นครพนม - “ปลูกใบยาสูบ” ทางเลือกกำไรงามของชาวนานครพนม ไม่ต้องง้อน้ำเพราะทนแล้งได้ดี เผยทำไร่ยาสูบสร้างรายได้ดี ลงทุนไป 4,000 แต่ขายได้ถึง 40,000 กว่าบาท
นางถิน ชัยยะ เกษตรกรบ้านคำผาสุก ต.เรณูนคร อ.เรณูนคร จ.นครพนม เปิดเผยว่า ตนเองมีที่นาอยู่ประมาณ2 ไร่ และจะทำนาข้าวสลับกับการปลูกใบยาเตอร์กิชเพื่อส่งขายให้โรงงานยาสูบ ที่เลือกปลูกใบยาเตอร์กิชเพราะไม่ต้องใช้น้ำมาก เหมาะกับสภาพพื้นที่นาของตนที่เป็นดินทรายร่วน ที่สำคัญเมื่อนำไปขายแล้วได้ราคาดีกว่าสายพันธุ์อื่นๆ อีกด้วย
โดยในปี 2559 ที่ผ่านมา ตนลงทุนไป 4,000 บาท สำหรับค่าเมล็ดพันธุ์ ค่าน้ำมันรถไถ และค่าไฟฟ้าในการสูบน้ำ แต่เมื่อเก็บผลผลิตไปขายแล้วสามารถขายได้ถึง 40,000 กว่าบาทเลยทีเดียว และปีนี้ก็คาดว่าจะได้มากกว่าเดิมเพราะราคาสูงขึ้นจากเดิมอีกกิโลกรัมละ 2.5 บาท
สำหรับขั้นตอนการปลูกก็ไม่ยุ่งยาก โดยหลังการเก็บเกี่ยวข้าวนาปีเสร็จก็ไถกลบตอซังข้าว ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 15 วัน เพื่อตากดินให้แห้งก่อนที่จะมาไถยกร่องให้มีระยะห่างกันประมาณ 1 ฟุต แบ่งออกเป็นแปลงเล็กๆ 6 แปลง เพื่อความสะดวกในการดูแลและเก็บเกี่ยวใบยา จากนั้นก็จะนำต้นพันธุ์ที่เพาะไว้มาปักดำด้วยระยะห่างประมาณ 1 ฟุต จนเต็มพื้นที่แล้วรดน้ำแปลงใบยาเตอร์กิช ซึ่งจะใช้น้ำจากบ่อบาดาลที่ทำการขุดเจาะไว้
เมื่อต้นกล้าเจริญเติบโตได้ประมาณ 3 -4 วัน ตนจะนำมูลของวัวที่เลี้ยงไว้มาโรยใส่เป็นแนวยาวตามแปลงที่ยกร่อง ก่อนที่จะรดน้ำตามอีกครั้ง ที่เหลือคือการรอให้ต้นใบยาเจริญงอกงาม ช่วงนี้จะต้องรดน้ำทุกๆ 5 วัน การเก็บเกี่ยวสามารถทำได้ 2 ครั้ง คือ ช่วงแรกหลังการปลูกประมาณ 45-60 วัน และอีกครั้งคือหลังเก็บเกี่ยวชุดแรกประมาณ 30 วัน
ทั้งนี้ตนและลูกๆ จะใช้เวลาในช่วงเช้าตรู่ 03.00-06.00 น.ออกไปเก็บใบยา เพราะหากเก็บในช่วงกลางวันที่มีแดดใบยาจะมีน้ำแวกซ์ออกมาทำให้การร้อยใบยาเพื่อการบ่มด้วยแดดเป็นไปด้วยความลำบาก ขั้นตอนการบ่มนี้ต้องระวังไม่ให้เกิดเชื้อราในใบยาเพราะทางโรงงานจะไม่รับซื้อ
โดยขั้นตอนการบ่มก็จะเริ่มจากการตากในร่ม 2-3 วันเพื่อลดความชื้น ก่อนนำไปบ่มแดด อีก 7-10 วัน จนใบกลายเป็นสีเหลือง ที่สำคัญคือบ่มได้เฉพาะตอนกลางวันเท่านั้น ส่วนกลางคืนต้องคลุมด้วยพสาสติกเพื่อหลีกเลี่ยงน้ำค้าง
จากนั้นก็นำไปแขวนผึ่งในร่มอีก 10-15 วัน เพื่อให้ใบยาอ่อนตัว และเมื่อบ่มจนได้ที่แล้วก็เข้าสู่ขั้นตอนการนำไปอัดเป็นห่อเพื่อรอจำหน่ายให้โรงงาน


