมมีกลิ่นหอมด้วย เจ้าอาวาสฯ เผยเจอต้นกล้าตั้งแต่ 22 ปีก่อน พยายามเพาะขยายพันธุ์แล้วแต่ไม่สำเร็จ



วันนี้ (30 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พุทธศาสนิกชนชาวตำบลเปือ อ.เชียงกลาง จ.น่าน ตลอดจนนักท่องเที่ยวทั้งใน-ต่างจังหวัดยังคงทยอยไปกราบไหว้ และถ่ายรูป “ต้นเทียนพระพุทธเจ้า” ที่วัดหนองแดง ต.เปือ อ.เชียงกลาง จ.น่าน กันอย่างต่อเนื่อง

ซึ่ง “ต้นเทียนพระพุทธเจ้า” ถือเป็นต้นไม้ที่แปลกและหาชมได้ยาก เป็นต้นไม้ต้นเดียวในวัดหนองแดงที่มีผลเป็นฝักแท่งยาวสีเหลือง ผิวสัมผัสนุ่มนิ่ม มีลักษณะคล้ายเนื้อเทียน และมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ความยาวฝักส่วนใหญ่ประมาณ 8-15 นิ้ว แต่มีบางฝักยาวถึงประมาณ 3 ฟุต โดยฝักที่เหลืองบางส่วนได้ร่วงหล่นใต้ต้น ส่วนฝักที่ยังหนุ่มมีสีเขียว และยังมีขั้วติดอยู่กับลำต้น

ซึ่งคณะศรัทธาและพุทธศาสนิกชนชาวตำบลเปือมักจะมากราบไหว้ และได้นำเส้นลวดมาทำเป็นขอเกี่ยวแล้วนำฝักที่ร่วงหล่นมาแขวนไว้ที่ต้น เพราะเชื่อว่าฝักจากต้นเทียนพระพุทธเจ้าเปรียบเสมือนเทียนแท่งที่นิยมใช้บูชาเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาตามคติความเชื่อของชาวล้านนา

พระครูพิบูลนันทวิทย์ เจ้าอาวาสวัดหนองแดง และเจ้าคณะตำบลเปือ เล่าถึงประวัติที่มาของ “ต้นเทียนพระพุทธเจ้า” ว่า เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2538 หรือประมาณ 22 ปีที่แล้ว พระสงฆ์ และคณะศรัทธาได้ช่วยกันถางป่ารกร้างภายในวัดเพื่อนำพื้นที่มาพัฒนาใช้ประโยชน์ จนได้พบกับหน่อของต้นไม้ดังกล่าว ซึ่งบางส่วนได้ถูกฟันทิ้งไปแล้ว แต่ต้นไม้ก็ยังพยายามเติบโต ซึ่งทางวัดฯ ได้เก็บรักษาดูแลไว้จนเจริญเติบโตงอกงาม

จากนั้น 3 ปีต่อมาเป็นช่วงฤดูฝน และเข้าพรรษา ก็พบว่าต้นไม้ดังกล่าวมีฝักออกมาลักษณะเหมือนเทียน จึงเกิดเป็นคติธรรมว่า ขนาดต้นไม้ยังออกฝักเป็นเทียนเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา จึงได้ตั้งชื่อว่า “ต้นเทียนพระพุทธเจ้า”

เมื่อค้นหาข้อมูลของต้นไม้ดังกล่าวก็พบว่าต้นไม้ชนิดนี้เป็นพันธุ์ไม้จากประเทศปานามา แถบอเมริกากลาง และมีชื่อเรียกว่า “ต้นเทียน” ซึ่งก็ใกล้เคียงกับชื่อที่ได้ตั้งขึ้นไว้เอง และเมื่อลองสอบถาม-ค้นหาว่ามีต้นไม้ชนิดนี้ในพื้นที่อื่นๆ ของจังหวัดน่านอีกหรือไม่ ปรากฏว่าในช่วง 4-5 ปีก็ไม่มีข้อมูลว่ามีต้นเทียนแบบนี้อีก จึงคาดว่าน่าจะมีต้นเทียนพระพุทธเจ้าเพียงต้นเดียวในจังหวัดน่าน

“ทางวัดฯ ได้พยายามลองเพาะขยายพันธุ์ด้วยวิธีเพาะชำฝัก และตอนกิ่ง แต่ก็ยังไม่ประสบผลสำเร็จ”

ทั้งนี้ “ต้นเทียนพระพุทธเจ้า” ต้นนี้จะมีใบเขียวขจี และฝักเหลืองเต็มต้นมากที่สุดในช่วงเข้าพรรษา คือช่วงฤดูฝนจนถึงฤดูหนาว ส่วนในช่วงฤดูร้อนใบจะร่วง แต่ก็ยังมีฝักออกตลอด ซึ่งพุทธศาสนิกชนสามารถมาเยี่ยมชมได้ตลอดเวลา และภายในวัดนอกจากจะมีต้นเทียนพระพุทธเจ้าแล้วยังมีโบราณสถานที่ซ่อนปริศนาและคติธรรมต่างๆ เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้นำคำสอนของพระพุทธเจ้าไปใช้เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตประจำวันได้ด้วย